ทนายตั้ม จ่อฟ้องกลับ 1,000 คดี ลั่น สนธิ ไม่กล้าเผชิญหน้าที่ศาล律师Tum准备提起1000起反诉,声称Sonthi不敢在法庭上与他对峙。
ทนายตั้ม ซัด ปานเทพ สื่อไม่เป็นกลางจ่อฟ้องกลับหมิ่นประมาทอีกกว่า 1,000 คดี ซัด สนธิ มาศาล ทำไมไม่กล้าขึ้นไปเผชิญหน้ากัน

Home » โซเชียล » ทนายตั้ม จ่อฟ้องกลับ 1,000 คดี ลั่น สนธิ ไม่กล้าเผชิญหน้าที่ศาล
ทนายตั้ม ซัด ปานเทพ สื่อไม่เป็นกลางจ่อฟ้องกลับหมิ่นประมาทอีกกว่า 1,000 คดี ซัด สนธิ มาศาล ทำไมไม่กล้าขึ้นไปเผชิญหน้ากัน
5 ตุลาคม 2569 ภายหลังเสร็จสิ้นการไต่สวนมูลฟ้อง โดยใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนระบุว่าการไต่สวนมูลฟ้องวันนี้ราบรื่นดี ศาลนัดหมายอีกครั้งเดือนพฤศจิกายนนี้ว่าจะมีมูลและจะรับฟ้องหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงศาลพยายามไกล่เกลี่ยให้ และหากให้ตนเองฟ้องกลับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล สื่อมวลชนอาวุโส และ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ฟ้องได้กว่า 100 คดี แต่ตนเองเป็นลูกผู้ชายพอ และมองว่าการเสนอข่าวบางครั้งเกินข้อเท็จจริงไปมาก ซึ่งให้อภัยได้ แต่เพียงเรื่องเดียวกลับเอามาฟ้อง จึงบอกกับศาลว่าขอกลับไปพิจารณาดูทีละคลิปและฟ้องกลับสัก 1,000 คดี เพราะคู่กรณีด่าตนเองไว้เยอะ
ทนายตั้ม บอกอีกว่า ตนเองได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายปานเทพในห้องพิจารณาคดีเรื่องจริยธรรมสื่อมวลชน โดยตนเองได้ถามย้อนนายปานเทพถึงการทำหน้าที่สื่อมวลชนว่าเป็นกลางหรือไม่ แต่นายปานเทพตอบกลับว่าสื่อไม่จำเป็นต้องเป็นกลาง ขอแค่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทนายตั้มจึงตั้งคำถามกลับว่าทำไมไม่เคยสอบถามข้อเท็จจริงจากฝั่งตนเองบ้าง
นอกจากนี้ ทนายตั้ม ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นการรับเงินบริจาค โดยระบุในห้องพิจารณาว่ามีกรณีที่ นางสาวจตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย ได้มอบเงินให้นายสนธิ รวมถึงการโอนเงินบริจาคผ่านบัญชีมูลนิธิ ซึ่งมองว่าอาจเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งมูลนิธิตรวจสอบได้ยากกว่างบประมาณแผ่นดิน
ทนายตั้มบอกอีกว่าในเมื่ออยากแจ้งความกัน ตนเองก็จะฟ้องกลับในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีที่มีการโพสต์และนำเสนอข่าวเรื่องเงิน 39 ล้านบาท ทั้งที่ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงการนำเสนอข่าวในลักษณะชี้นำและฟันธงว่าตนเองเป็นผู้กระทำความผิดทั้งที่คดียังไม่ถึงที่สุด และเวลาเสนอข่าวก็เรียกตนเอง นช.ตั้ม ทั้งที่นายสนธิเองก็เป็น นช. สนธิ เหมือนกัน
ส่วนบรรยากาศในห้องไต่สวนมูลฟ้อง ทนายตั้มบอกว่าได้เผชิญหน้าและพูดคุยกับนายปานเทพและทีมทนายความ แต่ไม่เจอนายสนธิ ซึ่งผู้สื่อข่าวบอกว่า นายสนธิเดินทางมาที่ศาลด้วย แต่มาเพียงครึ่งชั่วโมงและกลับออกไป ทนายตั้มระบุว่าเมื่อมาแล้วทำไมไม่ขึ้นไปเผชิญหน้ากัน โดยทนายตั้มทิ้งท้ายว่า อยากให้มาพูดคุยกันแบบลูกผู้ชาย เพราะที่ผ่านมาตนเองถูกต่อว่าผ่านคลิปกว่าหนึ่งพันครั้ง แต่พอตอบโต้เพียงไม่กี่ครั้งกลับถูกฟ้องและถูกร้องขอให้ถอนประกัน ซึ่งมองว่าคดีลักษณะนี้เป็นคดีไร้สาระและทำให้รกศาล ควรเอาเวลาไปทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองจะดีกว่า
首页 » 社交媒体 » 律师Tum准备提起1000起反诉,声称Sonthi不敢在法庭上与他对峙。
律师Tum猛烈抨击Panthep,指责媒体存在偏见,并威胁要提起1000多起诽谤诉讼。他还质疑Sonthi为何出庭却不敢当面对质。
2026年10月5日,在经过近四个小时的初步听证会后,人民律师基金会秘书长西塔·比亚邦克德(Sittha Biabangkerd,又名律师Tum)接受媒体采访,称听证会进行得很顺利。法院安排在11月再次开庭,以确定是否有足够的证据继续审理此案。然而,他补充说,法院实际上是在试图调解,如果允许他对资深记者颂迪·林通库尔(Sondhi Limthongkul)和国家守护者基金会主席潘特普·普阿蓬(Panthep Puapongs)提起反诉,他可以提起超过100起诉讼。但他表示,他有足够的勇气理解,虽然有些新闻报道夸大了事实,他可以原谅,但仅凭单一事件就提起诉讼是不可接受的。因此,他告诉法庭,他将逐一审查每一段视频,并考虑提起1000起反诉,因为对方对他进行了广泛的侮辱。
律师Tum进一步表示,他在法庭上与Panthep先生就媒体伦理问题交换了意见。他询问Panthep先生记者的角色是否应该保持中立,Panthep先生回答说,只要能够核实事实,媒体就不需要保持中立。Tum律师随后质问Panthep先生,为什么他从未向Panthep先生询问过事实情况。
此外,律师 Tum 还对接受捐款表示担忧,他在法庭上指出,曾有 Jatuporn Ubollert 女士(又名“Jae Aoy”)向 Sonthi 先生捐款,以及通过基金会账户转移捐款的案例,他认为这可能是一种牟利行为,因为基金会比政府预算更难审查。
律师Tum补充说,既然他们要报警,他将反诉他们诽谤。这源于他们发布的关于3900万泰铢的帖子和新闻报道,而他与此事毫无瓜葛;此外,尽管案件尚未最终判决,他们却断言他有罪。更甚者,新闻报道称他为“囚犯Tum”,而Sonthi先生也是一名囚犯,名叫Sonthi。
关于法庭气氛,律师Tum表示,他与Panthep先生及其律师团队进行了交谈,但没有见到Sonthi先生。记者称,Sonthi先生也来到了法庭,但只待了半小时就离开了。Tum律师质疑,既然Sonthi先生在场,为何不上前与他们当面对质。他最后表示,他希望与对方进行一对一的对话,因为他本人已被视频批评上千次,但几次回应后,他却遭到起诉,保释也被撤销。他认为这类案件毫无意义,浪费法庭时间,应该把时间用在对国家有益的事情上。