ศึกระบายน้ำ 3 จังหวัด ปทุมฯ-นครนายก-กทม. ใครคนกลาง-ใครตัดสินใจ ?这场横跨巴吞他尼府、那空那育府和曼谷三府的排水系统之争,谁将扮演中立方的角色?谁又将做出最终决定?
ปทุมธานีเร่งระบายน้ำท่วมหลายพื้นที่ หลังบางชุมชนจมนานกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่หนองเสือยังผันน้ำไปองครักษ์ไม่ได้ เตรียมระบายผ่านคลอง 14-13 ลงคลองหกวาสายล่าง ท่ามกลางปัญหาการจัดการน้ำที่กระทบพื้นที่ปทุมธานี นครนายก และกรุงเทพฯ

วันนี้ (6 ต.ค.2569) สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ปทุมธานี ยังคงต้องเร่งระบายน้ำในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.หนองเสือ ซึ่งบางชุมชนมีน้ำท่วมขังมานานกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่พื้นที่ อ.คลองหลวง น้ำท่วมหมู่บ้านพฤกษา 12 ต.คลองสาม กว่า 3,000 หลังคาเรือนต่อเนื่องเป็นวันที่ 10 แม้ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่การระบายออกยังทำได้ช้า เนื่องจากคลอง 3 มีระดับน้ำสูงเต็มตลิ่ง เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งระบายน้ำลงคลอง 3 ซึ่งเป็นเส้นทางหลัก รวมถึงระบายผ่านคลองระพีพัฒน์ หลังสามารถเคลียร์ปัญหากับชาวบ้านและเดินหน้าระบายน้ำได้
ส่วนพื้นที่ริมคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ตั้งแต่รังสิต บึงยี่โถ จนถึงธัญบุรี เจ้าหน้าที่ยังคงเดินเครื่องสูบน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางบิ๊กแบ็กตามแนวคลองเพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าชุมชน ขณะที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ยืนยันว่า ยังไม่มีนโยบายเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 รังสิต-นครนายก เนื่องจากระดับน้ำในพื้นที่ปทุมธานียังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยน้ำจาก จ.นครนายก จะประสานให้ระบายผ่านคลอง 13 และคลองรังสิต ก่อนส่งต่อไปยังแม่น้ำบางปะกงและออกสู่อ่าวไทย
อีกด้านหนึ่งที่ ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ ชาวบ้านบางชุมชนต้องเผชิญน้ำท่วมขังมานานกว่า 2 สัปดาห์ บางจุดระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร รถไม่สามารถสัญจรเข้าออกได้ ชาวบ้านต้องใช้เรือพายออกมาหาอาหาร ขณะที่น้ำเริ่มเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น และยังมีปลิงควายจำนวนมากมากับน้ำ ทำให้ชาวบ้านบางส่วนไม่กล้าออกจากบ้าน พร้อมเรียกร้องให้เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่
ว่าที่ ร.ต.ธีระพล โชคนำชัย ปลัดจังหวัดปทุมธานี ระบุว่า การระบายน้ำใน อ.หนองเสือ อยู่ระหว่างประสานกับ จ.นครนายก เพื่อบริหารจัดการน้ำร่วมกัน หลังเกิดความขัดแย้งในพื้นที่รอยต่อระหว่างหนองเสือกับ อ.องครักษ์ โดยเตรียมพิจารณาผันน้ำจากพื้นที่ศาลาครุ ซึ่งเป็นจุดที่น้ำท่วมหนักที่สุดของหนองเสือ เนื่องจากรับน้ำจากทั้งนครนายกและสระบุรี เบื้องต้นมีแผนเร่งดึงน้ำจากคลอง 14 ลงคลอง 13 ก่อนผันต่อไปยังคลองหกวาสายล่าง เนื่องจากยังไม่สามารถระบายน้ำไปทางองครักษ์ได้
วิกฤตรอยต่อ 3 จังหวัด เร่งหาข้อยุติเปิดประตูระบายน้ำ
ปัญหานี้สะท้อนความซับซ้อนของการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่รอยต่อ เพราะการเปิดทางระบายน้ำจากพื้นที่หนึ่งอาจเพิ่มปริมาณน้ำให้กับอีกพื้นที่ โดยขณะนี้พื้นที่ จ.นครนายก จ.ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร ต่างเผชิญปัญหาน้ำท่วม เช่น อ.องครักษ์ จ.นครนายก มีน้ำท่วมขังในพื้นที่นาน 9 วัน จนชาวบ้านเรียกร้องให้เปิดประตูระบายน้ำคลองรังสิต เพื่อส่งน้ำไปยังคลองรังสิตและคลองหกวาสายล่าง แต่การดำเนินการทำได้ยาก เนื่องจากคลองรังสิตมีปริมาณน้ำสูงอยู่แล้ว และอาจกระทบประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองทั้ง 2 ฝั่ง
ก่อนหน้านี้ยังมีปัญหาการระบายน้ำผ่านคลอง 2 ซึ่งกระทบพื้นที่เขตสายไหมของกรุงเทพฯ รวมถึงการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ โดยทั้ง 2 จุดเคยมีชาวบ้านคัดค้าน แต่ขณะนี้สามารถเจรจาเพื่อให้ระบายน้ำได้แล้ว ส่วนจุดที่ยังต้องหารือกันคือประตูระบายน้ำคลอง 12-13 เพราะหากเปิดประตูระบายน้ำบริเวณดังกล่าว จะส่งผลต่อคลองหกวาสายล่าง รวมถึงพื้นที่เขตคลองสามวาและเขตหนองจอก ซึ่งกำลังมีน้ำท่วมอยู่เช่นกัน
มีรายงานว่า หน่วยงานของทั้ง 2 พื้นที่อยู่ระหว่างพูดคุยเพื่อปรับรูปแบบการระบายน้ำให้เหมาะสม โดยต้องพิจารณาระดับน้ำทั้งพื้นที่ด้านบนและด้านล่าง เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อชุมชนที่รับน้ำ ขณะที่ วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่รอยต่อระหว่างปทุมธานีกับกรุงเทพฯ จำเป็นต้องบริหารจัดการร่วมกัน และต้องพิจารณาระดับน้ำของทั้ง 2 ฝั่ง ไม่สามารถตัดสินใจโดยมองเฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
ปัญหาการระบายน้ำจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเปิดหรือปิดประตูระบายน้ำ แต่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจว่าพื้นที่ใดจะเป็นผู้รับน้ำและระดับน้ำในแต่ละคลองสามารถรองรับได้มากน้อยเพียงใด ความขัดแย้งเริ่มตั้งแต่ระดับชุมชนในพื้นที่รับน้ำ และขยายไปถึงคำถามว่าใครควรเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ
เนื่องจากแม้ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในระดับจังหวัด แต่ผู้ว่าฯ ของแต่ละจังหวัดมีอำนาจในระดับเดียวกัน จึงไม่สามารถตัดสินใจเรื่องที่กระทบพื้นที่ข้ามจังหวัดได้โดยลำพัง
ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำจึงเสนอว่า ควรมีผู้มีอำนาจในระดับสูงกว่าผู้ว่าราชการจังหวัด หรือบุคคลที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ทำหน้าที่ประสานและตัดสินใจ โดยต้องใช้ข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับระดับน้ำ เส้นทางการระบาย และผลกระทบต่อพื้นที่ต้นน้ำและปลายน้ำประกอบการตัดสินใจ
ล่าสุดรัฐบาลมอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง รับผิดชอบการแก้ไขปัญหาพื้นที่น้ำท่วมภาคกลาง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำระหว่างพื้นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันและช่วยคลี่คลายสถานการณ์
ตร.บุก "ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ" ถูกร้องทารุณกรรม พบห้อง-เตียงติดกรงเหล็ก
รัสเซียยกระดับคุมโรค สั่งปิดโรงพยาบาล-กักตัวผู้ป่วย สหรัฐฯ จับตาใกล้ชิด
สภาพอากาศวันนี้ เหนือ-กลาง-ตะวันออกฝนหนัก ระวังลมกระโชก-ลูกเห็บ
截至今日(2026年10月6日),巴吞他尼府的洪灾形势依然严峻,许多地区亟需紧急排水,尤其是在农苏亚县,部分社区已被洪水淹没超过两周。与此同时,在空銮县,空三街道的普鲁克萨12住宅区已连续十天被淹,影响超过3000户家庭。尽管水位已开始下降,但由于3号水道已满负荷运转,排水速度仍然缓慢。因此,在解决居民问题并恢复排水工作后,相关部门正优先考虑将水排入主要水道3号水道以及拉皮帕水道。
从兰实到汶义托和塔尼武里,兰实巴育萨运河沿线官员继续运行水泵,并在运河沿岸放置沙袋,以防止洪水涌入居民区。与此同时,兰实南部灌溉和维护项目确认,由于巴吞他尼府的水位仍然处于危险水平,目前没有计划开启12号运河(兰实-那空那育)的泄洪闸。那空那育府的水将通过13号运河和兰实运河排出,然后汇入邦巴功河,最终流入泰国湾。
与此同时,在农苏埃县农三旺街道,一些村庄已遭受洪水侵袭两周多。部分地区水位超过1米,车辆无法进出。村民们只能乘船外出觅食。水体变得浑浊不堪,散发着恶臭,洪水还带来了大量水蛭。因此,一些村民不敢出门,并呼吁尽快将积水抽出。
巴吞他尼府副府尹提拉蓬·乔南猜代理中尉表示,由于农苏亚县与翁卡拉县交界地区发生冲突,目前农苏亚县的水资源管理工作正与那空那育府协调进行。他们正在考虑将水从农苏亚县受灾最严重的萨拉克鲁地区引流,该地区的水源来自那空那育府和沙拉武里府。初步计划是先将14号运河的水紧急引流至13号运河,然后再引流至霍瓦赛朗水道,因为目前无法将水排至翁卡拉县。
三省交界危机:亟需打开闸门寻求解决方案。
这个问题反映了过渡地区水资源管理的复杂性,因为打开一个地区的排水沟渠可能会导致另一个地区的水量增加。目前,那空那育府、巴吞他尼府和曼谷都面临着洪涝灾害。例如,那空那育府翁卡拉县已经连续九天被淹,当地居民要求打开兰实运河的泄洪闸,将水引流至兰实运河和霍瓦赛朗水道。然而,由于兰实运河水位已经很高,这样做难以实现,而且可能会影响运河两岸的居民。
此前,曼谷赛迈区(Sai Mai)的2号运河以及帕亚苏伦德拉水闸(Phraya Surendra sluice gate)的排水均存在问题。居民此前曾在两处地点举行抗议活动,但经过协商,排水状况已得到改善。然而,12号和13号运河水闸的开启仍需进一步讨论,因为开启这些水闸会影响下游的空霍瓦运河(Khlong Hok Wa canal),以及已经遭受洪涝灾害的空三瓦区(Khlong Sam Wa)和农卓区(Nong Chok)。
报道显示,双方相关机构正在商讨调整排水方案,以最大限度地提高效率,同时兼顾上下游水位,力求最大限度减少对下游社区的影响。与此同时,曼谷副市长维萨努·特拉普松波尔表示,解决巴吞他尼府和曼谷交界地区的洪灾问题需要双方联合管理,并综合考虑两岸水位;不能仅凭单一区域的情况做出决策。
因此,排水问题并非仅仅是开关水闸的问题,而是涉及到决定哪些区域将接收水以及每个区域能够容纳多少水。冲突始于受水区域的社区层面,并延伸至谁应该拥有决策权的问题。
虽然省长是省级最高官员,但各省省长拥有同等的权力,因此不能单方面做出影响跨省地区的决定。
因此,水资源专家建议,应由比省长级别更高的机构或总理指定的人员负责协调和制定决策。这些决策应纳入水位、排水路线以及对上下游地区的影响等技术数据。
政府最近指派副总理兼财政部长埃克尼蒂·尼蒂坦普拉帕负责解决中部地区的洪灾问题,以确保各地区之间协调的水资源管理,并帮助缓解灾情。
警方接到虐待老人的指控后,突击搜查了一家老年护理中心,发现房间和床铺上装有铁笼。
俄罗斯已加强疫情防控措施,下令关闭医院并隔离患者。美国正在密切关注局势。
今日天气:北部、中部和东部地区有大雨。注意阵风和冰雹。