หลวงพี่เข้าแจ้งความ หลังถูกมิจฉาชีพปลอมเฟซบุ๊ก ทักแชตขอเรี่ยไรเงินจากญาติโยม一名僧人向警方报案称,他被骗子诈骗,骗子创建了一个虚假的 Facebook 账户,并向他发送信息,向教区居民索要捐款。
หลวงพี่วัดเพชรเจริญ จ.อุทัยธานี เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับตำรวจ สภ.ลานสัก หลังถูกมิจฉาชีพปลอมเฟซบุ๊ก ทักแชตขอเรี่ยไรเงินจากญาติโยม เตือนชาวบ้านอย่าหลงเชื่อ เผยพระสงฆ์ส่วนใหญ่เจอบ่อยมาก

หลวงพี่วัดเพชรเจริญ จ.อุทัยธานี เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับตำรวจ สภ.ลานสัก หลังถูกมิจฉาชีพปลอมเฟซบุ๊ก ทักแชตขอเรี่ยไรเงินจากญาติโยม เตือนชาวบ้านอย่าหลงเชื่อ เผยพระสงฆ์ส่วนใหญ่เจอบ่อยมาก
เวลา 17.00 น. วันที่ 5 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้พบกับ พระปิติพัทธ์ ใจโพธิ์ หรือ พระหนึ่ง อายุ 46 ปี ที่เดินทางมายัง สภ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับ ร.ต.อ.ชาญชัย หนุนพงษ์ รอง สว.สอบสวน และขอให้ตรวจสอบ หลังถูกมิจฉาชีพปลอมเฟซบุ๊ก ทักแชตไปขอบริจาคเรี่ยไรทำบุญกับญาติโยม
จากนั้น พระปิติพัทธ์ ได้พาผู้สื่อข่าวไปยังวัดเพชรเจริญ ในบ้านเพชรเจริญ หมู่ที่ 5 ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี พร้อมเปิดเผยว่า ตัวเองนั้นย้ายมาอยู่วัดนี้ได้ 3 เดือนเศษ แล้วก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปีที่แล้ว แต่ในครั้งนั้นพอไปแจ้งความเสร็จ มิจฉาชีพที่ปลอมเฟซบุ๊กก็ปิดไปเองเหมือนรู้ตัว แต่ในครั้งนี้ตนจะรู้ตัวช้า กว่าจะรู้ว่าถูกปลอมเฟซบุ๊ก ก็จนกระทั่งมีคนทักมาถาม จึงได้บอกไปว่าถูกมิจฉาชีพปลอมเฟซบุ๊กอีกแล้ว
ซึ่งส่วนใหญ่ที่ทักแชตไปนั้นจะขอเป็นบัตรเติมเงินจำนวน 2 ใบ ใบละ 1,000 บาท ข้อความเป็นลักษณะเดียวกันหมดทุกครั้ง โดยก็ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ทำ แต่พระสงฆ์ส่วนใหญ่จะเจอแบบนี้กันบ่อยมาก ส่วนชาวบ้านนั้นก็เกิดความเข้าใจผิดกันอยู่บ้าง แต่ก็ได้แจ้งญาติโยมไปแล้ว และก็มีคนหลงเชื่อ ซื้อบัตรเติมเงินใบละ 1,000 บาท จำนวน 2 ใบ ให้มิจฉาชีพไปด้วย ตอนนี้ตนเองก็ได้ประกาศทั้งหน้าเฟซบุ๊กและไลน์กลุ่มของหมู่บ้าน แจ้งเตือนชาวบ้านญาติโยมไปแล้ว เพื่อกระจายข่าวไปว่าไม่ใช่หลวงพี่ โดยคาดว่าจุดประสงค์ของมิจฉาชีพ คืออยากได้เงินอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกัน นายชาญณรงค์ วิสิทธิ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เปิดเผยว่า หลังจากที่ทำบุญเสร็จแล้ว ในช่วงเช้าทางพระหนึ่งได้ไลน์มาบอกว่ามีคนเอาชื่อไปตั้งเฟซบุ๊กใหม่ โดยใช้ทั้งรูปและชื่อไปปลอม จึงแนะนำพระหนึ่งไปว่าให้ทำการแคปหน้าจอ แล้วโพสต์ว่าทั้งหมดเป็นเฟซบุ๊กปลอม จากนั้นจึงพาพระหนึ่งมาลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบผู้ที่กระทำแล้ว
โดยทางพระหนึ่งก็ได้ไปพูดคุยกับญาติโยมที่ถูกทักข้อความไปแล้ว ว่าไม่ใช่ตัวหลวงพี่หนึ่งที่เป็นผู้ทักแชต ซึ่งทุกข้อความที่ทักแชตไปหาญาติโยมเป็นข้อความเดียวกันทั้งหมด และจากที่อยู่ด้วยกันมาหลวงพี่หนึ่งไม่เคยไปขอเรี่ยไรหรือบริจาคกับใครเลย ซึ่งหลวงพี่หนึ่งมาจำวัดวัดเพชรเจริญ ตั้งแต่เดือนเมษายนแล้ว และก็ไม่มีพฤติกรรมแบบที่มิจฉาชีพนั้นกระทำเลยด้วยซ้ำไป.
乌泰他尼府帕查伦寺的一名僧人向兰萨警察局报案,称自己被骗子用虚假的Facebook账户诈骗,骗取信众的捐款。他警告村民不要上当受骗,并表示这种骗局在僧侣中非常普遍。
2026年9月5日下午5点,一名记者采访了46岁的帕皮提帕·贾伊波(Phra Pitipat Jaipho,又名帕努恩Phra Nueng)。帕努恩来到乌泰他尼府兰萨警察局,向副调查官查猜·努蓬警官报案,并要求对诈骗分子创建虚假Facebook账户并向信徒索要捐款一事展开调查。
随后,帕皮提帕(Phra Pitipat)带领记者来到乌泰他尼府兰萨县拉班镇第五村碧差伦寺(Wat Phetcharoen),透露他大约三个月前搬到这座寺庙,去年也发生过类似事件。不过,上次他报案后,创建虚假Facebook账户的骗子似乎意识到自己被骗了,便自行注销了账户。但这一次,他醒悟得太晚了。直到有人联系他询问,他才发现自己的Facebook账户是假的。
大多数通过聊天发送的信息都要求购买两张价值1000泰铢的预付费电话卡。信息内容总是千篇一律。目前尚不清楚是谁在进行这种诈骗,但许多僧侣都经常遇到这种情况。一些村民也受到了误导,但我们已经通知了教友。甚至有人上当受骗,为骗子购买了两张价值1000泰铢的预付费电话卡。我们现在已在Facebook和村里的LINE群组中发布警告,告知村民此人并非僧侣。我们认为骗子的唯一目的就是骗取钱财。
与此同时,乌泰他尼府兰萨县拉巴姆街道第五村村长查纳隆·维西特先生透露,在功德仪式结束后,这位僧人收到一条LINE消息,称有人盗用他的名字和照片创建了一个新的Facebook账号。他建议僧人截图并发布消息,说明这是一个虚假的Facebook账号。随后,他陪同僧人前往警局报案,以证明僧人的清白,并让警方调查肇事者。
僧人帕努恩已经与收到信息的信众沟通过,信众们确认这些信息并非他本人所发。所有收到的信息内容都一样,而且帕努恩僧人自四月起就一直住在碧差罗恩寺,从未有过骗子们所表现出的那种行为。