"นอภ.บ้านสร้าง" เหรียญสองด้านคนทำงาน ชาวบ้านถูกใจ-เจ้านายไม่ชอบ“班桑区长”:一把双刃剑——深受村民爱戴,但却不被上级喜欢。
“น้ำท่วม ชาวบ้านจะตายกันอยู่แล้ว ไปย้ายทำไม นายอำเภอบ้านสร้าง คนดี ๆ คนทำงานไม่เอา ชอบแต่คนประจบประแจง นายอำเภอเสฏฐวุฒิ เคยอยู่อ.คลองเขื่อนมาก่อน เอาใจใส่ทุกข์ สุขชาวบ้าน ข้าราชแบบนี้หายาก ลงพื้นที่ตลอด อยู่ที่ไหนมีแต่คนรัก ย้ายไปอยู่บ้า

“น้ำท่วม ชาวบ้านจะตายกันอยู่แล้ว ไปย้ายทำไม นายอำเภอบ้านสร้าง คนดี ๆ คนทำงานไม่เอา ชอบแต่คนประจบประแจง นายอำเภอเสฏฐวุฒิ เคยอยู่อ.คลองเขื่อนมาก่อน เอาใจใส่ทุกข์ สุขชาวบ้าน ข้าราชแบบนี้หายาก ลงพื้นที่ตลอด อยู่ที่ไหนมีแต่คนรัก ย้ายไปอยู่บ้านสร้าง ชาวบ้านก็รัก อยู่ที่ไหนก็ทำแต่งาน ...ถามหน่อย ทำไมนายกฯ ไม่ปลดตัวเอง หรือพวกลูกเทพบ้าง ไม่เห็นแก้ปัญหาอะไรได้สักเรื่อง ” ชาวบ้าน ต.บางตลาด อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา ระบายความรู้สึก หลังรู้ว่าคนลุ่มน้ำบางปะกงจะต้องตกอยู่ในวงล้อมของน้ำท่วมขังถึงเดือน พ.ย. นี้
ศึกน้ำท่วมลุ่มน้ำบางปะกง นครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทราไม่ได้สะท้อนให้เห็นความ “ล้มเหลว” ในการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานภาครัฐ และรัฐบาลอย่างเดียว แต่ปมย้าย เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี หลัง วีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เสนอเรื่องไปยังอธิบดีกรมการปกครอง เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2569 ก่อนเกษียณ อายุราชการเพียง 1 วัน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์ขรมทั่วเมือง เพราะน้ำไม่ได้ท่วมแค่บ้านสร้าง อำเภอเดียว แต่ท่วมครบ 7 อำเภอ
"นอภ.บ้านสร้าง" เหรียญสองด้านคนทำงาน ชาวบ้านถูกใจ-เจ้านายไม่ชอบ
อีกทั้งคำสั่งย้ายของจังหวัด กลับสวนทางกับสิ่งที่ชาวบ้านรู้เห็น เพราะผู้ที่ตกเป็น “จำเลย” ไม่สนองนโยบายผู้บริหารในระดจังหวัด คือ “นายอำเภอบ้านสร้าง” ส่วนพ่อเมืองผู้รับผิดชอบนโยบายจริง ๆ หากน้ำไม่ท่วมชาวบ้านแทบจะไม่รู้จักหน้า อุทกภัยในครั้งนี้เอาเข้าจริง สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่ตามหาตัวผู้รับผิดชอบเพราะภัยธรรมชาติเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ล่วงหน้า แต่คำถามที่อยากได้คำตอบ คือ เมื่อไหร่น้ำจะลด และในอนาคตในระดับจังหวัดจะมีระบบจะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมอีกหรือไม่ ซึ่งยังไร้วี่แวว ไม่ว่าจากรัฐบาลหรือระดับจังหวัด
“เพื่อขอให้ย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง โดยระบุว่าไม่ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานระดับจังหวัดในการบริหารจัดการเหตุสาธารณภัย ส่งผลให้การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยของจังหวัดปราจีนบุรีเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ” เป็นข้อความเบื้องหลัง คำสั่งย้ายที่ถูกเสนอไปยังกรมการปกครอง
จังหวัดปราจีนบุรี พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การปฎิบัติราชการของจังหวัดปราจีนบุรีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอให้กรมการปกครองพิจารณาให้ นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปดำรงตำแหน่งนอกพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี
คำสั่งนี้ลงนาม นายวีระพันธุ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2569
วันที่ 6 ต.ค. อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามคำสั่งให้ “เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ” นายอำเภอบ้านสร้าง ไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง และปฏิบัติหน้าที่ประจำ ณ วิทยาลัยการปกครอง มีผลตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ถึง 5 พ.ย. 2569
วันที่ 7 ต.ค.2569 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวในวงประชุมเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม ถึง “เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ” นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี โดยระบุว่าได้รับรายงานจากฝ่ายจังหวัดว่า นายอำเภอบ้านสร้างไม่ให้ความร่วมมือ ไม่กระตือรือร้น ไม่ทุ่มเทกับการทำงาน
“น่าอับอายมาก” พร้อมสั่งให้มีการตรวจสอบทั้งเรื่องวินัย และทัศนคติ ถ้าพบว่าบกพร่องร้ายแรง ก็ไม่ควรปล่อยให้อยู่ในระบบราชการอีกต่อไป
ขณะที่ “เสฏฐวุฒิ” บอกกับสื่อเพียงว่า รับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่ขออธิบายรายละเอียดการทำงานที่ผ่านมา เพราะเกรงว่าจะถูกมองว่าเป็นการแก้ตัวหรือเข้าข้างตัวเอง และยินดีให้ตรวจสอบการทำงานย้อนหลัง และเข้าใจว่าผู้บังคับบัญชาอาจมองสถานการณ์ในภาพใหญ่ เชื่อว่าทุกฝ่ายมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชน
อย่างไรก็ตาม หากส่งคอมเมนท์ ใน เพจอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี หลังคำสั่งย้าย นายอำเภอเสฏฐวุฒิ พบข้อความกำลังใจท่วมท้น เช่น
นายอำเภอคนนี้ เป็นคนดี มีความรู้ ทัศคติในการทำงานดีมาก ไม่ประจบสอพลอใครเลย สั่งงานไปยังกำนัน ผู่ใหญ่บ้านและผู้ใต้บังคับบัญชาจริงจัง อาจไปขัดแข้งขัดขาใครบ้างก็เป็นได้ เจอกับนายที่ประจบสอพลอเข้าก็เลยเป็นเรื่อง
ข้าราชการประจำจะต้องเป็นที่รองรับอารมณ์กับการถูกต้องแต่ไม่ถูกใจกับนักการเมืองตลอด ขอเป็นกำลังใจให้นายอำเภอ
นี่แหละเป็นไง ดันไม่ไปผูกแขนเป่าเค้ก ไปช่วยผู้ประสบภัยอยู่ได้
ท่ามกลางรายงานในพื้นที่ระบุว่า เมื่อวันที่ 30 ก ย. 2569 มีการเลี้ยงส่งผู้ว่าฯเกษียณ แต่นายอำเภอบ้านสร้างไม่ได้ไปร่วมงานส่ง เพราะน้ำท่วมเต็มพื้นที่รถจะออกจากอำเภอก็ไปไม่ได้ จึงไม่ได้ส่งอดีตผู้บังคับบัญชา
ส่วน วีระพันธ์ อดีตผู้ว่าเมืองปราจีน ที่สะบัดปากกาเซ็นคำสั่ง ให้สัมภาษณ์ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2569 ตอนหนึ่งว่า “นายอำเภอบ้านสร้าง” มีปัญหาทำงานร่วมกับผู้อื่น ทำงานมานาน 4 ปี แต่ขาดภาวะผู้นำ หลายหน่วยงานพยายามยื่นมือช่วย แต่กลับถูกไล่และปฏิเสธ
“เขาชอบทำคอนเทนต์ มีคนถือกล้องถ่ายตลอดเวลา...ส่วนคำสั่งย้ายเพราะขัดขวางใกล้ชิดกลุ่มทุนจีนนั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง”
หากย้อนกลับดูการทำงานในอดีตของ “วีระพันธุ์” พบว่า เมื่อเดือน มี.ค.2568 เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะกว่า 51 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 7-8 ต.โนนห้อม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี นาน 2 วัน 3 คืน ครั้งนั้นผวจ.ปราจีนฯได้สั่งให้ดำเนินคดีกับเทศบาลเมืองปราจีนบุรี
วันที่ 21 เม.ย.2568 มีการเผยแพร่เอกสาร วีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ในขณะนั้น แต่งตั้ง Mr.Juncheng Zhu ชายชาวจีนเป็น “ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด”
วันที่ 30 เม.ย.2568 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยเอกสารคำสั่งจังหวัดปราจีนบุรี ลงวันที่ 29 เม.ย. ลงนามโดย วีระพันธ์ เรื่องยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ทันที โดยให้เหตุผลว่า มีความไม่เหมาะสม อันอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายทางราชการได้ จึงยกเลิกคำสั่งดังกล่าว
พ.ค. 2568 วีระพันธ์ ได้เดินทางไปยังกระทรวงมหาดไทย ยืนรอต้อนรับ นายอนุทิน รองนายกฯและ รมว. มหาดไทย ในขณะนั้น ก่อนจะนำพวงมาลัยมาเพื่อกราบไหว้ขอโทษ นายกฯอนุทิน กรณีที่มีคำสั่งเซ็นตั้งคนจีนเป็นที่ปรึกษา
ข้อกังขาคำสั่งย้ายดังกล่าวที่ค้านต่อความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ แม้ “พลพีร์ สุวรรณฉวี” รมช.มหาดไทย จะบอกว่า ได้รับข้อมูลจาก ชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าฯปราจีน นายกอบจ.และผู้นำท้องถิ่นจังหวัดปราจีนบุรี ทางวาจาเกี่ยวกับนายอำเภอบ้านสร้าง
“ผมเป็นคนรายงานนายกฯว่า ได้รับรายงานอย่างนี้มาจากจังหวัด และมีคำสั่งอธิบดีกรมการปกครอง พึ่งไปเห็นว่านายวีระพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีได้ทำหนังสือตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2569 เป็นเค้าโครงเดียวกันหมด ในการตอบสนองนโยบายของผู้บังคับบัญชา”
พลพีร์ บอกว่า ตนอาจจะลงพื้นที่ไปวันสองวัน หรือวันนึง 5 ชั่วโมง อาจจะไม่เห็นพฤติกรรม หรือวิธีการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เท่ากับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่จริง เราเชื่อใครไม่ได้ ยกเว้นผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ขอแค่ย้ายออกมาก่อน และเอาคนที่คิดว่าน่าจะสนองต่อนโยบายได้ดีลงไปปฏิบัติหน้าที่
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนถามพยานหลักฐาน หากนายอำเภอไม่ทำผิดอะไรก็กลับไปปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม”
คำสั่งย้ายที่ค้านกับความรู้สึกชาวบ้านที่เดือดร้อน ทำให้เกิดกระแสปกป้อง เรียกร้องความเป็นธรรมให้นายอำเภอเสฏฐวุฒิ โดย น.ส.ศิริพร ฉายวัฒนะ แกนนำภาคประชาชน ซึ่งเคยเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการดินแลกน้ำในพื้นที่อำเภอนาดี ได้โพสต์ข้อความ เชิญชวนชาวอำเภอบ้านสร้างร่วมกันพายเรือฝ่ากระแสน้ำท่วม ออกมารวมตัวกัน ณ ศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อปกป้องนายอำเภอเสฏฐวุฒิ # save นายอำเภอบ้านสร้าง
“นายนาดีไป ยังไม่ใส่ใจและรู้สึกเสียดายเท่านายอำเภอบ้านสร้างเลย ความรู้สึกล้วน ๆ ทองเนื้อแท้”
“คนที่รายงานนายว่า ไม่ทำงาน คือจังหวัด ต้องไปประท้วงจังหวัดก่อนเลย”
คพ.แจ้งความปม "คราบน้ำมันสีรุ้ง" ปนเปื้อนน้ำท่วมปราจีนฯ
เช็กก่อนใช้สิทธิ 11 ต.ค. ปรับสถานที่เลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม" 32 แห่ง เหตุน้ำท่วม
ศุภจี ยินดี ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ มองเป็นโอกาสชี้แจงประชาชน
เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ
ย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง
ข่าวการเมืองล่าสุดวันนี้
“洪水正在夺走村民的生命。为什么要调走班桑县的县长?勤劳善良的人们被忽视了;他们只喜欢阿谀奉承的人。县长塞塔武特以前在空奎县任职,他关心村民的喜怒哀乐。像他这样的公务员很少见。他总是深入基层,无论走到哪里,人们都爱戴他。即使调到班桑后,村民们依然爱戴他。他无论在哪里都尽职尽责……我想问问你们,为什么市长不辞职,或者那些‘特权阶级’不辞职?他们一个问题都没解决。” 北柳府空奎县邦塔拉镇的村民们在得知邦巴功河流域的居民将被洪水围困至11月后,表达了他们的不满。
邦巴功河流域的洪水灾害波及那空那育府、巴真府和北柳府,这不仅仅反映了政府机构和政府自身在水资源管理方面的“失职”。巴真府班桑县县长塞塔武特·翁莱武特(Setthawut Wongleowut)在2016年9月30日——也就是他退休前一天——向府政厅厅长提出调职建议后,被调离,这一举动引发了广泛的批评。这是因为洪水灾害并非仅限于班桑县,而是波及了该府全部七个县。
“班桑区长”:一把双刃剑——深受村民爱戴,但却不被上级喜欢。
此外,省政府的调任令与村民们的认知和所见相悖,因为被指控不遵守省政府政策的人竟然是“班桑县长”。而真正负责制定政策的省长,除非发生洪水,否则村民们几乎一无所知。事实上,村民们需要的并非找出责任人,因为自然灾害难以预测。他们真正想知道的是:洪水何时退去?未来省政府是否会建立相应的机制来预防灾害再次发生?目前,无论是省政府还是省政府,都未对此作出任何回应。
“此次调任请求是调离班桑县长,理由是他与省级机构在公共灾害管理方面缺乏合作,导致巴真府的防洪减灾工作收效甚微。”这是提交给省行政厅的调任令的背景信息。
巴真府政府经考虑后认为,为了确保该府事务顺利运作,请求府政厅考虑将巴真府班桑县县长塞塔武特·翁列武特先生调任至巴真府以外的职位。
该命令由巴真府府尹维拉潘·迪翁先生于2026年9月30日签署。
10 月 6 日,省行政厅厅长签署命令,指派班桑区区长塞塔武特·翁格鲁武特协助省行政厅履行公务,并在省行政学院履行职责,自 2026 年 10 月 7 日至 11 月 5 日生效。
2026 年 10 月 7 日,总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔在一次关于洪灾救灾工作的会议上发表讲话,称他已收到省政府的报告,巴真府班桑县县长不合作、缺乏热情,并且对工作不尽心尽力。
“这简直太可耻了,”他说道,并下令对纪律和态度问题展开调查。如果发现严重不当行为,他们就不应该再被允许留在公务员队伍中。
与此同时,塞塔武特告诉媒体,他听到了批评的声音,但出于担心被认为是在找借口或自私自利,他拒绝详细说明自己过去的工作。他还表示,他欢迎任何对其过往工作的调查,并理解他的上级可能从更广阔的视角看待此事,认为各方的目标都是为了公众利益。
然而,如果你在班桑县县长塞塔武特调任令发布后,在班桑县(巴真府)的Facebook页面上留言,你会发现大量支持信息,例如:
这位区长为人正直,学识渊博,工作态度也非常好。他从不阿谀奉承,对村长和下属下达命令一丝不苟。他可能与一些人有过冲突,或许是因为他遇到了一位阿谀奉承的上级,从而引发了一些问题。
公务员常常要承受政客情绪的冲击,即便事情本身没错,只是不合他们的心意。我支持区长。
这就是你不去参加生日蛋糕派对,而是去帮助灾难受害者所发生的事情。
据当地报道,2026年9月30日为即将卸任的省长举行了欢送会,但班桑县长未能出席,因为该地区完全被洪水淹没,车辆无法离开。因此,他未能送别他的前任上司。
关于签署该命令的前巴真府府尹维拉潘,他于2026年10月8日在“早间新闻”节目中接受采访时表示,这位“班桑县长”与他人合作存在问题。尽管他已任职四年,但缺乏领导能力。许多机构曾试图帮助他,但他都被解雇并拒绝了。
“他喜欢创作内容,而且总有人在拍摄他……至于调任令是因为他阻碍与中国投资者密切接触的说法,我可以确认这并非事实。”
回顾维拉潘过去的所作所为,2025年3月,巴真府直辖县侬霍姆街道7-8村一处占地51莱(约8.4英亩)的垃圾填埋场发生火灾,持续了两天三夜。当时,巴真府府尹下令对巴真府政府提起诉讼。
2025 年 4 月 21 日,一份文件公布,称当时的巴真府府尹维拉潘·迪翁任命中国公民朱俊成先生为“府尹顾问”。
2025年4月30日,巴真府公共关系办公室公布了一份由维拉潘签署、日期为4月29日的巴真府令文件,撤销了对巴真府府尹顾问的立即任命。撤销的理由是,该任命被认为不合适,可能对政府造成损害。因此,该命令被撤销。
2025年5月,维拉潘前往内政部,迎接时任副总理兼内政部长阿努廷先生。随后,他向阿努廷总理献上花环,就任命一名中国公民担任顾问一事表示歉意。
尽管内政部副部长波尔佩拉·苏万纳查维表示,他已从巴真府副府尹(代理府尹)、省行政组织主席和巴真府地方领导人处获得了有关班桑县长的信息,但这项调任令仍然引起了大多数人的怀疑。
“是我向总理汇报了我从省政府收到的这份报告,而且省行政厅厅长也下达了命令。我最近看到,前巴真府府尹维拉潘先生于2026年9月30日写了一封内容大致相同的信函,以回应其上级的政策。”
波尔皮尔表示,他可能一两天都在外地,甚至一天可能只有五个小时,因此可能无法像当地指挥官那样清楚地了解民众的行为或帮助民众的方法。他还补充说,除了当地指挥官之外,我们不能信任任何人;他只是希望先把这些指挥官调走,换上他认为更有可能有效执行政策的人。
“如果情况属实,就成立一个调查委员会来审查证据。如果区长被证明清白,他就可以恢复之前的职务。”
这项违背受影响村民意愿的调任令引发了一场保护和维护塞塔武特区长的运动。此前曾参与反对纳迪县“以地换水”项目的社区领袖西里蓬·柴瓦塔纳女士发布消息,号召班桑县的居民冒着洪水聚集在巴真府政府中心,保护塞塔武特区长。#拯救班桑区长
“纳迪先生不像班桑区长那样在意或感到后悔。这完全是感情问题,纯粹的感情。”
“向你汇报你没上班的人是省级政府部门。你得先去省政府抗议。”
污染控制部门 (PCD) 已就巴真府洪水中出现“彩虹色油污”一事向警方报案。
10 月 11 日投票前请注意:由于洪水,32 个社会保障委员会席位的投票地点已进行调整。
苏帕吉对反对党的不信任动议表示欢迎,认为这是一个向公众解释自己的机会。
塞塔武特·翁格鲁乌特
调任班桑区区长。
今日最新政治新闻。