เปิดสาเหตุน้ำท่วมตะวันตก น้ำป่าหลากเร็ว เขื่อนน้ำสูง จับตาฝนหนักอีก 2 ระลอก泰国西部洪灾成因已查明:突发性山洪暴发和水库水位过高。目前正在监测另外两轮强降雨。
เปิดปัจจัยวิกฤตน้ำท่วมภาคตะวันตก หลังฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากสร้างความเสียหายหลายพื้นที่ แม้บางจุดเริ่มคลี่คลาย ขณะที่ภาคใต้ยังเสี่ยงฝนตกหนักมาก และต้องจับตาฝนอีก 2 ระลอกในวันที่ 13 และช่วง 22–25 ต.ค.2569

วันนี้ (12 ต.ค.2569) วิกฤตน้ำท่วมภาคตะวันตกสร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ ทั้งบ้านเรือนประชาชน ถนนสายหลัก และเส้นทางคมนาคม โดยเฉพาะ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ซึ่งเผชิญน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน แม้บางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังต้องเฝ้าระวังจุดเสี่ยง
ขณะที่สถานการณ์ฝนกำลังเคลื่อนลงสู่ภาคใต้ และมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักอีก 2 ระลอกในช่วงกลางถึงปลายเดือน ต.ค.2569
เปิดปัจจัยเบื้องหลังน้ำท่วมภาคตะวันตก
วิกฤตครั้งนี้มีปัจจัยสำคัญจากสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเกิดฝนตกหนัก ทั้งมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน ร่องมรสุม และลมตะวันออกกับลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พาความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้าสู่ประเทศไทย เมื่อความชื้นปะทะกับแนวเทือกเขาตะนาวศรีและเทือกเขาบรรทัด จึงเกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยมีปริมาณฝนมากกว่า 100 มม.
เมื่อฝนตกสะสมบนพื้นที่ภูเขา ดินอุ้มน้ำจนมีโอกาสเกิดน้ำป่าไหลหลากลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว หากพื้นที่รับน้ำมีข้อจำกัดในการระบายหรือมีน้ำจากหลายทางไหลมาสมทบพร้อมกัน ก็อาจทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน
อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทางฝั่งตะวันตก ซึ่งอยู่ในระดับสูง ทำให้การบริหารจัดการน้ำต้องพิจารณาทั้งน้ำที่ไหลเข้าเขื่อน ปริมาณน้ำที่ต้องระบาย และผลกระทบต่อชุมชนท้ายน้ำ อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำในเขื่อนเพียงอย่างเดียวไม่ใช่สาเหตุทั้งหมดของน้ำท่วม เพราะยังขึ้นอยู่กับฝนในพื้นที่ สภาพลุ่มน้ำ และความสามารถในการระบายน้ำด้วย
เจาะสถานการณ์ 3 จังหวัด กาญจนบุรี–ราชบุรี–เพชรบุรี
กาญจนบุรี : น้ำป่ากระทบเส้นทางคมนาคมและชุมชน
กาญจนบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนัก หลังมีรายงานฝนตกหนักในอำเภอเมือง และ น้ำป่าไหลหลากบริเวณทางลงมอเตอร์เวย์ M81 หน้า รร.ห้วยตลุง อ.ท่าม่วง จนรถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถผ่านได้ และต้องเบี่ยงเส้นทางไปลงด่านท่าม่วงแทน
ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 2 คน รายล่าสุดเป็นชายอายุ 62 ปี ถูกน้ำป่าพัดจมลำห้วยใน อ.ทองผาภูมิ ขณะเดียวกัน ยังมีพื้นที่น้ำท่วมขัง 4 อำเภอ รวม 227 ครัวเรือน โดยระดับน้ำบางจุดเริ่มทรงตัว
บริเวณหลังตลาดเรดซิตี้มีรายงานน้ำท่วมสูงจนรถยนต์จมมิดคัน ส่วนบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารมีน้ำท่วมประมาณครึ่งคันรถ สะท้อนให้เห็นว่าระดับน้ำในแต่ละจุดแตกต่างกันตามลักษณะพื้นที่และเส้นทางการไหลของน้ำ
ราชบุรี : น้ำป่าท่วม 5 ตำบล ถนนสายหินกอง–จอมบึงขาด
สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ตรวจพบฝนสะสม 48 ชั่วโมงบริเวณสถานีห้วยต้นห้าง อ.ปากท่อ จำนวน 85.5 มม. ก่อนเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอปากท่อ 5 ตำบล และกัดเซาะถนนสายหินกอง–จอมบึงจนขาด
ภาพรวมของจังหวัดยังมีน้ำท่วมขัง 7 อำเภอ ส่งผลกระทบต่อ 11,689 ครัวเรือน โดยระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วง 48 ชั่วโมง ได้แก่ ต.บ้านบึง อ.บ้านคา และ ต.ทุ่งหลวง ยางหัก อ.ปากท่อ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
เพชรบุรี : เร่งบริหารน้ำเขื่อนแก่งกระจานและเขื่อนเพชร
เพชรบุรีได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งบริเวณทางลอดสะพานต่างระดับ ซึ่งมีรายงานน้ำสูงประมาณ 4 ม. และพื้นที่ อ.เขาย้อย โดยบ้านคีรีวงศ์และเนินรักมีน้ำท่วมสูงประมาณระดับเอว หรือ 1 ม. รวมถึงน้ำเอ่อท่วมถนนเพชรเกษมบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 134
ต้นฉบับยังระบุว่า ตลาดสดแห่งหนึ่งมีน้ำท่วมสูงประมาณ 30–40 ซม. ขณะที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และสั่งการให้ปรับการระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานเหลือ 70 ลบ.ม./วินาที พร้อมใช้เขื่อนเพชรช่วยหน่วงน้ำ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเขตเมืองและย่านการค้า
แนวโน้มฝนคาดว่าจะลดลงจาก 60 มม. เหลือ 30 มม. ในวันที่ 13 ต.ค. แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังในช่วง 48 ชั่วโมงบริเวณ ต.ต้นมะม่วง และ อ.หนองหญ้าปล้อง
เขื่อนหลักมีน้ำสูง ต้องบริหารเส้นทางระบายน้ำอย่างระมัดระวัง
ปริมาณน้ำในเขื่อนสำคัญ ได้แก่ เขื่อนแก่งกระจาน 721 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณร้อยละ 102 ของความจุ เขื่อนวชิราลงกรณประมาณร้อยละ 98 และเขื่อนศรีนครินทร์ประมาณร้อยละ 97
สำหรับเส้นทางน้ำในพื้นที่ แบ่งภาพรวมได้เป็น 2 ระบบสำคัญ ได้แก่ ลุ่มน้ำแม่กลอง ซึ่งรับน้ำจากจังหวัดกาญจนบุรีไหลผ่านราชบุรีลงสู่สมุทรสงคราม และลุ่มน้ำเพชรบุรี ซึ่งรับน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำและเขื่อนแก่งกระจาน ก่อนผ่านระบบเขื่อนเพชรเข้าสู่ตัวเมืองเพชรบุรีและไหลออกทะเลบริเวณบ้านแหลม
เมื่อมีฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำจากภูเขาและลำห้วยอาจไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างอย่างรวดเร็ว การบริหารน้ำจึงต้องคำนึงถึงทั้งปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ น้ำที่ไหลเข้าเขื่อน ความสามารถของลำน้ำ และระดับน้ำปลายน้ำ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะการเร่งหรือชะลอการระบายจากเขื่อนเพียงอย่างเดียว
เปิดสาเหตุน้ำท่วมตะวันตก น้ำป่าหลากเร็ว เขื่อนน้ำสูง จับตาฝนหนักอีก 2 ระลอก
ภาคใต้เสี่ยงฝนหนักมาก เฝ้าระวัง 4 จังหวัด
หลังสถานการณ์น้ำท่วมในภาคตะวันตก ความเสี่ยงด้านฝนกำลังเคลื่อนลงสู่ภาคใต้ โดยข้อมูลเรดาร์ NowCast ของมหาวิทยาลัยรังสิตประเมินว่า ช่วงกลางคืนต่อเนื่องถึงเช้าอาจมีกลุ่มฝนปกคลุมหลายพื้นที่ของภาคใต้
จังหวัดที่ต้องระวังฝนตกหนักมาก 4 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และสตูล โดยพื้นที่ฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่ จ.ชุมพร ลงไปควรติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
พื้นที่ที่มีการปักหมุดเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ อ.พะโต๊ะ ท่าฉาง พนม นบพิตำ ชะอวด และพื้นที่ริมคลองกระบี่ใหญ่ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง หากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ต้นน้ำ
ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ลำห้วย เชิงเขา และริมคลอง ควรสังเกตระดับน้ำ หากน้ำเปลี่ยนสี ไหลแรงขึ้นอย่างผิดปกติ หรือเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว ควรรีบออกจากพื้นที่เสี่ยงและแจ้งเจ้าหน้าที่ ไม่ควรรอให้มีประกาศเตือนซ้ำหากพบสัญญาณอันตรายชัดเจน
เทียบปี 2569 กับปี 2554 ยังต่ำกว่า แต่ความเสียหายเฉพาะจุดรุนแรง
เมื่อเปรียบเทียบกับมหาอุทกภัยปี 2554 ข้อมูลจาก สสน. ระบุว่าปี 2569 มีปริมาณฝนสะสมประมาณ 1,198 มม. เทียบกับ 1,627 มม. ในปี 2554 ขณะที่ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 18,718 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งน้อยกว่าปี 2554 เกือบ 6,000 ล้าน ลบ.ม.
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขภาพรวมที่ต่ำกว่าไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะปลอดภัยจากน้ำท่วม เพราะวิกฤตครั้งนี้มีลักษณะเป็นความเสียหายเฉพาะจุด โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับฝนหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ และมีน้ำป่าหลากลงมาอย่างรวดเร็ว ชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้ทางน้ำหรือพื้นที่ลุ่มต่ำจึงอาจได้รับผลกระทบรุนแรง แม้ปริมาณฝนและน้ำในเขื่อนภาพรวมจะไม่สูงเท่าปี 2554 ก็ตาม
จับตาฝนหนักอีก 2 ระลอก วันที่ 13 และ 22–25 ต.ค.
13 ต.ค.2569 ฝนหนักอาจกลับมาปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร พื้นที่ที่เพิ่งผ่านน้ำท่วมจึงต้องระวังฝนตกซ้ำ เพราะอาจทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังระบายน้ำไม่หมดหรือมีดินอิ่มน้ำอยู่แล้ว
22–25 ต.ค.2569 ลมหนาวอาจผลักดันให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังส่งผลต่อภาคใต้ตอนล่าง ทำให้มีโอกาสเกิดกลุ่มฝนหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนสะสมและพื้นที่ลุ่มต่ำ
ในช่วงที่ยังมีความเสี่ยงจากฝนตกหนัก ประชาชนควรยกเครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ และสิ่งของจำเป็นขึ้นที่สูง เตรียมยา อาหาร น้ำดื่ม ไฟฉาย และแบตเตอรี่สำรอง รวมถึงวางแผนอพยพสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
สามารถติดตามปริมาณฝนและสถานการณ์น้ำผ่านแอปพลิเคชัน ThaiWater รวมถึงประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา สสน. และหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หากเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถแจ้งสายด่วนนิรภัย ปภ. 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เริ่มแล้ว IMF-World Bank 2026 ไทยโชว์ศักยภาพเศรษฐกิจ เดินหน้าดึงลงทุน
วาติกันเผย "โป๊ป" พบก้อนเนื้อในปอดระยะแรก เตรียมผ่าตัดสัปดาห์หน้า
กรมอุตุฯ ฉบับ 11 เตือน 9 จังหวัดภาคใต้ ฝนตกหนัก 12 ต.ค.
截至今日(2026年10月12日),泰国西部洪灾已造成多地损毁,包括房屋、主要道路和交通要道,其中北碧府、叻丕府和碧差汶府受灾最为严重,遭遇了突发性洪水和暴雨。尽管部分地区灾情有所好转,但高风险地区仍需保持警惕。
随着降雨形势向南移动,2026 年 10 月中下旬可能还会出现两轮强降雨。
揭示泰国西部洪灾背后的原因。
这场危机主要是由于有利于强降雨的天气条件造成的,包括来自中国的冷空气团、季风槽以及将泰国湾和南海水汽带入泰国的东风和东南风。当这些水汽与德林达依山脉和班塔山脉相遇时,导致部分地区出现强降雨,降水量超过100毫米。
山区雨水积聚会导致土壤饱和,增加山洪暴发的可能性,洪水会迅速流向低洼地区。如果流域排水不畅,或者多个水源同时汇入,则可能导致水位骤升。
另一个需要监测的因素是西侧大型水坝的高水位。这意味着水资源管理必须考虑水坝的入库流量、泄洪量以及对下游社区的影响。然而,水坝水位并非洪水发生的唯一原因;洪水还取决于该地区的降雨量、流域状况和排水能力。
分析 3 个府的情况:北碧府、叻丕府和碧武里府。
北碧府:突发洪水影响交通路线和社区。
据报道,北碧府Mueang区遭遇暴雨,Tha Muang区Huai Talung学校前的M81高速公路出口附近发生山洪,导致小型车辆无法通行,迫使司机改道前往Tha Muang收费站,北碧府是受灾最严重的地区之一。
累计死亡人数已达两人,最新一名遇难者是一名62岁男子,他在通帕蓬县一条溪流中被突发洪水冲走。与此同时,仍有四个县被洪水淹没,共影响227户家庭,不过部分地区的水位已开始趋于稳定。
据报道,红城市场后方区域被洪水淹没,水位之高甚至导致汽车完全被淹没。公交总站周围区域的积水高度约为汽车高度的一半,这反映出不同地形和水流路径导致水位差异较大。
叻丕府:山洪淹没 5 个分区; Hin Kong – Chom Bueng 路被切断。
水资源信息研究所(WRII)在北托县怀顿杭站监测到48小时累计降雨量为85.5毫米,随后山洪暴发淹没了北托县的五个乡镇,并侵蚀导致欣孔-宗汶公路一段路段坍塌。
总体而言,该省仍有七个县遭受洪水侵袭,影响11689户家庭。虽然许多地区的水位已经开始下降,但未来48小时内仍需保持高度警惕,尤其是在班卡县班汶街道和巴托县通銮扬哈克街道,这些地区的水情需要密切监测。
碧差汶里:岗卡章水坝和碧差汶里水坝正在开展紧急水资源管理工作。
碧差汶里府受洪水影响,包括地下通道和立交桥区域,据报道水位高达约4米;考约县的班基里翁村和诺恩拉村水位齐腰深(约1米)。此外,洪水还漫过碧甲盛路134公里路标附近路段。
原报道还指出,一个生鲜市场被淹,水深约 30-40 厘米。总理府部长纳宾通·斯里萨邦先生和国家水资源办公室 (NWRO) 前往该地区视察情况,并下令将岗卡章水坝的泄水量减少至每秒 70 立方米,同时启用碧差汶里水坝蓄水,以减轻对城市和商业区的影响。
预计10月13日降雨量将从60毫米减少到30毫米。但是,未来48小时内,Ton Mamuang街道和Nong Ya Plong县仍需保持警惕。
主坝水位很高;因此,必须谨慎管理排水路线。
主要水坝的水量包括岗卡章水坝,蓄水量为 7.21 亿立方米,约占其总容量的 102%;哇集拉隆功水坝,蓄水量约占其总容量的 98%;以及诗纳卡林水坝,蓄水量约占其总容量的 97%。
该地区的水道大致可分为两个主要系统:湄公河盆地,它接收来自北碧府的水,流经叻丕府,流向沙没颂堪府;以及碧差汶里河盆地,它接收来自上游地区和岗卡章水坝的水,然后流经碧差汶里水坝系统进入碧差汶里市,并在班莱姆附近流入大海。
当出现强降雨且降雨量持续较大时,山泉水和溪流的水流会迅速流入下游地区。因此,水资源管理必须考虑水库蓄水量、大坝入库水量、河流泄洪能力以及下游水位等因素,而不仅仅关注加快或减缓大坝泄洪速度。
泰国西部洪灾成因已查明:突发性山洪暴发和水库水位过高。目前正在监测另外两轮强降雨。
泰国南部面临强降雨风险;四个府已发布预警。
继泰国西部洪灾之后,降雨风险正向南转移。兰实大学的NowCast雷达数据显示,今晚至明日清晨,泰国南部多个地区可能出现阵雨。
泰国四个府需警惕强降雨:素叻他尼府、洛坤府、董里府和沙敦府。春蓬府以南的泰国湾沿岸地区应密切关注天气预警。
特别监测区域包括帕托、塔昌、帕侬、诺比坦、查瓦特等地区以及甲米诺伊运河沿岸地区,如果上游地区持续强降雨,这些地区可能会面临突发洪水和河流泛滥的风险。
居住在溪流、山坡和运河附近的人们应该密切关注水位。如果水体变色、流速异常加快或水位迅速上涨,应立即离开该区域并通知有关部门。如果发现明显的危险迹象,不应等待进一步的警告。
与 2011 年相比,2016 年的伤亡人数仍然较低,但局部地区的损失却很严重。
与 2011 年的大洪水相比,国家水资源管理署 (NWRA) 的数据显示,2026 年的累计降雨量约为 1198 毫米,而 2011 年为 1627 毫米。同时,湄南河流域四大水坝的蓄水量为 187.18 亿立方米,比 2011 年减少了近 60 亿立方米。
然而,总体降水量下降并不意味着所有地区都能免受洪水侵袭,因为此次危机的特点是局部性破坏,尤其是在短时间内遭受强降雨并迅速引发山洪的地区。因此,即使总体降雨量和水库水位不及2011年,位于水道附近或低洼地区的社区仍可能受到严重影响。
请留意10月13日和22日至25日的两轮强降雨。
预计强降雨将再次席卷泰国北部、东北部、中部、东部以及曼谷地区。近期遭受洪灾的地区应警惕进一步降雨,因为这可能导致水位再次上涨,尤其是在排水系统尚未完工或土壤已经饱和的地区。
2026年10月22日至25日,冷锋可能会加强东北季风,影响南部低洼地区,并增加部分地区(尤其是降雨量较大的地区和低洼地区)出现强降雨的可能性。
在持续强降雨风险期间,人们应将电器、重要文件和必需品转移到地势较高的地方。他们应该准备好药品、食物、饮用水、手电筒和备用电池,并制定儿童、老人、病人以及需要特殊帮助人员的疏散计划。
您可以通过 ThaiWater 应用程序监测降雨量和水位,还可以查看气象部门、国家防灾减灾办公室 (NDPMO) 和其他防灾减灾机构发布的公告。如遇紧急情况,您可以拨打防灾减灾部门 24 小时紧急热线 1784。
国际货币基金组织-世界银行2026年峰会已经开幕;泰国展示了其经济潜力,旨在吸引投资。
梵蒂冈透露,教皇发现肺部有早期肿瘤,并准备下周接受手术。
气象部门第11号公告警告称,10月12日南部9个省份将有强降雨。