4 ชาติพันธุ์ภาคใต้ ส่งตัวแทนเข้า “สภาฯชาติพันธุ์” พร้อม “เปล่งเสียงสะท้อนปัญหา” ด้วยตัวเอง泰国南部四个民族派代表到“民族委员会”亲自“表达他们的诉求”。
4 กลุ่มชาติพันธุ์ ในพื้นที่ภาคใต้ ต้องเผชิญกับปัญหาการดำรงอยู่แบบไร้สิทธิไร้เสียงมาตลอด วันนี้ชีวิตของพวกเขากำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อมีตัวแทนเข้าไปเป็นสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย

เราขอให้การคุ้มครอง ทำให้พวกเราสามารถดำรงอยู่ได้ การส่งเสริม ทำให้พวกเราสามารถเติบโตได้ และการมีส่วนร่วม ทำให้พวกเราสามารถกำหนดอนาคตของชุมชนตนเองได้
เราขอให้การคุ้มครอง ทำให้พวกเราสามารถดำรงอยู่ได้
การส่งเสริม ทำให้พวกเราสามารถเติบโตได้
และการมีส่วนร่วม ทำให้พวกเราสามารถกำหนดอนาคตของชุมชนตนเองได้
ข้อความนี้ เป็นคำประกาศเจตนารมณ์ที่ต้องการสื่อสารกับสังคมของผู้แทนจาก 4 กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบด้วย 3 ชาติพันธุ์ชาวเล คือ มอแกลน มอแกน อูรักลาโว้ย และอีกหนึ่งชาติพันธุ์ คือ มานิ ซึ่งเพิ่งผ่านกระบวนการเลือกตั้งกันเองเพื่อหาตัวแทนของแต่ละชนเผ่าเข้าไปเป็น “สมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย”
กระบวนการเลือกตั้งสมาชิกสภาคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย ของทั้ง 4 ชนเผ่าในพื้นที่ภาคใต้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 ที่ จ.พังงา ซึ่งเป็นไปตามกลไกตามกฎหมายใหม่ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ที่กำหนดให้ต้องมีตัวแทนจากชาติพันธุ์ต่าง ๆ เข้ามาเป็นสมาชิกในสภาฯชาติพันธุ์ เพื่อนำเสนอปัญหาและแนวทางในการกำหนดนโยบายผ่านสภานี้ ก่อนจะมีตัวแทนจากสภาชาติพันธุ์เข้าไปนำเสนอต่อคณะกรรมการระดับชาติต่อไป ...
4 ชาติพันธุ์ภาคใต้ ส่งตัวแทนเข้า “สภาฯชาติพันธุ์” พร้อม “เปล่งเสียงสะท้อนปัญหา” ด้วยตัวเอง
โดยปัญหาหลักของทั้ง 4 กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ภาคใต้ คือ ที่อยู่อาศัย ที่ดินในการประกอบอาชีพตามวิถีชีวิต การเข้าไม่ถึงบริการของรัฐ การเข้าไม่ถึงต้นทุนทางเศรษฐกิจที่จะประกอบอาชีพได้ตามต้นทุนทางวัฒนธรรมดั้งเดิม การศึกษา ความมั่นคงทางอาหาร และในบางชาติพันธุ์ ยังคงมีประชากรอีกหลายร้อยคน “ตกสำรวจ” ยังไม่มีสัญชาติไทย
ตอนนี้ชาวมอแกนส่วนใหญ่กว่า 400 คน ยังไม่มีบัตรประชาชน ยังไม่มีสถานะความเป็นคนไทยด้วยซ้ำ ต่อให้เราต่อเรือ มีเรือเป็นของตัวเอง เราก็ใช้เรือของพวกเราออกไปรับนักท่องเที่ยวไม่ได้ เพราะนำเรือไปขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายไม่ได้ ... ชาวมอแกน ที่มีความเชี่ยวชาญในการออกเรือ จึงเป็นได้แค่ลูกจ้างของบริษัททัวร์ และบางส่วนก็เป็นแค่ลูกจ้างของอุทยาน ซึ่งมีรายได้ไม่มากนัก
ตะวัน กล้าทะเล ผู้ได้ผ่านการเลือกตั้งให้เป็นตัวแทนของชาติพันธุ์ “มอแกน” ไปเป็นสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย เล่าถึงปัญหาใหญ่ที่พี่น้องชาวมอแกนของพวกเขาต้องเผชิญมาตลอด โดยเฉพาะการที่ชาวมอแกนส่วนใหญ่ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ยังไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเกิดจากการอยู่ห่างไกลและความไม่เข้าใจกันกับหน่วยงานรัฐในอดีต ซึ่งส่งผลลุกลามมาถึงปัจจุบัน เช่น ชุมชนของเขาที่เกาะสุรินทร์เคยถูกคำสั่งให้ย้ายถิ่นฐานจากการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เพราะส่วนใหญ่ไม่มีทะเบียนบ้าน ไม่สามารถประกอบอาชีพหรือมีปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เป็นของตัวเองได้ ทำได้เพียงการเป็นลูกจ้างรายวันเท่านั้น
เราเป็นชาวเลก็จริงครับ นามสกุลของพวกเรามีคำว่า “ทะเล” มีคำว่า “ประมง” แต่ทุกวันนี้พวกเราทำได้แค่เป็นลูกจ้างขับเรือของคนอื่นเพื่อพานักท่องเที่ยวไปเที่ยว เราออกไปทำประมงเหมือนคนรุ่นก่อนไม่ได้ เพราะถิ่นที่อยู่ของเราถูกประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเลไปทั้งหมดเลย
ที่เรามีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้ คือการเป็นคนขับเรือนำเที่ยว 6 เดือนในช่วงไฮซีซั่น หรือเป็นลูกจ้างทำหน้าที่ล้างถ้วยล้างชามให้อุทยาน ส่วนอีก 6 เดือนที่เป็นฤดูมรสุม เราก็จะไม่มีรายได้เลย ต้องนำเงินที่เก็บไว้มาใช้ และตกปลามากินเท่านั้น
ตะวัน กล้าทะเ ล มีความคาดหวังว่า กลุ่มชาวเลจะได้รับสิทธิที่พวกเขาควรได้มากขึ้น เมื่อได้เข้าไปนำเสนอปัญหาในสภาฯชาติพันธุ์ ที่เกิดขึ้นตามกฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์
เราอยากพูดเรื่องปัญหาที่ดินทำกิน เพราะตอนนี้เราอยู่อาศัยในที่ดินของนายจ้างในสถานะลูกจ้างดูแลสวนทุเรียนให้เจ้าของสวนเท่านั้น บ้านของเรา จึงเป็นเหมือนแค่บ้านพักคนงาน และคุณอาจจะนึกไม่ถึงว่ายังมีคนแบบเราที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ด้วยซ้ำ ดังนั้นเราก็หวังว่า การได้เข้าไปนำเสนอปัญหาในสภาฯชาติพันธุ์ อาจจะช่วยให้ชีวิตของชาวมานิ มีความมั่นคงมากขึ้น
บิว ศรีธารโต ชาวมานิที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นตัวแทนของชนเผ่าเข้าไปเป็นสมาชิกในสภาฯ ชาติพันธุ์ อธิบายถึงสภาพปัญหาที่ต้องเผชิญอยู่ โดยชี้ให้เห็นว่า ปัญหาที่สำคัญที่สุดของชาวมานิ คือ ยังไม่มีมานิกลุ่มไหนเลยที่สามารถตั้งชุมชนอยู่เป็นหลักแหล่งได้
มานิ เป็นชื่อที่พวกเขาพยายามจะสื่อสารให้คนทั่วไปได้รู้จักตัวตนของพวกเขาจริงๆ เพราะนี่คือชนเผ่าที่ถูกเรียกในชื่อที่มีคนนอกตั้งให้มาโดยตลอดว่า เงาะป่า หรือ ซาไก ซึ่งทำให้พวกเขาได้รับการปฏิบัติราวกับเป็น “คนอื่น” มาตลอด ทั้งที่ชนเผ่ามานิ อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี
ปัจจุบันชาวมานิ อาศัยอยู่ใน 2 พื้นที่ คือ ที่จังหวัดสตูลและจังหวัดพัทลุง บิว ศรีธารโต เป็นชาวมานิจากจังหวัดสตูลที่ผลักดันตัวเองจนสามารถเรียนจบปริญญาตรี และเธอก็มีความฝันว่า จะต้องทำให้ชาวมานิได้รับการยอมรับในสิทธิมนุษยชนมากกว่านี้ เพราะแม้ว่าวันนี้ชาวมานิ จะมีสถานะความเป็นคนไทยทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่มีมีสิทธิมีเสียงในการกำหนดอนาคตของตัวเอง
ชาวมานิ มีสิทธิเลือกตั้งก็จริง แต่พวกเราไม่มีทะเบียนบ้าน แม้แต่ที่บ้านเกิดของพวกเรา เราก็ยังต้องไปอาศัยทะเบียนบ้านของคนอื่นอยู่ คนมานิจึงไม่มีหมู่บ้านที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีชุมชน ไม่มีโอกาสที่จะได้ใช้ประโยชน์จากงบประมาณมาจัดสรรดูแลชุมชนของตัวเอง
กลุ่มชาติพันธุ์ภาคใต้ทั้ง 4 ชาติพันธุ์ มอแกลน มอแกน อูรักลาโว้ย และ มานิ ล้วนเป็นชาติพันธุ์ที่มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นที่ต่างออกไปจากวัฒนธรรมส่วนกลางของประเทศไทยเป็นอย่างมาก การได้เข้าไปนำเสนอปัญหาในสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย จึงเป็นก้าวย่างสำคัญที่คนทั้ง 4 ชาติพันธุ์ จะได้สิทธิในการยกระดับคุณภาพชีวิตมากขึ้นในฐานะ “ประชาชน” ที่ได้ออกเสียงผ่านสุ้มเสียงของตัวเองจริงๆ
"เจเศรษฐ์" ไม่หวั่นถูกซักฟอก โต้ข้อหาไร้ภาวะผู้นำ โวจบ ป.ตรี ด้านผู้นำ
รวบชาวจีนสวมสิทธิ์คนไทยโยงพ่อทิพย์ พบเงินหมุนเวียนกว่า 400 ล้าน
น้ำท่วม 22 จังหวัด-กทม. กระทบ 1.1 ล้านครัวเรือน ปภ.เตือน 9-13 ต.ค.ฝนตกหนัก
我们要求获得保护以求生存,要求获得晋升以求发展,要求获得参与以塑造我们社区的未来。
我们请求保护,以便能够生存下去。
鼓励能使我们成长。
通过参与,我们可以塑造我们自己社区的未来。
这份声明是一份意向声明,旨在由泰国南部四个民族的代表向社会传达。这四个民族包括三个海上游牧民族:莫克伦族、莫肯族和乌拉克拉沃伊族,以及一个玛尼族。他们最近举行了选举,选出代表担任“泰国民族生活方式保护与促进委员会”成员。
代表泰国南部四个民族的民族生活方式保护委员会成员选举于2026年9月20日在攀牙府举行。此次选举依据新颁布的《民族生活方式保护与促进法》进行,该法规定各民族的代表必须成为民族生活方式保护委员会的成员。这些代表将向该委员会陈述各自的问题和政策建议,之后再提交给国家级委员会……
泰国南部四个民族派代表到“民族委员会”亲自“表达他们的诉求”。
泰国南部四个民族面临的主要问题是住房、按照传统生活方式谋生的土地、缺乏获得政府服务的机会、缺乏从事基于其传统文化资产的职业所需的经济资源、教育、粮食安全,而且在一些民族中,数百人仍然“未登记”,没有泰国国籍。
目前,400多名莫肯人中,大多数人没有国民身份证,甚至没有泰国国籍。即使我们建造并拥有船只,也无法用它们来运送游客,因为我们无法合法注册。因此,这些擅长驾船的莫肯人只能在旅行社做雇员,部分人则在公园工作,收入微薄。
当选为泰国民族生活方式保护与促进委员会莫肯族代表的塔万·克拉·塔莱(Tawan Kla Thale)讲述了他的莫肯族兄弟姐妹世世代代面临的主要问题。尤其值得注意的是,由于居住地偏远以及过去与政府机构的误解,大多数莫肯族人至今仍未获得国民身份证和泰国公民身份。这些问题一直延续至今;例如,他所在的素林岛社区曾因该地区被划为国家公园而被勒令搬迁。由于他们中的大多数人没有户籍,因此无法工作或拥有任何生产资料,只能从事日薪工作。
我们的确是海民,我们的姓氏里都包含“海”和“渔”这两个词。但如今,我们只能做雇员,为他人驾驶船只载着游客游览。我们再也不能像祖辈那样捕鱼了,因为我们的整个栖息地都被划为海洋国家公园。
我们如今能维持生计,靠的是旺季时开旅游船,或者在国家公园当洗碗工,一干就是六个月。剩下的六个月是雨季,我们没有任何收入,只能靠积蓄和捕鱼为生。
塔万·克拉塔莱希望,莫肯(海上吉普赛人)社群按照保护和促进民族生活方式的法律规定,向少数民族委员会提出他们的问题时,能够获得更多应有的权利。
我们想谈谈耕地问题,因为我们现在作为雇员住在雇主的土地上,为他照料榴莲园。我们的房子就像普通的工人宿舍,你可能难以想象还有像我们这样连电都没有的人。因此,我们希望在民族委员会反映我们的问题,能够帮助改善马尼族人民的生活。
被提名代表马尼族参加民族委员会的马尼族成员贝乌·斯里塔恩托解释了他们面临的问题,并指出马尼族人面临的最重大问题是,他们中的任何一个族群都未能建立永久的社区。
玛尼是他们用来向外界表明自己真实身份的名字。尽管这个部落已经在泰国南部生活了数百年,但外人一直称他们为“恩戈帕”或“萨凯”,导致他们被视为“异类”。
目前,玛尼族人主要居住在沙敦府和博他仑府。贝乌·斯里塔恩托(Bew Sritarnto)是来自沙敦府的玛尼族人,她努力获得了学士学位。她梦想着玛尼族人的人权能够得到更广泛的认可,因为尽管他们都拥有泰国国籍,却仍然缺乏决定自身未来的权利。
马尼人拥有投票权,但我们没有户籍登记。即使在我们自己的家乡,我们也必须依赖他人的户籍登记。因此,马尼人没有固定的村庄、社区,也无法从政府预算中受益,从而无法发展自己的社区。
泰国南部四个少数民族——莫克伦族、莫肯族、乌拉克拉沃伊族和玛尼族——都拥有独特的生活方式和文化,与泰国中部文化截然不同。因此,向泰国少数民族生活方式保护与促进委员会反映他们的问题是至关重要的一步,这能赋予这四个少数民族作为“公民”的权利,让他们拥有真正的发言权,从而改善自身的生活质量。
“杰塞特”并未因弹劾程序而气馁,他驳斥了缺乏领导能力的指控,并吹嘘自己拥有领导力专业的学士学位。
一名中国公民因冒充泰国公民被捕,与臭名昭著的“Thip神父”有关联,并被指控持有超过4亿泰铢的流通资金。
洪水影响了泰国22个府和曼谷,波及110万户家庭。泰国防灾减灾厅警告称,10月9日至13日将有强降雨。