"สาทิตย์" โต้รัฐบาลเหยียดฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้หลายปัญหาล้มเหลว ไม่ใช่ "บันเทิงธิปไตย"萨蒂特反驳了政府在不信任辩论中贬低反对派的指控,指出许多问题已经得到解决,而且这不是“娱乐民主”。
"สาทิตย์" อัด "อนุทิน-โฆษกรัฐบาล" เหยียดหยามดูแคลนญัตติฝ่ายค้าน ไม่ให้ความสำคัญกับระบบการตรวจสอบของรัฐสภา ชี้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซักฟอก "ระบอบ น.หนู" ไม่ใช่บันเทิงอธิปไตย-ไม่ใช่เกมการเมือง-ดิสเครดิตรัฐบาล แต่เปิดหน้ากากภายใต้ความรักชาติ

วันนี้ (11 ต.ค.2569) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน 6 พรรคได้ยื่นญัตติไปแล้วว่า สืบเนื่องจากการให้สัมภาษณ์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รวมถึงนายเอกภพ เพียรวิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีท่าทีของการเหยียดหยาม-ดูแคลนญัตติ และการทำหน้าที่ของฝ่ายฝ่ายค้าน
เช่น คำพูดที่บอกว่า “ฝ่ายค้านไม่มีอะไรจะทำญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ” คำพูดของนายกรัฐมนตรีดังกล่าว ตอกย้ำให้เห็นว่า ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นข้อเท็จจริง เป็นความจำเป็น เนื่องจากส่วนหนึ่งญัตติเขียนถึงนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย ไม่ให้เกียรติ ไม่ให้ความสำคัญต่อระบบการตรวจสอบของรัฐสภา และกระบวนการประชาธิปไตย ตรงนี้เป็นหลักสำคัญที่ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินของนายอนุทิน และพวก มีความไม่น่าไว้วางใจ ในญัตติฯ ได้เขียนคำว่าระบอบ 2 คำ คือ ระบอบน้ำเงิน - ระบอบ น.หนู คำว่าระบอบน้ำเงินอธิบายไปมากแล้ว
"ระบอบ น.หนู เป็นเสมือนธีม อภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ มีความหมายถึงการที่นายอนุทินกับพวก ใช้ระบอบประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือเข้าสู่อำนาจ โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องและความถูกผิด ใช้กลยุทธ์กลวิธีต่าง ๆ รวมถึงการลงทุนอย่างมหาศาล เพื่อได้มาซึ่งอำนาจ เห็นให้ชัดจากการรวบรวมบรรดาบ้านใหญ่ทั่วประเทศ ก่อนการเลือกตั้งปี 2569 เมื่อรวบรวมบ้านใหญ่ได้แล้วมีกระบวนการเข้าสู่อำนาจ และเชื่อมโยงความพยายามครอบงำที่มาของ สว.ทำให้ สว. มีความแนบแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับตัวระบอบ น.หนู" นายสาทิตย์กล่าว
นายสาทิตย์กล่าวต่อว่า สว. มีอำนาจสำคัญ คือการแต่งตั้งองค์กรอิสระ ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายการเมืองและฝ่ายบริหาร เห็นได้ชัดจาก สว. ที่เกี่ยวพันกับพรรคภูมิใจไทย หรือสีน้ำเงิน มีการแต่งตั้งกรรมการองค์กรอิสระ ที่สุดก็เอื้อประโยชน์ต่อนักการเมืองฝ่ายของระบอบ น.หนู ขณะเดียวกันคนในพรรคภูมิใจไทย และระบอบ น.หนู ยังครองอำนาจในฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติคือ ที่มาของระบอบ น.หนู
จึงไม่น่าแปลกใจว่า การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครอบคลุมถึง 18 รัฐมนตรี และข้อเท็จจริงพรรคประชาธิปัตย์มีผู้ที่อยู่ในข่ายการอภิปรายไม่ถึง 18 คน แต่เมื่อยื่นครบทั้ง 18 คน มีข้อเท็จจริงประการหนึ่ง หลังจากที่ได้แลกเปลี่ยนกัน บรรดาผู้ที่ทำงานฝ่ายค้าน คนทั้งหมดที่ถูกอภิปราย มีการกระทำในลักษณะเดียวกัน หรือคล้ายกัน เชื่อมกันเป็นขบวนการ ของการใช้อำนาจและมีพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่น่าไว้วางใจ จึงเป็นที่มาของการยื่นญัตติอภิปรายรัฐมนตรีจำนวนมากในครั้งนี้
นายสาทิตย์กล่าวต่อว่า การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นการตรวจสอบขั้นสูงสุดขั้นหนึ่งในรัฐธรรมนูญ กระบวนการนี้ ไม่ได้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นการพิสูจน์การทำงานของฝ่ายค้าน ในการเก็บรวบรวมข้อมูลตรวจตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารดีมากน้อยเพียงใด ซึ่งตลอดที่ผ่านมาได้พบพฤติกรรมที่เชื่อว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไปทั้ง 18 คน
ส่วนรัฐมนตรีที่อยู่ในเครือข่ายข้อกล่าวหาของพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบไปด้วย ส่วนที่ 1.เข้าไปในทางส่อทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งมีความชัดเจนที่เกี่ยวพันไปยังรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ส่วนที่ 2.ส่อไปในทางกระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จะเป็นข้อกล่าวหาของรัฐมนตรีอีกหลายคน ส่วนที่ 3.มีการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ส่วนที่ 4.ข้อกล่าวหาปล่อยปละละเลยให้คนใกล้ชิดและพวกพ้องแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ส่วนที่ 5. แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม จะชี้เห็นว่าคนในระบอบ น.หนู นอกจากครอบงำกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลแล้ว เมื่อมีคดีความใดที่เกี่ยวพันถึงคน พวกพ้องจะมีการใช้อำนาจก็ไปแทรกแซงการที่เกี่ยวพันกับเรื่องนั้น เข้าข่ายแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
"นี่เป็นข้อกล่าวหาเบื้องต้น ที่จะเรียนไว้ว่า ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้รวบรวมบรรดาข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหลาย เราคิดว่าการอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่เกมการเมือง ไม่ใช่เรื่องการทำลายเครดิตของรัฐบาลแต่จะเป็นการ เปิดโปงข้อมูลที่ได้มาจากการตรวจสอบและเห็นชัดว่าภายใต้หน้ากากของความรักชาติ คือการใช้อำนาจหน้าที่ที่บิดเบือนฉ้อฉล เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องและ เบียดบังทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน ด้วยกระบวนการที่ไปแทรกแซงการทำหน้าที่ของฝ่ายราชการถึงขั้นมีการทำเอกสารเท็จ เพื่อแสดงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงจัง" นายสาทิตย์กล่าว
นายสาทิตย์ระบุต่อว่า แม้มีความพยายามจะบอกว่า เป็นบันเทิงธิปไตยก็แล้วแต่ แต่ไม่เห็นว่า การทำผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องบันเทิง และไม่เห็นว่า ความเสียหายจากการเบียดบังสมบัติชาติเป็นเรื่องบันเทิง
ไม่เห็นว่าการที่คนต้องเสียหายหมดตัวจากความผิดพลาดเหตุภัยพิบัติน้ำท่วม และการจัดการน้ำท่วมที่ล้มเหลว เป็นความบันเทิง การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่ความบันเทิง แต่เป็นความเจ็บปวดของคนในประเทศชาติบ้านเมืองนี้ ที่ต้องให้คนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล มาเปิดโปงข้อเท็จจริง และการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้จบลงด้วยเสียงใครมากกว่าในสภาเท่านั้น
โดยเชื่อว่า ข้อมูลข้อเท็จจริงนำไปสู่การเปิดโปงความจริงให้สังคมได้เห็นว่าเบื้องหลังหน้ากากความรักชาติคือความเน่าเฟะอย่างไรของคนในระบอบ น.หนู โดยคาดว่า ช่วงเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านไม่น่าจะเกินช่วงปลายเดือนตุลาตุลาคม และไม่ควร ที่จะเลยช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ยืนยันเวลาขอ 5 วัน อภิปรายเป็นเวลาที่เหมาะสม สอดคล้องกับรัฐมนตรี 18 คนที่ถูกยื่นญัตติ เฉลี่ยอภิปรายวันละ4 คน หวังว่าจะไม่เจอขบวนการถ่วงรั้งการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านจากรัฐบาลที่มีท่าทีเหยียดหยามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน เปรียบเป็นการเหยียดหยามประชาชนเช่นกัน
"ปกรณ์" ชี้ใกล้เคาะเกณฑ์ ขรก.เออร์ลีฯ จ่อได้ค่าตอบแทนมากกว่า 12 เท่า
ทยอยลดระบายน้ำ "เขื่อนเจ้าพระยา" เหลือ 2,000 ลบ.ม./วินาที
11 ต.ค.เปิดหีบเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม" ประชาชนเริ่มทยอยใช้สิทธิ
โจมตี "สนามบินในกรุงริยาด" ซาอุฯ ตายอย่างน้อย 12 เจ็บอีกกว่า 300 คน
อุตุฯ เตือน 11-13 ต.ค. "เหนือ-กลาง-ตะวันออก-ใต้" ฝนตกหนัก ลูกเห็บตก
今天(2026年10月11日),民主党副党魁萨提·翁农特伊先生就六个反对党提交不信任动议后展开的辩论发表声明。他指出,此次不信任动议源于总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔以及总理发言人埃卡波·皮恩维塞特在接受采访时表现出的居高临下和轻蔑的态度,这种态度针对的是不信任动议和反对党的表现。
例如,总理的声明“反对党与不信任动议无关”恰恰凸显了不信任动议的既成事实和必要性。这是因为该动议在一定程度上无视并破坏了议会监督制度和民主程序,不利于阿努廷先生和泰自豪党。这正是阿努廷先生及其同僚政府不可信的关键所在。该动议两次使用了“政权”一词:“蓝色政权”和“以字母N开头的政权”。“蓝色政权”一词的含义此前已有详尽解释。
“‘N.N.政权’就像是这场不信任辩论的主题。从民主党的角度来看,它指的是阿努廷先生及其同伙利用民主制度作为攫取权力的工具,罔顾是非对错。他们运用各种策略和手段,包括巨额投资,来获取权力。这一点在他们于2026年大选前巩固全国强大的政治家族势力中体现得淋漓尽致。一旦这些家族联合起来,他们便通过一系列手段攫取权力,并将操纵参议员选举的努力结合起来,使参议院与‘N.N.政权’紧密相连,”萨蒂特先生说道。
萨提特先生继续指出,参议院的关键权力在于任命成员加入独立组织。其职能是对政治和行政部门进行制衡。这一点在参议院与泰自豪党(或称“蓝党”)的关系中显而易见,对独立组织的任命最终使与“尼赫鲁政权”结盟的政治人物受益。与此同时,泰自豪党和“尼赫鲁政权”的成员在行政和立法部门都掌握着权力——这正是“尼赫鲁政权”的由来。
因此,不信任动议涵盖18位部长也就不足为奇了。虽然民主党实际被质疑的部长人数不足18人,但将全部18位部长都列入其中,揭示了反对党内部讨论后得出的一个不容置疑的事实:一系列相似或相同的行为模式,相互关联,构成滥用权力、进行不可信治理的阴谋。这正是针对众多部长发起此次大规模不信任动议的依据。
萨蒂特先生进一步指出,提交不信任动议是宪法规定的最高级别审查程序之一。这一程序不仅考察政府的执政表现,也体现了反对派在收集信息和监督行政部门行为方面的有效性。在整个过程中,他发现所有18名候选人的行为都令他感到不可信,认为他们不配继续执政。
涉及民主党的部长包括:第一部分:涉嫌在任期间腐败的部长,显然包括正在讨论的部长;第二部分:涉嫌违反宪法和法律的部长,涉及其他几位部长;第三部分:履行或未能履行其职责的部长。
第四部分指控其疏忽大意,允许亲信和同伙谋取非法利益;第五部分则指控其干预司法程序。这两部分将表明,N.N.政权中的那些人,除了控制权力制衡程序外,还会利用其权力干预涉及其同伙的相关案件,从而构成干预司法程序。
“这些只是初步指控,我想声明的是,民主党已经掌握了所有事实。我们认为,这场辩论并非政治游戏,也不是为了破坏政府的信誉,而是为了揭露通过调查获得的信息。调查清楚地表明,在爱国主义的外衣下,隐藏着滥用职权、腐败、徇私舞弊和挪用公款的行为。这些行为是通过干预政府官员的职责来实现的,甚至不惜伪造文件提交给相关机构。所有这些都非常严重,”萨提特先生说道。
萨蒂特先生进一步表示,尽管有人试图将其描绘成“娱乐民主”,但他并不认为违反法律和宪法是娱乐,也不认为挪用国家资产造成的损害是娱乐。
我不认为人们因洪灾和防洪管理不善而失去一切是一件值得娱乐的事情。不信任投票并非娱乐,而是这个国家人民面临的痛苦现实,迫使那些负责监督政府表现的人揭露真相。而且,不信任投票的最终结果并非取决于谁在议会中获得的票数最多。
人们相信,这些事实信息将有助于揭露真相,让社会大众看清政权爱国主义面具下的腐败本质。预计反对党发起的不信任动议辩论不会超过十月底,也不会拖延到十一月初。为期五天的辩论时间被认为是合适的,与面临动议的18位部长人数相符,平均每天四位发言人。人们希望政府不会阻挠反对党的工作,因为他们对反对党的蔑视等同于对人民的蔑视。
帕空表示,公务员提前退休的标准即将最终确定,他们可能获得超过12倍的补偿。
逐步减少湄南河大坝的泄水量至每秒2000立方米。
10月11日,社会保障委员会选举投票站开放;公民开始投票。
沙特阿拉伯利雅得机场遭袭,造成至少12人死亡,300多人受伤。
气象部门警告称,10月11日至13日,北部、中部、东部和南部地区将出现强降雨和冰雹天气。