บุกจับ 3 ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซนเตอร์ หลอก นศ. พบเสียหายรวม 200 ล้าน警方逮捕了三名涉嫌电话诈骗的嫌疑人,该诈骗案诈骗学生,造成的损失总计估计达 2 亿泰铢。
ตำรวจไซเบอร์ บุกจับกุม 3 ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซนเตอร์ หลอกนักศึกษาโอนเงิน เสียหายรวมกว่า 200 ล้านบาท

วันนี้ (6 ต.ค.2569) ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพักหรูหลังหนึ่งในพื้นที่สะพานสูง กรุงเทพฯ หลังสืบสวนพบว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์ ที่ก่อเหตุหลอกนักศึกษาให้โอนเงิน จนสร้างความเสียหายรวม 200 ล้านบาท
จากการตรวจค้นได้จับกุมผู้ต้องหา 3 คน เป็นชายสัญชาติจีน 1 คน และหญิงสัญชาติเมียนมา 2 คน จากการสอบถามพบว่าหญิงชาวเมียนมาจะทำหน้าที่แม่บ้านและเป็นผู้ออกไปรับเงินสดเพื่อนำมาส่งต่อให้กับชายชาวจีน
พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 23-25 ก.ย.2569 ตำรวจไซเบอร์ได้รับแจ้งมีผู้เสียหาย เป็นชายอายุ 19 ปี ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากค่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ หลอกว่าเบอร์โทรนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และจะโอนสายให้คุยกับบุคคลที่อ้างตัวเป็นตำรวจเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปให้กว่า 200,000 บาท เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์
ต่อมาเมื่อตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ผู้เสียหายโอนไปให้ พบว่าถูกโอนต่อผ่านบัญชีบุคคลหลายคน และมีบางส่วนถูกนำไปซื้อทองคำกับร้านทอง นอกจากการโอนเงินผ่านบัญชีแล้ว แก๊งคอลเซนเตอร์ยังหลอกให้ผู้เสียหายถอนเงินสด 450,000 บาท แล้วนัดหมายให้นำเงินไปส่งมอบให้ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านศาลายา จ.นครปฐม จากนั้นจะมีบุคคลมารับเงินสดจากผู้เสียหายและนำไปส่งต่อให้กับชายสัญชาติจีนที่ถูกจับกุม
นอกจากการจับกุมผู้ต้องหา 3 คน ตำรวจยังได้ตรวจยึดทรัพย์สินภายในบ้าน เช่น นาฬิกาหรู โทรศัพท์มือถือ เงินสด แท็บเล็ต หนังสือเดินทาง สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร หนังสือมอบอำนาจและใบรับเงินเงินสด รวมกว่า 40 รายการ รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท
สำหรับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เครือข่ายนี้ พบข้อมูลว่าได้สร้างความเสียหายหลอกลวงนักศึกษาให้โอนเงินรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน เพื่อจับกุมผู้รับผลประโยชน์และบุคคลในเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
กรมอุตุฯ เตือนฉบับที่ 11 อากาศยังแปรปรวน ฝนตกหนัก-หนักมากจนถึง 7 ต.ค.นี้
สบส.ลงสอบ "เนอร์สซิ่งโฮม" ท่าม่วง พบตกเกณฑ์หลายด้าน
"พิพัฒน์" ถกแก้น้ำท่วมใต้ ลั่น ทำเต็มที่ รับไม่มีใครเอาชนะธรรมชาติได้
今天(2026年10月6日),网络犯罪调查局(网络警察)在曼谷沙潘松地区的一处豪华住宅执行了敏武里刑事法院签发的搜查令。此次搜查源于一项调查,该调查揭露了该住宅与一个呼叫中心诈骗网络有关,该网络共诈骗学生2亿泰铢。
搜查过程中,三名嫌疑人被捕:一名中国公民和两名缅甸女子。审讯显示,这两名缅甸女子是家政服务员,负责收取现金交给那名中国男子。
网络犯罪调查局局长廷科恩·朗马特中将透露,2016年9月23日至25日期间,网络警察接到一名19岁男性受害者的报案,称其被一个冒充手机公司工作人员的呼叫中心团伙诈骗。诈骗分子声称受害者的手机号码涉嫌洗钱,并会将电话转接给自称警察的人以增加可信度。受害者轻信了诈骗分子,为了证明自己的清白,转账超过20万泰铢。
后来,警方调查受害者资金流向时发现,这些钱款通过多个个人账户转移,其中一部分被用于在一家金店购买黄金。除了银行转账外,该诈骗团伙还诱骗受害者提取45万泰铢现金,并安排在佛统府沙拉亚地区一家购物中心的停车场交付现金。在那里,一名男子会从受害者手中接过现金,然后将其交给一名中国公民,该公民随后被捕。
除了逮捕三名嫌疑人外,警方还在屋内查获了包括名表、手机、现金、平板电脑、护照、银行存折、授权委托书和现金收据在内的40多件物品,总价值超过1亿泰铢。
据悉,该诈骗团伙利用呼叫中心诈骗学生,涉案金额超过2亿泰铢。目前,警方正在调查其资金流向和资产情况,以逮捕受益人及相关团伙成员。
气象部门发布第11号预警:天气依然不稳定,预计10月7日前将有大到暴雨。
卫生服务支持部 (DHSS) 对 Tha Muang 疗养院进行了检查,发现其在多个方面未能达到标准。
《皮帕特》探讨了南方洪灾的解决方案,誓言尽其所能,并承认没有人能够征服自然。