สส.ไอเดียร์ ภูมิใจไทย แจ้งความดำเนินคดี รังสิมันต์ โรม ปม หมิ่นประมาทฯ来自泰自豪党的议员 Idea 对 Rangsiman Rome 提起诽谤诉讼。
ตอบโต้ ไอเดียร์ พรรคภูมิใจไทย แจ้งความดำเนินคดี รังสิมันต์ โรม ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ปมพาดพิงสามี ย้ำ พร้อมเข้าสู่กระบวนการ

Home » โซเชียล » สส.ไอเดียร์ ภูมิใจไทย แจ้งความดำเนินคดี รังสิมันต์ โรม ปม หมิ่นประมาทฯ
ตอบโต้ ไอเดียร์ พรรคภูมิใจไทย แจ้งความดำเนินคดี รังสิมันต์ โรม ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ปมพาดพิงสามี ย้ำ พร้อมเข้าสู่กระบวนการ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ สส.ไอเดียร์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เดินทางกลับหลังเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. กรณีถูกกล่าวพาดพิงถึงสามี โดยระบุว่า การแจ้งความครั้งนี้เป็นการรักษาสิทธิของตัวเองและครอบครัว และแจ้งดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โดยขั้นตอนทั้งหมดอยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมาย และหลังจากนี้ตำรวจและทนายความจะหารือกันต่อไป
น.ส.สุชาดา กล่าวว่า การแจ้งความหมิ่นประมาท นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทราบดีว่าจะต้องไปพิสูจน์กันในชั้นศาลว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหรือไม่ โดยจะพิจารณาตามข้อกฎหมาย หากผู้ใดมีความผิดก็ต้องได้รับผลของการกระทำ แต่หากพิสูจน์แล้วพบว่าสิ่งที่กล่าวถึงเป็นความจริงหรือมีหลักฐาน ก็ยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูล และให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
“คนที่ผิดก็ผิดนะคะ และถ้าคนที่มีความผิดยังไง ไม่ว่าจะเป็นด้วยคำพูดอะไรก็ตาม ก็ต้องได้รับผลของการกระทำค่ะ แต่ถ้าพิสูจน์แล้วปรากฏว่า หากมันเป็นความจริงหรือมันมีหลักฐานเนี่ย ยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูล คนที่ผิดก็ว่าไปตามผิดค่ะ” น.ส.สุชาดา กล่าว
น.ส.สุชาดา กล่าวว่า โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวถึงสามีของตน ตนยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูลตามกระบวนการ พร้อมยืนยันว่าตนเองและครอบครัวเป็นผู้บริสุทธิ์ และการเดินทางมาที่ บก.ปอท.ครั้งนี้เป็นการรักษาสิทธิของตัวเอง และพร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าคณะกรรมาธิการจะเรียกไปชี้แจงในวันที่ 7 ต.ค. น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นเอกสาร หากมีหนังสือมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบ ก็พร้อมไปชี้แจง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เห็นหนังสือดังกล่าว
น.ส.สุชาดา กล่าวถึงประเด็นที่มีการกล่าวถึงเงินเกือบ 2,000 ล้านบาทว่า เป็นข้อกล่าวหาเดิมที่มีการพูดถึง และการเดินทางมาที่ บก.ปอท.ครั้งนี้ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมตัวและหารือกับสามีเกี่ยวกับเส้นทางการเงินหรือรายรับจำนวนเกือบ 2,000 ล้านบาท น.ส.สุชาดา กล่าวว่า แน่นอนว่าต้องมีการหารือกัน แต่ไม่ได้จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ เพราะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้อยู่แล้ว และจากนี้จะเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายเพื่อพิสูจน์ว่าใครถูกใครผิด
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้กล่าวพาดพิงระหว่างการตั้งกระทู้ถามเรื่องความคืบหน้ากรณีมีผู้เสนอสินบนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นเงินจำนวน 40 ล้านบาท โดยมีการกล่าวถึงและเสนอให้ตรวจสอบการประกอบอาชีพของสามี น.ส.สุชาดา ภายหลังการกล่าวถึงดังกล่าว น.ส.สุชาดา ได้โต้กลับว่า การกล่าวดังกล่าวเป็นการกล่าวเลื่อนลอยและไม่มีหลักฐาน พร้อมระบุว่า สภาผู้แทนราษฎรเป็นสภาฯ ที่ประชาชนติดตามรับชมอยู่เป็นจำนวนมาก หากจะพูดอะไรควรมีหลักฐานก่อน โดยเฉพาะนายรังสิมันต์ โรม ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ย่อมรู้เรื่องกฎหมาย และสามารถใช้ กมธ.ตรวจสอบหรือดำเนินการตามระเบียบได้
น.ส.สุชาดา กล่าวว่า การกล่าวถึงบุคคลโดยไม่มีหลักฐานและทำให้ครอบครัวของตนเองได้รับความเสียหาย เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และนายรังสิมันต์ไม่ได้มีเจตจำนงที่จะรับผิดชอบหรือถอนคำพูดที่ไม่ใช่เรื่องจริงและพิสูจน์ไม่ได้
“มีหลักฐานแล้ว ทำไมไม่เปิดล่ะคะ ท่านจะมาพูดจาเลื่อนลอยทำไมคะ ที่นี่คือสภาฯ ประชาชนดูอยู่ทั้งบ้านเต็มไปหมด ท่านเป็น สส. ก่อนจะพูดอะไรหลักฐานต้องมีกองแล้ว ต้องมีการพิสูจน์ได้ ท่านพูดเฉย ๆ โดยที่สามีของตนเองไม่สามารถมาชี้แจงในสภาฯ ได้ เป็นการเอาเปรียบโดยตำแหน่งของท่าน ซึ่งตนเองไม่เห็นข้อเท็จจริง ทั้งนี้ หากในอนาคตมีหลักฐานก็พร้อมที่จะพิสูจน์ เพราะไม่มีอยู่แล้ว”
น.ส.สุชาดา กล่าวด้วยว่า ตนเองได้ชี้แจงบัญชีทรัพย์สินทุกอย่างตามกฎหมายด้วยความถูกต้อง และพร้อมที่จะพิสูจน์ แต่ไม่ยอมรับการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน “ดิฉันชี้แจงบัญชีทรัพย์สินทุกอย่างตามกฎหมาย ด้วยความถูกต้องทุกอย่าง พร้อมค่ะ พร้อมที่จะสู้ค่ะ แต่รับไม่ได้ ท่านอย่ามากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน ท่านโตแล้วค่ะ” น.ส.สุชาดา กล่าว
เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวจะมีช่องทางเอาผิดทางกฎหมายเรื่องการหมิ่นประมาทหรือไม่ น.ส.สุชาดา กล่าวว่า เรื่องที่ไม่ใช่เรื่องจริง ตนเองจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเต็มที่ โดยจะไปปรึกษาทนายและดำเนินการเอาผิดถึงที่สุด สำหรับประเด็นเอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทต่าง ๆ รวมถึงการกู้ยืมเงินจำนวน 1,400 ล้านบาท น.ส.สุชาดา กล่าวว่า เอกสารส่วนใหญ่ที่มีการอ้างถึง ระบุว่าเป็นเอกสารที่ตนเองเป็นผู้ชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หากเป็นเอกสารดังกล่าวจริง ก็ต้องถามกลับว่าหากไม่ถูกต้องแล้วตนจะชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ไปเพื่ออะไร ส่วนเอกสารอื่นที่ไม่ได้เป็นเอกสารที่ตนเองเป็นผู้ชี้แจง หากมีการจัดทำขึ้นหรือไม่ใช่เอกสารที่ตนยื่นต่อ ป.ป.ช. ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อมูลข่าวสารออกมาจำนวนมาก และตนเองยังไม่ได้เห็นทั้งหมด จึงไม่สามารถรับรองเอกสารที่ปรากฏขึ้นมาได้ทั้งหมด ต้องตรวจสอบว่าเอกสารใดเป็นเอกสารจริงที่ตนเองยื่นต่อ ป.ป.ช. สำหรับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการให้สามียืมเงิน น.ส.สุชาดา กล่าวว่า เป็นการชี้แจงตามหน้าที่ของ สส.ที่ต้องชี้แจงต่อ ป.ป.ช. และยอดเงินดังกล่าวเป็นยอดที่ตนเองชี้แจงเอง ไม่ใช่การไปขุดตามเส้นทางการเงินตามที่มีการกล่าวถึง พร้อมยืนยันว่ามีเอกสารเกี่ยวกับการให้กู้ยืมและการคืนเงิน รวมถึงมีเอกสารชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ทั้งหมด
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงการให้กู้เงิน 1,400 ล้านบาท และมีการคืนเงิน 100 ล้านบาท รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่าเส้นทางการเงินไม่สอดคล้องกัน น.ส.สุชาดา กล่าวว่า มีเอกสารชี้แจงเรื่องดังกล่าวทั้งหมด และเงินที่จ่ายคืนกลับมาก็มีเอกสารประกอบ
น.ส.สุชาดา ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการอ้างถึงนายสิริโชค ซึ่งออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวและตั้งคำถามเกี่ยวกับบริษัทต่าง ๆ ว่า ตนไม่แน่ใจว่าเป็นใคร และข้อมูลที่มีการนำเสนอหรือเอกสารที่ปรากฏนั้น ตนเองและทีมกฎหมายจะรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับอายุของสามีและจำนวนเงินเกือบ 2,000 ล้านบาท รวมถึงคำถามว่าเงินดังกล่าวมาจากไหน น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ข้อสังเกตดังกล่าวเป็นการตั้งสมมติฐานตามความคิดของผู้ที่กล่าวถึง และตนเองจะรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อกล่าวหาหรือข้อพิสูจน์ว่าสามีของตนทำผิด และบริษัทที่สามีทำงานหรือก่อตั้งขึ้นอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่มีธรรมาภิบาลในเรื่องความโปร่งใสสูง พร้อมระบุว่า คดีที่มีผู้กระทำผิดก็มีการจับกุมไปแล้วบางส่วน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการพาดพิงว่าบุคคลรอบตัวของสามีถูกจับประมาณ 3-4 คน แต่เหตุใดสามีจึงไม่ถูกจับกุม น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าผู้ที่กล่าวถึงมีข้อมูลมากน้อยเพียงใด และหากไม่ได้อยู่ในวงด้วย จะทราบได้อย่างไรว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคนรอบตัวของสามี พร้อมยกตัวอย่างว่า การที่ตนรู้จัก สว.บางพรรค รู้จักชื่อและทักทายกัน ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนรอบตัวของตน
น.ส.สุชาดา กล่าวว่า การใส่ข้อสันนิษฐานหรือความคิดเห็นลงไปควรพิจารณาให้รอบคอบ สำหรับประเด็นที่มีการตั้งคำถามว่าสามีประกอบอาชีพอะไร น.ส.สุชาดา กล่าวว่า สามีทำงานในหลายด้าน มีบริษัทหลายแห่งที่ลงทุน เป็นนักธุรกิจและนักลงทุน รวมถึงทำธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยบริษัทต่าง ๆ มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และมีการชี้แจงรายละเอียดต่อ ป.ป.ช. น.ส.สุชาดา กล่าวว่า จุดมุ่งหมายของสตาร์ทอัพคือการที่บริษัทสามารถ Exit ได้ โดยมีการลงทุนจากนักลงทุนรายใหญ่ เมื่อมีปริมาณเงินหรือจำนวนเงินที่พอใจ ก็สามารถ Exit และถือว่าจบการเป็นสตาร์ทอัพ
“อาชีพอะไร มันจะต้องตอบว่าเป็นอาชีพอะไรอ่ะคะ ในเมื่อชี้แจงบริษัทก็ชี้แจง ใช่ไหมคะ ไม่ได้มีเงินเดือน ก็ลงทุนในบริษัท คือมันไม่ได้มีเงินเดือน ที่คุณโรม ฉะนั้น จะมาบังคับให้ไอเดียพูดว่า เป็นอาชีพอะไรเนี่ย ก็เขาทำงานในหลาย ๆ ด้าน ก็เลยถึงถามไงคะ บอกว่าเป็น อาชีพสามีไอเดีย ได้ไหมคะ” น.ส.สุชาดา กล่าว น.ส.สุชาดา ยังยืนยันว่า สามีไม่ได้เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ พร้อมระบุว่า หากมีข้อสงสัยก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ
เมื่อถามว่าพร้อมชี้แจงกับพรรคหรือไม่ หรือพรรคจะต้องออกมาตั้งโต๊ะแถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ น.ส.สุชาดา กล่าวว่า การเดินทางมาแจ้งความในวันนี้เป็นการปกป้องสิทธิของครอบครัวและสิทธิของตัวเอง ไม่ได้เกี่ยวกับพรรค เพราะการพูดพาดพิงถึงครอบครัวหรือสิทธิโดยตรงทำให้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะการกล่าวถึงสามีทั้งที่ยังไม่มีข้อมูลที่พิสูจน์ได้
“ฉะนั้น ดิฉันก็มารักษาสิทธิ์ของตัวเองเท่านั้นเองค่ะ” น.ส.สุชาดา กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีนายกชนรุจน์ และประเด็นเรื่องสร้อยที่มีการกล่าวถึง น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ไม่แน่ใจ และหากต้องการทราบว่าใครเป็นผู้ซื้อสร้อยให้ก็ควรไปถามเจ้าตัว เมื่อถามว่าต้องการฝากอะไรถึงนายรังสิมันต์ โรมหรือไม่ น.ส.สุชาดา กล่าวว่า “ไม่ฝากค่ะ” พร้อมระบุว่า หากมีการเรียกเข้าสู่คณะกรรมาธิการ หากเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับและถูกต้องตามกฎหมาย และ กมธ.มีอำนาจจริง อะไรที่เป็นไปตามกฎหมาย ตนมีหน้าที่ดำเนินการและพร้อมไปชี้แจง อะไรที่ถูกให้ตามกฎหมาย ดิฉันมีหน้าที่ทำอยู่แล้วค่ะ พร้อมกล่าวถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีว่า นายกรัฐมนตรีมีความคิดเห็น โดยหัวหน้าพูดเพียงว่า หากไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่มีอะไรต้องกลัว และให้เดินหน้าสู้ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด
ท้ายที่สุด น.ส.สุชาดา กล่าวว่า การเดินทางมาที่ บก.ปอท.ในวันนี้เป็นการรักษาสิทธิของตัวเองและครอบครัว พร้อมยืนยันว่าตนเองมองว่าสามีเป็นผู้บริสุทธิ์ และทรัพย์สินที่สามีมีอยู่ก่อนที่จะพบกับตนเอง
“ดิฉันแต่งงานกับสามี ก็คิดว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์นะคะ ดิฉันก็คิดว่าทรัพย์สินที่เขามี มีมาก่อนที่จะเจอดิฉันด้วยซ้ำ มีมาก่อนที่จะเจอดิฉันด้วยซ้ำ ฉะนั้น ถ้าเขาเป็นคนไม่ดี ฉันคิดว่าเขาเป็นคนไม่ดีฉันคงไม่แต่งงานกับเขาหรอกค่ะ” น.ส.สุชาดา กล่าว
首页 » 社交媒体 » 泰自豪党议员 Idea 对 Rangsiman Rome 提起诽谤诉讼。
针对批评,泰自豪党已对兰西曼·罗姆提起诽谤诉讼,指控其言论影射其丈夫,并强调他们愿意配合法律程序。
10月2日下午5点,在中央调查局皮塔克桑蒂大楼,泰自豪党猜也奔府议员苏查达·桑坦萨普(Suchada Sangtansap,又名MP Idea)在向网络犯罪调查局提交关于其丈夫诽谤的投诉后返回。她表示,提交投诉是为了保护她和家人的权益,并将就诽谤行为提起法律诉讼。目前整个流程正在进行中,警方和她的律师将商讨后续步骤。
苏查达女士表示,关于针对人民党议员朗西曼·罗姆先生的诽谤诉讼,她明白必须通过法庭审理才能确定其行为是否构成犯罪。此事将依法处理;若有人被判有罪,必将承担相应的法律后果。然而,如果证实相关陈述属实或存在证据,她愿意公开信息,并配合法律程序进行。
“犯错的人就是犯错的,如果有人有罪,无论他们说什么,都必须承担自己行为的后果。但如果被证实属实,或者有证据,我愿意公开信息。犯错的人必将受到追究,”苏查达女士说道。
苏查达女士表示,尤其针对针对她丈夫的指控,她愿意通过正当程序披露信息。她重申自己和家人清白,前往网络犯罪调查局是为了维护自身权益,并准备配合法律程序。关于有报道称委员会将于10月7日传唤她作证,苏查达女士表示尚未收到相关文件。如果收到符合法律法规的正式传唤函,她愿意配合调查,但目前尚未收到此类信函。
苏查达女士就近20亿泰铢的涉案金额问题作出回应,称这与之前的指控相同,并表示她前往网络犯罪调查局(CCIB)的举动表明她愿意配合调查并证明事实。当被问及是否与丈夫讨论过近20亿泰铢的资金来源时,苏查达女士表示,讨论固然必要,但无需特别准备,因为此事完全可以查明。接下来,将由法律程序来判定孰是孰非。
此前,10月1日,人民党议员朗西曼·罗姆先生在议会质询环节就数字经济与社会部长遭行贿4000万泰铢一案的进展情况发表了评论。他特别提及并建议调查苏查达女士丈夫的职业。随后,苏查达女士反驳称这些指控毫无根据,缺乏证据。她还表示,众议院受到众多民众的密切关注,任何言论都应有证据支持。她进一步指出,朗西曼·罗姆先生作为众议院法律、司法和人权委员会主席,精通法律,可以利用该委员会根据相关规定进行调查或采取行动。
苏查达女士表示,在没有证据的情况下对个人进行指控并给她的家庭造成伤害是不可接受的,而且朗西曼先生没有打算承担责任或撤回他不真实和未经证实的言论。
“证据就在那里,为什么不拿出来?你为何要提出毫无根据的说法?这里是议会,公众都在关注着。你是议员,在你发言之前,必须准备好证据。必须要有证据。你丈夫无法在议会澄清此事,你就擅自发言。这是滥用职权,而且我还没有看到事实。但是,如果将来有证据,我愿意证明,因为现在没有任何证据。”
苏查达女士表示,她已依法申报了所有资产,并准备证明自己的清白,但她拒绝接受没有证据的指控。“我已经依法如实申报了所有资产。我准备抗争,但我不能接受这些指控。不要在没有证据的情况下妄加指责。你们都是成年人,”苏查达女士说道。
当被问及此案是否存在诽谤的法律途径时,苏查达女士表示,她将对那些发表虚假陈述的人采取一切法律行动。她将咨询律师,并采取一切必要的法律措施。关于涉及多家公司的文件和信息,包括14亿泰铢的贷款,苏查达女士表示,所引用的大部分文件据称是她提交给国家反腐败委员会(NACC)的。如果这些文件属实,她质疑如果文件不实,她为何要向NACC解释。至于其他并非由她提供的文件,如果这些文件是伪造的或未提交给NACC,她将采取法律行动。
苏查达女士表示,目前流传的信息很多,她尚未全部查阅。因此,她无法保证所有已曝光文件的真实性。她需要核实哪些文件是真实有效的,以及哪些文件已提交给国家反腐败委员会(NACC)。关于她丈夫贷款的相关文件,苏查达女士表示,她作为国会议员向NACC提供的澄清是出于职责,而所涉金额是她个人的解释,并非如某些人所称是追踪资金流向的结果。她确认,她持有所有与贷款和还款相关的文档,以及所有提交给NACC的解释文件。
针对有关14亿泰铢贷款和1亿泰铢偿还的指控,以及对财务记录不一致的担忧,苏查达女士表示,所有文件都澄清了此事,并且有文件证明偿还情况属实。
苏查达女士还回应了针对西里乔克先生的指控。西里乔克先生曾就此事发表意见,并对多家公司提出质疑。苏查达女士表示,她不确定西里乔克先生的身份。她和她的法律团队将收集相关信息和文件,以采取法律行动。
当记者询问有关她丈夫年龄和近20亿泰铢的财产的看法,包括有关资金来源的问题时,苏查达女士表示,这些看法是基于提出这些看法的人的意见而做出的假设,她将收集所有相关信息。
苏查达女士表示,目前没有任何指控或证据表明她的丈夫有任何不当行为,而且她丈夫工作或创立的公司位于国外,该国拥有高度透明和良好的治理标准。她还提到,一些涉及不当行为的案件已经有人被捕。
当记者问及有关她丈夫身边约有三四人被捕而她丈夫却安然无恙的指控时,苏查达女士表示,她不确定那些提出指控的人掌握了多少信息,如果他们不在同一圈子里,又怎么能知道这些人是她丈夫的熟人呢?她举例说,仅仅因为她认识某些政党的参议员,知道他们的名字,并会和他们打招呼,并不意味着这些人就是她的亲人。
苏查达女士表示,任何假设或观点都应谨慎对待。关于她丈夫的职业,她解释说,他涉足多个领域,投资多家公司,是一位商人兼投资者,也经营初创企业。所有公司均已合法注册,相关信息已提交给国家反腐败委员会(NACC)。苏查达女士进一步解释说,初创企业的目标是最终退出,这需要获得主要投资者的投资。一旦获得足够的资金,初创企业即可退出,其运营也随之结束。
“他的职业是什么?必须说明他的职业。公司已经解释清楚了,对吧?他没有工资,他投资公司。罗姆先生,他没有工资。所以,你们是想逼Idea公司说明他的职业吗?他涉猎广泛,所以我才问。你们能说这是我丈夫的职业吗?”苏查达女士说道。苏查达女士还确认她的丈夫与诈骗分子无关,并表示如有任何疑问,她愿意配合调查。
当被问及是否准备向党内澄清,或党内是否需要就此事召开新闻发布会时,苏查达女士表示,她今天报警是为了保护自己和家人的权益,与党内无关。她解释说,直接针对她家人或其权益的言论会造成伤害,尤其是在没有任何可核实信息的情况下提及她的丈夫。
“因此,我来这里只是为了行使我自己的权利,”苏查达女士说。
当被问及Chonrut先生的案件和项链事件时,Suchada女士表示她并不确定,如果有人想知道项链的买家是谁,应该直接询问他本人。当被问及她是否有什么话要对Rangsiman Rome先生说时,Suchada女士回答说:“没有。”她补充说,如果被委员会传唤,并且符合相关规章制度,委员会也拥有相应的权限,她有责任配合调查,并愿意做出解释。关于总理Anutin Charnvirakul,她说总理只是告诉她,如果她没有做错任何事,就没有什么好怕的,应该继续抗争,因为她没有做错任何事。
最后,苏查达女士表示,她今天到访网络犯罪调查局是为了保护她和家人的权利,同时重申她相信她的丈夫是无辜的,并且她知道丈夫在认识她之前拥有的资产。
“我嫁给我丈夫时,相信他是清白的。我认为他拥有的财产都是在我认识他之前获得的。因此,如果他真像我所认为的那样是个坏人,我就不会嫁给他了,”苏查达女士说道。