ผบ.ตร. รวบผู้ต้องหาจีนเครือข่ายสแกมเมอร์ ซื้อบ้านหรูกรุงเทพกรีฑาลี้ภัย警察总监逮捕了一名参与诈骗团伙的中国公民,该公民在曼谷 Krungthep Kreetha 地区购买了一栋豪宅以寻求庇护。
ผบ.ตร. นำทีมตรวจบ้านหรู 43 ล้านบาท ย่านกรุงเทพกรีฑา หลังจับผู้ต้องหาจีนตามหมายแดง พบเครือข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองอสังหาริมทรัพย์ มีชื่อเกี่ยวข้อง 156 คน ตรวจ 95 บริษัท เร่งใช้หลักฐานดิจิทัลและเส้นทางการเงินขยายผลดำเนินคดี

วันนี้ (10 ต.ค.2569) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. นำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านหรูย่านกรุงเทพกรีฑา มูลค่ากว่า 43 ล้านบาท ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มชาวต่างชาติที่ตำรวจสงสัยว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชาและเมียนมา
โดยเจ้าหน้าที่จับกุมนายเชา ผู้ต้องหาตามหมายแดงของตำรวจสากลจีน ซึ่งถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับคดีอุกฉกรรจ์ในบ่อนการพนันและศูนย์สแกมเมอร์ในต่างประเทศ ก่อนหลบหนีไปหลายประเทศและเข้ามาพำนักในประเทศไทย
จากข้อมูลการสืบสวน ผู้ต้องหารายนี้ถูกระบุว่าเคยหลบหนีไปหลายประเทศ และสวมสิทธิ์ถือสัญชาติกัมพูชา โดยจ่ายเงินทำหนังสือเดินทาง 85,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนเดินทางไปเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และนครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แล้วจึงเข้ามาปักหลักในประเทศไทย
จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่าซื้อบ้านหลังดังกล่าวด้วยเงินสดในราคา 43 ล้านบาท และเดินทางเข้าออกประเทศไทย เมียนมา และกัมพูชา อย่างไรก็ตาม ตำรวจระบุว่าพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ แต่ผู้ต้องหาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
พบใช้คนไทยถือหุ้นแทน
การตรวจสอบเส้นทางการซื้อบ้านพบว่า ผู้ต้องหาติดต่อผ่านนายหน้า ซึ่งแนะนำขั้นตอนการซื้อขายและดำเนินการผ่านสำนักงานกฎหมายในประเทศไทย โดยมีการแนะนำให้จัดตั้งบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยร้อยละ 51 และชาวต่างชาติร้อยละ 49 เพื่อใช้ถือครองอสังหาริมทรัพย์
ตำรวจพบว่า หญิงไทยที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในส่วนของคนไทยรายหนึ่งเคยทำสัญญากู้ยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ แต่ไม่ทราบว่าเอกสารและข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปใช้จดทะเบียนบริษัทได้อย่างไร กรณีนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อสงสัยว่ามีการนำข้อมูลของคนไทยไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม เพื่ออำพรางผู้ถือครองทรัพย์สินที่แท้จริง
นอกจากบ้านหลังดังกล่าว ตำรวจยังกระจายกำลังตรวจสอบหมู่บ้านหรู 4 โครงการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีบ้านในโครงการแรก 35 หลัง โครงการที่สอง 29 หลัง โครงการที่สาม 19 หลัง และโครงการที่สี่ 11 หลัง รวม 94 หลัง พร้อมตรวจสอบบริษัทนอมินีที่เกี่ยวข้อง 95 บริษัท และติดตามผู้ต้องหาและบุคคลที่เกี่ยวข้องรวม 96 คน
พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า ผลการสืบสวนเชิงลึกพบชื่อคนไทยที่เกี่ยวข้องในฐานะนอมินีรวม 156 คน ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบถามข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่มีชื่อเกี่ยวข้อง เนื่องจากหลายคนให้การว่าเคยส่งสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านเพื่อขอกู้เงินออนไลน์ แต่เอกสารกลับถูกนำไปใช้จัดตั้งบริษัท โดยเจ้าตัวไม่เคยรู้จักหรือพบหน้าชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องมาก่อน
ใช้หลักฐานดิจิทัลขยายผล เอาผิดสำนักงานกฎหมาย-บัญชี
ตำรวจเตรียมใช้หลักฐานทางดิจิทัล หรือ Digital Footprint เพื่อตรวจสอบว่าใครเป็นผู้จัดเตรียมเอกสาร ติดต่อประสานงาน และมีส่วนร่วมในการจัดตั้งบริษัทนอมินี โดยจะดำเนินคดีกับสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีที่พบหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ในฐานะตัวการร่วมหรือผู้สนับสนุนตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ
ผลการสืบสวนยังพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาบางรายไม่ได้เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยตรง แต่ใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่หลบภัยและถือครองทรัพย์สิน โดยมีการนำบ้านหรูบางหลังไปปล่อยเช่าในราคาสูงถึงเดือนละ 350,000 บาท ในย่านพระราม 9 และศรีนครินทร์ ขณะที่บ้านหลังอื่นปล่อยเช่าเดือนละ 40,000–50,000 บาท
หลังตำรวจเปิดปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายอย่างต่อเนื่องจนถึงระยะที่ 8 ผู้ต้องหาหลายรายเริ่มหลบหนีออกนอกประเทศ ส่งผลให้บ้านหรูบางหลังถูกทิ้งร้าง และไม่มีผู้มาเก็บค่าเช่านานกว่า 3 เดือน
ขั้นตอนต่อไป กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะร่วมกับตำรวจภูธรภาค 1 และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เร่งสรุปสำนวนคดีทั้งหมด 95 คดี พร้อมประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อดำเนินคดีและขยายผลยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายทั้งหมดตามกฎหมาย
อุตุฯ เตือนด่วน! ไทยรับมือฝนตกหนัก-ลูกเห็บตก-น้ำป่าไหลหลาก 10-13 ต.ค.นี้
ผบ.ตร.ยันทำสำนวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ยึดพยานหลักฐาน ส่ง ป.ป.ช.ตามกำหนด 30 วัน
ปภ.รายงาน 21 จังหวัด และ กทม. ยังน้ำท่วม เร่งช่วยเหลือ-ฟื้นฟูพื้นที่
今天(2026 年 10 月 10 日),泰国皇家警察总监萨姆兰·努安玛 (Samran Nuanma) 率领警察突袭了曼谷克里塔区一处价值超过 4300 万泰铢的豪宅,该豪宅与警方怀疑参与柬埔寨和缅甸诈骗网络的一群外国人有关。
当局逮捕了赵先生,他是一名因涉嫌在海外经营赌场和诈骗中心而被国际刑警组织通缉的嫌疑人。此前,他曾逃往多个国家,最终在泰国落网。
据调查,嫌疑人曾逃往多个国家,并支付 85,000 美元购买护照,获得柬埔寨国籍,之后前往澳大利亚墨尔本和瑞士苏黎世,最终定居泰国。
初步审讯中,嫌疑人供述称他用4300万泰铢现金购买了这栋房子,并经常往返于泰国、缅甸和柬埔寨之间。然而,警方表示他们发现他与一个诈骗团伙有关联,但嫌疑人否认了这一说法。
调查发现,泰国国民被利用来替他人持有股份。
对购房过程的调查显示,嫌疑人联系了一名房地产经纪人,该经纪人指导他们完成了买卖流程,并通过一家泰国律师事务所处理了交易。他们被建议成立一家公司,其中51%的股份由泰国股东持有,49%的股份由外国股东持有,以持有该房产。
警方发现,一名泰国女子曾以一名泰国公民的名义作为股东出现在公司名单上,而她此前曾在网上签订过一份贷款协议。然而,目前尚不清楚她的证件和个人信息是如何被用于注册这家公司的。此案是警方怀疑未经泰国公民同意使用其个人信息以掩盖资产真实所有权的案件的一部分。
除了上述房屋外,警方还部署警力对曼谷及其周边地区的四个豪华住宅项目进行检查。其中,第一个项目涉及35栋房屋,第二个项目涉及29栋,第三个项目涉及19栋,第四个项目涉及11栋,共计94栋。警方同时正在调查95家相关代理公司,并追捕96名嫌疑人和相关人员。
萨姆兰警上将表示,深入调查后发现,有156名泰国公民被列为代理人。调查人员目前正在讯问涉案人员,以确保调查的公正性。许多人表示,他们提交了身份证和户口簿的复印件申请网上贷款,但这些文件却被用于注册公司。他们声称从未认识或见过涉案的外国公民。
利用数字证据扩大调查范围,起诉律师事务所和会计师事务所。
警方正准备利用数字足迹调查是谁伪造了文件、协调了整个流程并参与设立了空壳公司。他们将根据现有证据,对涉嫌参与不法行为的律师事务所和会计师事务所提起诉讼,指控其为同谋或支持者。
调查还显示,部分嫌疑人并未直接在泰国开展业务,而是将泰国作为避风港和资产存放地。拉玛九路和诗纳卡林路一带的一些豪宅月租金高达35万泰铢,而其他一些豪宅的月租金则在4万至5万泰铢之间。
警方对该犯罪网络展开持续打击,目前已进入第八阶段,许多嫌疑人开始逃离该国。结果,一些豪宅被弃置,租金已拖欠三个多月。
下一步,曼谷大都会警察局将与第一府警察局和打击跨国犯罪及非法移民中心合作,加快审理全部95起案件。他们还将与反洗钱办公室协调,调查资金流向,以便依法提起诉讼并扩大调查范围,查封或冻结与整个犯罪网络相关的资产。
紧急警告!泰国将于10月10日至13日迎来强降雨、冰雹和山洪暴发。
警察局长证实,有关地方政府考试腐败的案件档案将根据证据整理,并在30天期限内提交给国家反腐败委员会。
灾害预防和减灾厅(DDPM)报告称,21个府和曼谷仍在遭受洪水侵袭;正在加快援助和恢复受灾地区的步伐。