ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก 18 รมต.ค่ายสีน้ำเงิน反对派已对蓝衫派的 18 名部长提出质询动议。
ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก นายกฯและรัฐมนตรีรวม 18 คน ขณะ “สาทิตย์” เผยขอเวลาอภิปราย 5 วัน หวัง ครม.ตอบรับ ด้าน “โสภณ” ไฟเขียวซักฟอกโยงคดีฮั้ว สว. ย้ำพูดได้ถ้าเกี่ยวข้อง

วันนี้ (8 ต.ค.2569) พรรคการเมืองฝ่ายค้านนำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน และ สส. พรรคการเมืองฝ่ายค้านจำนวน 5 พรรค ลงชื่อ 145 คน ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล 18 คน ในข้อกล่าวหาซึ่งเอกสารมีความยาว 7 หน้ากระดาษ
1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
2.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
3.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
4.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
5.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
6.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
7.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
8.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
9.นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
10.นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
11.พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
12.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
13.นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐนตรี
14.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
15.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
16.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
17.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
18.นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าข้อกล่าวหาตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้านทำงานร่วมกัน รวบรวมเป็นกรอบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งฝ่ายค้านต้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อระบอบสีน้ำเงิน กำลังกินรวบประเทศนี้อยู่
พวกเรามองว่าระบอบสีน้ำเงิน เป็นศัตรูและเป็นอาชญากรรม ต่อระบอบประชาธิปไตย อยู่ตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตยอย่างชัดเจน และกำลังกินรวบประเทศนี้อยู่ ไม่ใช่แค่อำนาจในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียวเท่านั้น แต่อาจรวมถึงสมาชิกวุฒิสภาหรือกลไกการถ่วงดุลตรวจสอบ อย่างเช่นองค์กรอิสระ ดังนั้นเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโกง สว., ทุจริตสอบท้องถิ่น, ปัญหาวิกฤตประชาชน การบริหารจัดการน้ำท่วม ล้วนอยู่ในกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจเหล่านี้ทั้งสิ้น
เมื่อถามว่า เนื้อหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเช่นเรื่องการฮั้ว สว.อาจไม่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี หากประธานวินิจฉัยว่า ไม่สามารถนำมาอภิปรายได้ จะดำเนินการอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้ประธานสภาคงเส้นคงวากับคำพูดของตนเอง ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นประเด็น
ส่วนหลักเกณฑ์ในการอภิปรายรัฐมนตรีอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า โดยหลักคือมองเรื่องหลักฐานและใบเสร็จที่เห็นชัด ครั้งนี้การอภิปราย เราอภิปรายต่อระบอบสีน้ำเงินเป็นหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับประชาธิปไตย หลักเกณฑ์ทั้งหมด จึงเชื่อมั่นต่อพยานหลักฐานที่มี
เมื่อถามว่าข้อกล่าวหานั้นเพียงพอต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการเอาผิดแล้วหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ถือว่าเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายถ่วงดุลตรวจสอบ ซึ่งพยานหลักฐานทั้งหมดหลังการอภิปราย เราจะดำเนินการทุกอย่าง เพื่อใช้เอาผิดกับรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ส่วนผลที่จะเกิดขึ้นในการลงมติ ต้องเรียกร้องไปยังเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ต้องอย่าลืมว่า สส.ทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เมื่อดูพยานหลักฐานที่พวกเราเปิดเป็นรายบุคคล อยากให้เราทำหน้าที่ในการลงมติอย่างตรงไปตรงมา
ส่วนจะมีการสื่อสารไปยังพรรคกล้าธรรม เนื่องจากสถานะยังก้ำกึ่งและยังเป็นฝ่ายค้านอย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่าในทางปฏิบัติ หลายคนพอจะเห็นและเข้าใจ ว่าสาเหตุใดที่ญัตตินี้ไม่มีพรรคกล้าธรรมร่วมลงชื่อด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคกล้าธรรมต้องชี้แจงด้วยตนเอง ซึ่งพรรคฝ่ายค้านที่ร่วมลงชื่อในญัตตินี้มีทั้งหมด 145 คน
เมื่อถามว่าจะมุ่งเป้าการอภิปรายที่เรื่องฮั้ว สว.เป็นหลักใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็ต้องดูทั้ง 18 รายชื่อ ว่า มีรายบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในสำนวนของคดีโกง สว.ดังนั้นจึงไม่ได้พุ่งเป้าไปที่เรื่องฮั้ว สว.อย่างเดียว อะไรที่เป็นวิกฤตของประชาชน และอะไรที่ขั้วตรงข้ามต่อประชาธิปไตย การใช้อำนาจในทางมิชอบต่าง ๆ ล้วนอยู่ในเนื้อหาที่จะอภิปรายทั้งสิ้น
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าการทำงานในสภาคือการตีแผ่ความจริง แม้ตั้งความหวังได้ไม่เท่าไหร่ แต่เป็นสิ่งที่พวกเราต้องเรียกร้องในการใช้อำนาจนิติบัญญัติ ไม่ว่าจะจะเป็นฝ่ายค้านหรือสภา เห็นข้อมูลและข้อเท็จจริงทั้ง 18 รายชื่อนี้ ที่ฝ่ายค้านในชั้นที่ตรวจสอบ อยากให้รอดูวิธีการลงมติว่า เป็นการอภิปรายจริง ว่า สส.แต่ละพรรคลงมติอย่างไร เราเตรียมกรอบญัตตินี้มา ตามเนื้อหาข้อเท็จจริงเป็นหลัก ซึ่งอย่างแรกต้องมีหลักฐานที่มีน้ำหนัก และเปิดโอกาสให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน เสนอ ดังนั้นทั้ง 18 รายชื่อนี้ยืนยัน ผ่านทั้ง 2 หลักเกณฑ์นี้ อันนั้นการยื่นญัตติในครั้งนี้จึงเป็นไปตามกระบวนการทั้งหมด
ส่วนการอภิปรายที่จะมีถึง 18 คนจะไม่หลุดโฟกัสหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าถ้าดูที่ตัวเนื้อหาเป็นหลัก ถ้ามีการกระทำผิดโดยใช้อำนาจมิชอบจริง ก็ต้องมีการตรวจสอบทุกคน ไม่ว่าจะมีกี่คนก็ตาม
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ถือว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ถือเป็นมาตรการสำคัญสูงสุด ในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นรายชื่อรัฐมนตรีที่จะอภิปราย กับคณะทำงานของฝ่ายค้าน แม้จะไม่มีจำนวนญัตติครบทั้ง 18 คน แต่มีอยู่จำนวนหนึ่งที่ยื่นพบชุดข้อมูล ที่ชี้ให้เห็นชัดถึงพฤติกรรมในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรี ที่ผิดพลาดบกพร่อง ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคพวก สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ ทุกคนภาคประชาธิปัตย์ จะอภิปรายสามารถยืนยันได้ด้วยชุดข้อมูล ที่มีการตรวจสอบว่าพบความเสียหายจริง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 5 วันในการอภิปราย จึงฝากไปถึงรัฐบาล ว่า 18 คนถือว่าเยอะมากที่สุดครั้งหนึ่งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หวังว่าจะได้รับการตอบรับจากประธานสภา
จากนั้นนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า กรอบเวลาการบรรจุญัตติตามกฎหมายมีเวลา 14 วัน เบื้องต้นได้พูดคุยกับผู้นำฝ่ายค้านต้องการที่จะอภิปรายในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ และยืนยันว่า ขั้นตอนการตรวจสอบญัตติจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด ก่อนจะเสนอให้ ครม.กำหนดวันเพื่อบรรจุวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร
ส่วนการพิจารณาเนื้อหาในญัตติเกี่ยวกับอภิปรายประเด็นโยงคดีฮั้ว สว.หากเรื่องใดผูกพันกับ รัฐมนตรีชุดปัจจุบันก็สามารถที่จะพูดได้ ซึ่งการอภิปรายต้องอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ของผู้อภิปรายสามารถพูดได้ ต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้รับผิดชอบหรือไม่
ผู้ที่ทำหน้าที่ประธาน สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องยึดข้อบังคับ เพื่อให้การบริหารการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากประธานสภาเองไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ การควบคุมของประธานจะลำบาก เพราะฉะนั้นยึดแนวตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ให้เป็นไปตามข้อบังคับไม่เอนเอียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงของฝ่ายค้าน แกนนำพรรคเพื่อไทย มาร่วมนั่งฟังการแถลงยื่นญัตติของฝ่ายค้านด้วย คือ นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย
ศุภจี ยินดี ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ มองเป็นโอกาสชี้แจงประชาชน
พรุ่งนี้ ฝ่ายค้านยื่นซักฟอกรัฐบาล ตาม ม.151 เล็ง 10 รัฐมนตรีโยงคดีฮั้ว สว.
"ณัฐพงษ์" จี้รัฐบาลกางแผนระบายน้ำด่วน ซัดขาดเอกภาพแก้ภัยพิบัติ
ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ
今天(2026年10月8日),由反对党领袖纳塔蓬·鲁昂帕尼亚武特先生领导的反对党联盟,以及来自五个反对党的145名国会议员,向众议院议长索蓬·萨拉姆先生提交了一份不信任动议,要求根据宪法第151条进行表决。该动议针对18名内阁部长,指控内容详见一份长达7页的文件。
1. 阿努廷·查恩维拉库尔先生,总理兼内政部长。
2. 副总理兼交通部长 Pipat Ratchakitprakarn 先生。
3. 副总理宋萨克·通斯里先生
4. 副总理兼财政部长埃克尼蒂·尼蒂坦普拉帕斯先生。
5. 苏帕吉·苏塔姆潘女士,副总理兼商务部长。
6. 帕空·尼拉普拉潘先生,副总理
7. 国防部长阿杜尔·汶塔姆查伦中将。
8.旅游和体育部长苏拉萨·潘加罗恩沃拉库尔先生。
9. 柴贾诺克·奇乔布先生,数字经济和社会部长。
10. 苏查特·乔姆克林先生,自然资源与环境部长。
11. 司法部长鲁塔蓬·纳瓦拉特上将。
12. 总理府部长纳宾通·斯里萨庞先生。
13. 总理办公室部长苏帕玛斯·伊萨拉巴克迪女士。
14. 总理府部长帕拉东·普里斯纳南塔库尔先生。
15. Suksomruay Wantaniyakul 女士,总理府部长。
16. 交通部副部长 Siriphong Angkasakulkiat 先生。
17. 杰塞斯·泰塞斯先生,内政部副部长。
18. 内政部副部长沃拉西·连普拉西先生。
纳塔蓬先生表示,这些由反对党共同汇编的指控构成了不信任动议的框架。反对党的目标是就“蓝色政权”(指执政精英)涉嫌垄断国家权力一事发起不信任动议。
我们视“蓝营政权”为民主的敌人和犯罪分子,它公然反对民主,并有能力垄断这个国家。这不仅仅关乎众议院的权力;它还可能包括参议院以及制衡机制,例如独立组织。因此,不信任投票的内容,无论是关于参议院腐败、地方政府考试舞弊、公共危机还是防洪,都属于此类辩论的范畴。
当被问及不信任辩论的内容,例如参议员之间的勾结指控,是否可能不涉及部长,以及如果议长裁定此类问题不能进行辩论会发生什么时,纳塔蓬先生表示,他希望议长能够保持其自身声明的一致性,因为他此前在采访中表示,这不是一个问题。
关于部长辩论的标准,纳塔蓬先生表示,重点在于证据和确凿的收据。此次辩论主要围绕“蓝色政权”展开,该政权与民主背道而驰。因此,所有标准都基于对现有证据的信任度。
当被问及这些指控是否足以启动不信任辩论和法律诉讼时,纳塔蓬先生表示,这是制衡机构的职责。他补充说,辩论后收集到的所有证据都将用于起诉相关部长。关于投票结果,他敦促反对党和执政党的其他成员记住,议员们是在履行立法职责。他强调,议员们应该根据针对个别部长的证据,公平公正地投票。
关于如何将此事告知克拉探党,鉴于其身份模糊且属于反对党,纳塔蓬先生表示,实际上,许多人都能理解克拉探党为何没有联署这项动议。这是克拉探党必须做出解释的问题。共有145个反对党联署了这项动议。
当被问及讨论是否会主要聚焦于参议院的勾结问题时,纳塔蓬先生表示,他们需要审查全部18个名字,以确定是否有遗漏在参议院腐败案卷宗中的人员。因此,讨论的重点并非仅限于勾结问题。任何对民众构成危机、任何违背民主原则的行为,以及各种滥用职权的行为,都将纳入讨论范围。
纳塔蓬先生指出,议会工作的本质在于揭露真相。尽管人们的期望可能不高,但无论作为反对党还是议员,行使立法权都必须追求真相。他表示:“鉴于反对党在审查阶段提交的关于这18位候选人的信息和事实,让我们拭目以待,看看投票过程——一场真正的辩论——将如何展开,以及各党派议员将如何投票。我们准备这项动议主要基于事实。首先,它必须有充分的证据;其次,它必须允许反对党提出自己的证据。因此,这18位候选人符合这两个条件。所以,提交这项动议是符合正当程序的。”
关于18人参与的讨论是否会将焦点集中在问题上,纳塔蓬先生表示,如果重点在于内容,并且确实存在滥用职权的情况,那么无论有多少人参与,都必须对所有相关人员进行调查。
民主党议员萨提·翁农特伊表示,民主党认为,根据宪法第151条,不信任辩论是审查政府执政表现的首要措施。该党已向反对党工作组提交了一份待辩论的部长名单。虽然名单并未包含全部18位部长,但其中包含的证据清楚地表明,他们在执政期间存在不当行为,包括涉嫌违法、徇私舞弊以及损害国家利益。民主党可以提供经核实的数据来证实这些损害的实际发生。辩论预计将持续五天。他敦促政府注意,18位部长是不信任辩论中涉及人数最多的一次,并希望众议院议长能做出积极回应。
随后,众议院议长索蓬·萨拉姆先生透露,根据法律规定,将该动议列入议程的期限为14天。他最初曾与反对党领袖讨论过此事,反对党领袖希望在10月下旬举行辩论。他确认,在提交内阁确定列入众议院议程的日期之前,将尽快完成对该动议的审查程序。
关于参议院审议串谋案动议的内容,如果其中任何事项与现任部长有关,则可以进行讨论。但是,讨论必须在议长的职责和权限范围内,并且必须在相关负责人的职权范围内。
对于会议主持人而言,最重要的是遵守规则,以确保会议顺利进行。如果主持人自己都不遵守规则,就难以控制会议进程。因此,严格遵守规则至关重要,这样才能确保执政党和反对党都能公正无私地按照规则行事。
记者称,在反对派的新闻发布会上,为泰党的关键人物,包括那空帕侬府议员蒙蓬·查伦斯里女士,都出席了会议,聆听了动议的陈述。
苏帕吉对反对党的不信任动议表示欢迎,认为这是一个向公众解释自己的机会。
明天,反对党将根据第 151 条对政府提出质询动议,目标是与参议员勾结案有关的 10 名部长。
《纳塔蓬》敦促政府紧急公布排水计划,并批评政府在应对这场灾难方面缺乏团结。
反对党正在举行不信任投票。