รองโฆษก สทนช. แจ้งมวลน้ำปิงถึง “ชัยนาท – พระนครศรีอยุธยา” 2-3 ต.ค.นี้国家水资源管理委员会副发言人宣布,平河洪水将于10月2日至3日抵达猜纳府和阿瑜陀耶府。
รองโฆษก สทนช. แจ้งมวลน้ำปิงถึง “ชัยนาท – พระนครศรีอยุธยา” วันที่ 2 - 3 ต.ค. นี้ พร้อมคุมปริมาณน้ำไหลผ่าน จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี กทม. ไป จ.สมุทรปราการ ไม่เกิน 3,000 ลบ.ม./วินาที

วันนี้ (1 ต.ค.2569) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าว "ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย" หรือ ศูนย์ JICC ร่วมกับ นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติหรือ (สทนช.) และ นางลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมแทน กทม.ร่วมกันแถลงข่าว
นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองโฆษก สทนช. ระบุถึงสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยมวลน้ำจากแม่น้ำปิงเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ในอัตราที่เป็นปริมาณประมาณ 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งมวลน้ำนี้เคลื่อนตัวมาถึง จ.นครสวรรค์ และอีก 1 วันจะมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท
สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี ปริมาณน้ำจากตอนบนเคลื่อนมาทางเขื่อนวังร่มเกล้าอยู่ในเกณฑ์สูงสุด โดยจะมีการคงการระบายน้ำผ่านเขื่อนวังร่มเกล้าในอัตราเดิม เพื่อที่จะชะลอน้ำจาก จ.นครสวรรค์ ที่จะมาถึง ฉะนั้นในส่วนปริมาณน้ำขณะนี้ที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จะคงอยู่ไม่เกินเกณฑ์ 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งเมื่อวานนี้ (30 ก.ย.2569) มีการเพิ่มการระบายน้ำมาที่ 2,300 ลบ.ม.ต่อวินาที และจะเพิ่มขึ้นในอัตราวันละ 100 ลบ.ม.ต่อวินาที ผลการดำเนินการจะส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนปรับตัวขึ้นเล็กน้อยแต่จะไม่สูงเกินกว่าแนวป้องกันที่ทางจังหวัดได้เตรียมไว้ สำหรับปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะไปรวมกันที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จะส่งผลให้น้ำถึงเขื่อนในวันที่ 2 ต.ค.และถึง จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 3 ต.ค.ปริมาณน้ำจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีน้ำอีกส่วนหนึ่งจากลุ่มน้ำป่าสัก และมีการระบายน้ำเพิ่มจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 200 ลบ.ม.ต่อวินาที และจากการประเมินในช่วงเช้าปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้ปรับลดลงมาแล้ว เหลือ 100 ลบ.ม.ต่อวินาที และหลังจากนี้แผนของการระบายน้ำจะพยายามควบคุมน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ไม่ให้เกิน 300 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อไม่ให้ส่งผลกับพื้นที่ตอนล่าง ที่จะไหลผ่านเขื่อนพระราม 6 ที่จะต้องเพิ่มการระบายน้ำในลำดับถัดไปให้ไม่เกิน 300 ลบ.ม.ต่อวินาที ปริมาณน้ำส่วนนี้จะไปรวมกับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจากการประเมินภาพรวมปริมาณน้ำขณะนี้ ที่จะไหลรวมกันอยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งปริมาณน้ำมวลนี้จะไหลไปที่ จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี ผ่านกรุงเทพมหานคร และไปยัง จ.สมุทรปราการ
สำหรับการประเมินจุดวิกฤตในกรุงเทพมหานคร ที่ปริมาณน้ำจะลงไปอยู่ในเกณฑ์ 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในกรุงเทพฯ ขยับสูงขึ้นอยู่ในเกณฑ์ 2 + 2.25 ม.ซึ่งจะต่ำกว่าคันป้องกันของทางกรุงเทพมหานครประมาณ 40 ซม.หากเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำปี 2568 ที่มีการระบายน้ำสูงสุด 2,900 ลบ.ม.ต่อวินาที กับปัจจุบันที่ระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ถือว่าน้อยกว่าที่ผ่านมาทำให้ปริมาณน้ำไม่เกินปีที่ผ่านมา
ขณะที่ลุ่มน้ำแม่กลอง สถานการณ์น้ำเริ่มปรับตัวลดลง เมื่อวานนี้ (30 ก.ย.2569) แม่น้ำแควน้อยลดลง 2.50 ม.ปริมาณน้ำส่วนนี้ไหลผ่านเขื่อนแม่กลองไปแล้ว 2,200 ลบ.ม.ต่อวินาที วันนี้มีการหารือกันว่า เกณฑ์ปริมาณสูงสุดที่จะไหลผ่านเขื่อนแม่กลองจะอยู่ในแนวโน้มที่สามารถควบคุมบานระบายได้แล้ว และมีแนวโน้มที่จะปรับบานระบายให้ลดลง สัมพันธ์กับปริมาณน้ำที่ไหลมาจากตอนเหนือ และมวลน้ำนี้จะเดินทางต่อไปถึง จ.ราชบุรี จ.สมุทรสงคราม โดยเฉพาะที่ อ.อัมพวา ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำกำลังปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น แต่จะไม่รุนแรงไปกว่านี้แล้ว เนื่องจากฝนที่ตกลงมาเป็นแบบประปราย
ส่วนการบริหารเขื่อนวชิราลงกรณในช่วงที่ผ่านมา ได้ใช้ในการหน่วงน้ำชะลอการระบาย แต่ขณะนี้เขื่อนมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นเกือบเต็มเขื่อนจึงมีความจำเป็นต้องเริ่มระบายน้ำออกจากเขื่อนในวันนี้ อยู่ที่ 40 ล้าน ลบ.ม.หรือ 500 ลบ.ม.ต่อวินาที ปริมาณน้ำส่วนนี้จะทยอยเข้ามาเติมในเขื่อนแม่กลองใช้เวลา 2-3 วัน โดยจะไม่ไปเสริมหรือสมทบน้ำในแม่กลองให้สูงขึ้นกว่าเดิม
ปภ.รายงานน้ำท่วม 30 จังหวัด กระทบประชาชน 3.3 ล้านคน เสียชีวิต 24 คน
"เขื่อนเจ้าพระยา" ระบายน้ำไม่เกิน 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ยังไม่เกินจุดวิกฤตที่ กทม.จะรับได้
รัฐบาลแจ้งเตือน 5 จุดน้ำท่วมสูงในพื้นที่ กทม. แนะประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง
เช็กเกณฑ์เยียวยา “ประกันภัยพิบัติ” เริ่ม 1 ต.ค.น้ำท่วมจ่าย 10,000 บาท
1 ต.ค.เริ่มกดรับสิทธิอีก 1,000 บาท #ไทยช่วยไทยพลัส #เป๋าตัง ติดเทรนด์ X
กทม.เตือน 11 ชุมชนนอกแนวเขื่อนปองกันน้ำท่วม เฝ้าระวังระดับน้ำเจ้าพระยาสูง
สภาพอากาศวันนี้ ไทยฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ กทม.เจอฝน 30%
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
今天(2026年10月1日)上午10点,在灾害预防和减灾部(DDPM),总理办公室发言人埃卡波·皮恩皮塞斯先生与国家水资源办公室(NWRO)国家水资源管理中心主任塔纳罗·瓦拉特普拉瑟特先生、总理办公室副发言人拉莉达·佩里斯维瓦塔纳女士以及曼谷市政府(BMA)的代表一起,就“洪水情况联合信息中心”(JICC)举行了新闻发布会。
国家水资源办公室(NWRO)国家水资源管理中心主任兼副发言人塔纳罗·瓦拉特普拉瑟特先生表示,最近平河水量以每秒约1000立方米的速度增加。这股水流已抵达那空沙旺府,预计将在一天左右到达猜纳府的湄南河大坝。
关于乌泰他尼府萨凯克朗河流域的水情,上游流向旺隆克劳水坝的水量已达最高水平。为减缓来自那空沙旺府的水流,旺隆克劳水坝的泄洪量将维持不变。因此,目前湄南河大坝的流量将保持在每秒2500立方米以下。昨日(2026年9月30日),泄洪量已增至每秒2300立方米,并将每日增加100立方米。这将导致大坝上游水位略有上升,但不会超过该府制定的防洪措施。流经湄南河大坝的水流将在大城府汇合,于10月2日抵达大坝,并于10月3日抵达大城府,届时水位将开始上升。
此外,还有来自帕萨克河流域的水源,帕萨克·乔拉西特大坝的泄洪量也增加了200立方米/秒。今天上午的评估显示,流入帕萨克·乔拉西特大坝的水量已减少至100立方米/秒。未来,泄洪计划的目标是将帕萨克·乔拉西特大坝的水位保持在300立方米/秒以下,以避免对下游地区造成影响。随后,拉玛六世大坝的泄洪量将增加至不超过300立方米/秒。这些水将与湄南河在阿瑜陀耶府的水汇合。总体而言,目前的评估表明,汇合水量不会超过3000立方米/秒。这些水将流经曼谷,最终到达北榄府,途经巴吞他尼府和暖武里府。
为评估曼谷的临界点,预计水流量将达到每秒3000立方米,这将导致曼谷水位上升至2米+2.25米,比曼谷市政府的防洪堤坝低约40厘米。与2025年预计的每秒2900立方米的峰值泄洪量相比,目前的每秒2500立方米的泄洪量低于以往水平,因此可以避免水流量超过去年。
在湄公河流域,水位开始下降。昨天(2026年9月30日),桂诺伊河水位下降了2.50米。湄公大坝的泄洪量已达每秒2200立方米。今天,各方正在讨论确定湄公大坝的最大泄洪量,目标是将其控制在可通过泄洪闸门调节的范围内。由于来自北方的水量,泄洪量可能会有所减少。这股水流将继续流向叻丕府和沙没颂堪府,尤其是在安帕瓦县,该地区的水位目前正在上升,但由于零星降雨,预计水位不会显著恶化。
过去,瓦吉拉隆功大坝的管理方式是蓄水后再释放。然而,现在大坝水位已接近满库,因此必须从今天开始以每秒4000万立方米(即每秒500立方米)的速度泄洪。这些水将在2-3天内逐渐补充湄公河大坝的水位,不会导致湄公河水位超过目前的水平。
灾害预防和减灾部(DDPM)报告称,洪水已影响30个省份,330万人受灾,24人死亡。
湄南河大坝的泄水速率不超过每秒 2500 立方米,仍在曼谷能够承受的临界水平之内。
政府已对曼谷五个地区发布洪水预警,建议公众避开这些路线。
查看灾害保险赔偿标准:从 10 月 1 日起,洪水受害者将获得 10,000 泰铢的赔偿。
10月1日:开始领取剩余的1000泰铢补助。#ThaiHelpThaiPlus #Paotang 热门话题 X
由于湄南河水位高涨,曼谷警告防洪堤以外的 11 个社区保持警惕。
泰国今日天气:局部地区有雷阵雨。曼谷降雨概率为30%。
帕萨克琼拉西特水坝