← 返回新闻首页
泰国权威

ผู้ประกอบการ SME สะท้อนรัฐควบคุมสินค้าลอกเลียนแบบ ส่งผลให้หัตถกรรมท้องถิ่นหลายที่ปิดตัวลง

สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ เลียนแบบสินค้าไทยมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นชามตราไก่ ผ้าใยกัญชง ส่งผลให้งานหัตถกรรมท้องถิ่นทยอยปิดตัวลง ขณะที่ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ระบุว่าสินค้าไทยมักตกเป็นเป้าการเลียนแบบ แล้วถูกนำกลับเข้ามาในราคาที่ถูกกว่า

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
中小企业主反映,政府对假冒产品的管控导致许多当地手工艺品商店倒闭。

ผ้าใยกัญชงด้านซ้าย คือสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ส่วนผ้าใยกัญชงด้านขวา เป็นของที่ชาวบ้านในตำบลโป่งเเยง อำเภอเเม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ผลิตขึ้นจะเห็นได้ชัดเจนว่า ลักษณะต่างกัน โดยผ้าใยกัญชงที่นำเข้ามีลักษณะเรียบ ผิวไม่ฟู เเละสัมผัสไม่นุ่มเท่ากับผ้าที่ทอมือของชาวบ้าน ที่สำคัญราคาถูกกว่าหลายเท่า

อรชร ความดีดำรง สมาชิกกลุ่มสาหกิจดาวม่าง จ.เชียงใหม่

อรชร ความดีดำรง สมาชิกกลุ่มสาหกิจดาวม่าง จ.เชียงใหม่ เล่าว่า กลุ่มวิสาหกิจมีความต้องการนำสินค้าไปเเสดงยังตลาดอื่น ๆ เพื่อทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เเละเสริมแผนการส่งเสริมตลาดให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

ผู้ประกอบการ SME สะท้อนรัฐควบคุมสินค้าลอกเลียนแบบ ส่งผลให้หัตถกรรมท้องถิ่นหลายที่ปิดตัวลง

สินค้าจากต่างประเทศเหล่านี้ มีเเนวโน้มที่กำลังเข้ามาตีตลาดสินค้าไทยอย่างต่อเนื่อง เเละมักจัมีกลยุทธ์ดึงดูดผู้บริโภคด้วยราคาที่ต่ำกว่า ทำให้ผู้ประกอบการ SME ไทยตกเป็นรองทั้งด้านต้นทุนและการทำการตลาด อีกทั้งยังติดข้อจำกัดในการปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่

อาคม สุวรรณกันทา ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน

ด้านนายอาคม สุวรรณกันทา ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ระบุถึงข้อจำกัดของธุรกิจ SME ในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือว่า จากการประชุมของสมาพันธ์ SME ไทย ได้มีการยื่นข้อเสนอสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ การแก้หนี้ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การส่งเสริมการเข้าสู่ตลาด การลดต้นทุน และการแก้ไขกฎหมาย โดยในความเป็นจริงผู้ประกอบการแต่ละรายอาจไม่ได้ประสบปัญหาเหมือนกันทั้งหมด

แม้ผู้ประกอบการแต่ละรายจะเจออุปสรรคต่างกัน แต่ปัญหาหลักร่วมกันคือ สินค้าไทยมักถูกต่างชาติลอกเลียนแบบ แล้วนำกลับเข้ามาขายในราคาตัดหน้า เนื่องจากต้นทุนการผลิตของไทยสูงกว่า จึงขอเสนอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการใน 2 ส่วนสำคัญ คือ บังคับใช้กฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์สินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างจริงจัง และเร่งส่งเสริมการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เพื่อสร้างเอกลักษณ์และความคุ้มครองสินค้าท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ล่าสุดรัฐบาลมีนโยบายดำเนินการเสริมความเข้มแข็งให้SME โดยใช้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นเหมือน One Stop Service เเละเป็นที่ปรึกษาในด้านการขยายช่องทางการขายสินค้าผ่านเเฟลตฟอร์ม เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเเละต่อยอด โดยตั้งเป้าจะเพิ่มรายได้ของ SMEs เป็นร้อยละ 40 ภายใน 5 ปี

ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ระบุว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME กว่า 3.28 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 99.5 ของวิสาหกิจทั้งหมด สร้างการจ้างงานกว่า 13.6 ล้านคน และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 6.6 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 34.82 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ GDP ขณะที่ไตรมาสแรกของปี 2569 SME สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 1.73 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 35.13 ของ GDP ประเทศ และขยายตัวร้อยละ 2.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

รายงาน : วีรภัทร ยาตรา ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻