ไทยพีบีเอส ตั้งคำถาม สตง. กระบวนการทำงานเป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่泰国公共电视台质疑国家审计署(SAO)的工作流程是否遵循正当程序。
ไทยพีบีเอส ตั้งคำถามถึงขั้นตอนและกระบวนการทำงาน สตง. หลังเกิดกรณีข้อมูลการตรวจสอบถูกนำไปเสนอข่าวผ่านสื่อออนไลน์บางสำนัก ชี้ดำเนินการผิดปกติ และขัดต่อหลักเกณฑ์มาตรฐานการตรวจเงินแผ่นดิน สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ และสิทธิส่วนบุคคล

วันนี้ (10 ต.ค.2569) นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เปิดเผยถึง กรณีที่มีสื่อออนไลน์บางสำนัก นำเสนอข่าวและพาดหัวในลักษณะที่ทำให้สาธารณชนเข้าใจว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ได้มีคำสั่งชี้มูลความผิด และสั่งให้ผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่ ส.ส.ท. ชดใช้เงินจำนวน 85.22 ล้านบาท ว่า ที่ผ่านมา ส.ส.ท. ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบอย่างเต็มที่มาโดยตลอด แต่จนถึงปัจจุบัน ส.ส.ท. ในฐานะหน่วยรับตรวจยังไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจาก สตง. แต่อย่างใด
นายพิเศษ ยังชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในกระบวนการทำงานของ สตง. ที่ไม่เป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2561 และ หลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน สำหรับกรณีการตรวจสอบครั้งนี้ ว่า เมื่อพิจารณาขั้นตอนการตรวจสอบตามที่กฎหมายและหลักเกณฑ์มาตรฐานกำหนด จะพบว่ามาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 กำหนดให้เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน และเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยรับตรวจชี้แจงเหตุผลและแสดงพยานหลักฐานของตน
ขณะที่หลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน ข้อ 5.5 กำหนดขั้นตอนให้ผู้ตรวจสอบเปิดโอกาสแก่หน่วยรับตรวจในการชี้แจง โดยหากพบข้อบกพร่อง ต้องสอบถามประเด็นดังกล่าวเป็นหนังสือ และให้ผู้รับตรวจหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องชี้แจงหรือให้ถ้อยคำ พร้อมแสดงพยานหลักฐานก่อนสรุปผลการตรวจสอบหรือแจ้งผลการตรวจสอบแก่หน่วยรับตรวจ
อย่างไรก็ตาม นายพิเศษระบุว่า ในกรณีของไทยพีบีเอส กระบวนการตรวจสอบยังมีข้อกังขาสำคัญ เนื่องจาก สตง. มีการสรุปผลการตรวจสอบออกมา ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดโอกาสให้หน่วยรับตรวจได้ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นที่เกี่ยวข้อง จึงเกิดคำถามถึงความครบถ้วนของกระบวนการตรวจสอบ และการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายและหลักเกณฑ์มาตรฐานกำหนดไว้หรือไม่
นอกจากนี้ ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานข้อ 6.3 ยังระบุให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายแจ้งผลการตรวจสอบเป็นหนังสือ พร้อมส่งรายงานการตรวจสอบให้หน่วยรับตรวจ และข้อ 7 กำหนดให้เผยแพร่ผลการตรวจสอบต่อประชาชนเป็นการทั่วไปเมื่อได้ข้อยุติเกี่ยวกับการตรวจสอบแล้ว
กรณีนี้จึงมีข้อสงสัยว่า กระบวนการแจ้งผลการตรวจสอบเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อไทยพีบีเอสในฐานะหน่วยรับตรวจยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ แต่กลับปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับผลการตรวจสอบผ่านสื่อออนไลน์บางสำนักแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรและสิทธิส่วนบุคคลของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง นายพิเศษกล่าว
นายพิเศษ ระบุด้วยว่า การที่ข้อมูลผลการตรวจสอบถูกเผยแพร่สู่สาธารณะและระบุรายชื่อบุคคลทั้งที่กระบวนการยังไม่สิ้นสุด ถือเป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินและหลักเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการรักษาความลับและความโปร่งใส จึงเรียกร้องให้ สตง. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและสร้างความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว
ผบ.ตร. รวบผู้ต้องหาจีนเครือข่ายสแกมเมอร์ ซื้อบ้านหรูกรุงเทพกรีฑาลี้ภัย
อุตุฯ เตือนด่วน! ไทยรับมือฝนตกหนัก-ลูกเห็บตก-น้ำป่าไหลหลาก 10-13 ต.ค.นี้
ผบ.ตร.ยันทำสำนวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ยึดพยานหลักฐาน ส่ง ป.ป.ช.ตามกำหนด 30 วัน
今天(2026年10月10日),泰国公共广播公司(Thai PBS)副台长Phiset Chiyasak先生就部分网络媒体发布新闻和标题,误导公众认为审计署已下令认定泰国公共广播公司存在不当行为,并责令其台长及相关官员偿还8522万泰铢一事发表声明。他表示,泰国公共广播公司始终全力配合调查,但迄今为止,作为被审计单位的泰国公共广播公司尚未收到审计署的任何正式审计结果通知。
菲塞特先生还指出,国家审计署(SAO)的工作流程存在违规之处,不符合2018年《国家审计宪法》及国家审计标准。他指出,经审查法律和标准规定的审计程序,2018年《国家审计宪法》第11条要求审计人员遵守国家审计标准,并给予被审计单位的官员解释理由和提供证据的机会。
虽然公共审计标准指南第 5.5 条规定,审计人员必须给予被审计实体解释的机会,但如果发现缺陷,则必须以书面形式询问相关问题,并在审计结束或将结果传达给被审计实体之前,向被审计实体或相关官员提供解释或声明以及佐证材料。
然而,皮塞特先生指出,就泰国公共广播公司(Thai PBS)而言,审计过程仍存在诸多疑问,因为国家审计署(SAO)在未给予被审计单位机会澄清相关事实的情况下就结束了审计工作。这引发了人们对审计过程完整性以及所遵循的程序是否符合法律和既定标准的质疑。
此外,根据准则6.3,审计长或其指定代表应以书面形式将审计结果连同审计报告一并通知被审计单位。准则7规定,一旦得出审计结论,审计结果应当向公众公布。
这引发了人们对审计结果通知流程是否符合公共审计标准准则的质疑,尤其是作为被审计对象的泰国公共广播公司(Thai PBS)尚未收到正式的审计结果通知,而相关信息却已出现在一些网络媒体上。皮塞特先生表示,这不仅影响了该机构的形象,也侵犯了相关人员的个人权利。
菲塞特先生还指出,在审计程序完成之前公布审计结果并公开相关人员身份,违反了国家审计政策和既定标准,尤其是在保密性和透明度方面。因此,他敦促国家审计署立即调查事实并澄清此事。
警察总监逮捕了一名参与诈骗团伙的中国公民,该公民在曼谷 Krungthep Kreetha 地区购买了一栋豪宅以寻求庇护。
紧急警告!泰国将于10月10日至13日迎来强降雨、冰雹和山洪暴发。
警察局长证实,有关地方政府考试腐败的案件档案将根据证据整理,并在30天期限内提交给国家反腐败委员会。