สธ.เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมใต้ สั่งเซฟระบบหลักโรงพยาบาล公共卫生部正准备应对南部地区的洪水,并已下令采取措施保护医院系统。
สธ.เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยเต็มกำลัง หลังประเมินภาคใต้พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก สั่งการทุกโรงพยาบาลป้องกันระบบสาธารณูปโภคหลัก ไฟฟ้า น้ำ สื่อสาร ออกซิเจน วางแผนเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางล่วงหน้า

วันนี้ (12 ต.ค.2569) ที่ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมทางไกล (Web Conference) กรณี สถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป ในเขตสุขภาพที่ 3,4,5,6 ,9,10,11 และ 12
สธ.เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมใต้ สั่งเซฟระบบหลักโรงพยาบาล
นายพัฒนา กล่าวว่า จากการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้กำชับให้กระทรวงสาธารณสุขเตรียมพร้อมรับอุทกภัยภาคใต้ โดยเฉพาะการป้องกันน้ำท่วมสถานพยาบาล ต้องมีแผนป้องกันน้ำท่วมล่วงหน้า และรักษาความต่อเนื่องของบริการทางการแพทย์ จึงได้กำชับให้ทุกโรงพยาบาลเตรียมการดูแลกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยภาวะพึ่งพิง และวางแผนอพยพทั้งผู้ป่วยสีแดง/สีแดงเข้ม ผู้ป่วยภาวะพึ่งพิง รวมทั้งผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาต่อเนื่องไว้ล่วงหน้า
นายพัฒนา กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ได้แนะนำให้ประเมินภัยน้ำจากทั้ง 3 ส่วน วิเคราะห์ความเสี่ยงจากน้ำฝนตกสะสม, น้ำไหลมาจากพื้นที่อื่น และ น้ำทะเลหนุน และทำงานใกล้ชิดกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กำหนดจุดโรงพยาบาลสนาม/โรงพยาบาลสำรอง/Medical Shelter และจัดเตรียมเส้นทางเคลื่อนย้ายสำรองไว้ เพื่อป้องกันปัญหาเส้นทางถูกตัดขาด เน้นย้ำให้ป้องกันโครงสร้างพื้นฐานหลัก (Backbone) ของโรงพยาบาล ระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญ ได้แก่ ระบบน้ำ, ไฟฟ้า, ระบบสื่อสาร และออกซิเจน เพื่อให้สามารถเปิดบริการได้อย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบเส้นทางสายไฟฟ้าเข้าโรงพยาบาล ประสานการไฟฟ้าต่อสายตรง (Direct Line) เข้าโรงพยาบาลเพื่อป้องกันปัญหาไฟตก/ไฟดับ
ตลอดจนวางแผนกระจายกำลังคนและเวชภัณฑ์ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุ โดยนำหาดใหญ่โมเดลมาใช้ จับคู่กับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเขตสุขภาพที่ไม่ประสบภัย เข้ามาสนับสนุนโรงพยาบาลในพื้นที่ท่วม ทั้งการส่งยา รถพยาบาล และหมุนเวียนบุคลากรเพื่อลดความเหนื่อยล้า
ด้าน นพ.สมฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานการณ์ภาพรวมทั่วประเทศ ล่าสุด มีจังหวัดได้รับผลกระทบ 20 จังหวัด สถานพยาบาลกลับมาเปิดให้บริการเพิ่มมากขึ้นรวม 135 แห่ง ให้บริการทางการแพทย์ในภาพรวมสะสมแล้ว 350,254 ครั้ง ดูแลกลุ่มเปราะบางรวม 106,229 ราย คัดกรองสุขภาพจิตสะสม 45,286 ราย สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์สะสม 506,078 รายการ และ เข้าสนับสนุนศูนย์พักพิงฯ ที่ยังคงเปิดบริการ 323 แห่ง ที่ จ.อุทัยธานี ปทุมธานี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครนายก กาญจนบุรี ปราจีนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ และราชบุรี และมีกลุ่มเปราะบางในศูนย์พักพิง 9,730 ราย ขณะที่การให้บริการ Medical Shelter มีผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางได้รับการดูแล 67 ราย
น้ำท่วมกระทบปศุสัตว์ 30 จังหวัด เกษตรกรประสบภัยกว่า 2.7 หมื่นราย เร่งสำรวจความเสียหาย-เยียวยา
เช็กเส้นทาง 13 จังหวัด (12 ต.ค.) น้ำท่วมทางหลวง 74 แห่ง ผ่านไม่ได้ 9 แห่ง
นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มตลาดระยะใกล้เข้าไทยลดลงหลังหมดช่วงวันหยุดยาว
ปภ.เตือนภาคใต้รับมือฝนตกหนัก จับตาน้ำทะเลหนุน 27–31 ต.ค.
今天(2026 年 10 月 12 日),在公共卫生部常务秘书办公室公共卫生应急行动中心 (PHEOC) 会议室,公共卫生部长帕塔纳·普罗姆帕特先生与公共卫生部常务秘书颂鲁克·钟萨曼博士和公共卫生部副常务秘书萨拉武特·汶素博士举行了一次网络会议,讨论洪水、风暴和山体滑坡情况,与会者包括第 3、4、5、6、9、10、11 和 12 卫生区的省级公共卫生官员和中心医院及综合医院院长。
公共卫生部正准备应对南部地区的洪水,并已下令采取措施保护医院系统。
帕塔纳先生表示,在国家防灾减灾指挥部(NDPMC)与总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔举行会议后,公共卫生部接到指示,要做好南部地区洪灾的防控准备,尤其要加强医疗设施的防洪工作。必须制定防洪计划,以确保医疗服务的持续性。因此,所有医院都接到指示,要做好准备,照顾弱势群体和需要长期服药的患者,并提前规划红色/深红色区域的患者、需要长期服药的患者以及需要持续用药的患者的疏散工作。
帕塔纳先生进一步指出,他还建议评估来自三个方面的水患风险:分析积雨水、其他地区径流以及潮汐涌浪带来的风险。他还强调要与防灾减灾部门密切合作,指定野战医院/备用医院/医疗避难所,并制定备用疏散路线,以防止医疗服务中断。他强调保护医院的核心基础设施(骨干网)和关键公用设施(包括水、电、通信系统和氧气)的重要性,以确保医院持续运营。他还指示他们检查医院的电力线路,并与电力部门协调接通直接线路,以防止停电。
此外,还制定了事发前人员和医疗物资调配计划,借鉴了合艾模式。这包括与未受影响地区的大型医院合作,为受灾地区的医院提供支持,例如运送药品、救护车以及轮换人员以减轻疲劳。
索姆鲁克医生补充说,总体而言,全国最新情况显示,已有20个府受到影响。重新开放的医疗机构数量已增至135家,累计提供350,254次医疗服务。已为106,229名弱势群体提供护理,进行了45,286次心理健康筛查,并分发了506,078件药品和医疗用品。此外,乌泰他尼府、巴吞他尼府、安通府、沙拉武里府、大城府、那空那育府、北碧府、巴真府、春武里府、北柳府、北榄府和叻丕府的323个仍然开放的庇护所也得到了支持,这些庇护所收容了9,730名弱势群体。同时,有67名弱势患者在医疗庇护所接受了治疗。
洪水已影响到30个省份的牲畜,超过27000名农民受灾。目前,灾害评估和救援工作正在进行中。
查看13个省份的路线(10月12日):74条公路被淹,9条公路无法通行。
长假结束后,来自附近市场的外国游客进入泰国的数量有所减少。
泰国防灾减灾厅 (DDPM) 警告泰国南部地区做好应对强降雨的准备,并注意 10 月 27 日至 31 日期间的高潮情况。