← 返回新闻首页
泰国权威

“อดีตปลัด มท.” ชี้วิกฤตน้ำท่วมเปรียบ “ฝีแตก” หวั่นสารพิษสายรุ้งปนเปื้อน วอนอย่านิ่งนอนใจ

“อดีตปลัด มท.” ย้ำแผนรับมือน้ำท่วมมีอยู่แล้ว แนะนำผู้บริหารซักซ้อมก่อนเกิดเหตุ ชี้วิกฤตน้ำท่วมเปรียบ “ฝีแตก” หวั่นสารพิษสายรุ้งปนเปื้อน วอนอย่านิ่งนอนใจ

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
“内政部前常务秘书”指出,洪水危机就像“即将破裂的脓肿”,担心受到有毒物质污染,并敦促人们不要掉以轻心。

วันนี้ (13 ต.ค.2569) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการดูแล ปัญหาน้ำท่วมของกระทรวงมหาดไทย ว่า ขอให้ดูแลอย่างเต็มที่ซึ่งระเบียบการบริหารจัดการในอดีตมีการกำหนดขั้นตอนไว้อย่างดีอยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ เตรียมแผนงาน สำรวจพื้นที่กีดขวางทางน้ำ การเตรียมพื้นที่รองรับผู้ประสบภัย และการซักซ้อมแผนของประชาชน โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง ต้องสร้างความตื่นตัวให้กับประชาชน ซักซ้อมล่วงหน้า แต่น่าเสียดายก่อนหน้านี้ มีคณะองคมนตรี ร่วมลงประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ล่วงหน้าเป็นเดือนเสมอ แต่ก่อนหน้านี้มีดราม่าโจมตีองคมนตรี ที่มาร่วมรับฟัง เตรียมความพร้อมของรัฐบาล และ ปภ.ซึ่งเป็นศูนย์บริหารสาธารณภัยแห่งชาติ

ดังนั้น ปีนี้จึงไม่เห็นภาพองคมนตรีมาตรวจติดตาม และที่สำคัญที่สุดคือผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ ที่จะต้องตื่นตัวซักซ้อม ในการบริหารจัดการพร้อมเผชิญเหตุ เพราะวงรอบสาธารณภัยมีรูปแบบคล้ายเดิม

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ในฐานะที่เกษียณอายุราชการแล้วก็ขอเป็นกำลังใจ ปล่อยให้ผู้มีอำนาจหน้าที่จัดการ ขณะเดียวกันสื่อมวลชนก็มีส่วนในการช่วยเผยแพร่แจ้งเตือนภัย ซึ่งจะต้องเอาใจใส่และทำตามแผน ทำตามขั้นตอนที่ชัดเจน อย่าละเลยตกอยู่ในความประมาท "อย่าทำเรื่องกระพี้จนลืมแก่น" ซึ่งมีตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดเหตุ ช่วงระหว่างเผชิญเหตุ และภายหลังการเผชิญเหตุ และเชื่อว่าบริหารจัดการได้เพราะพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วมก็มีที่จะดึงบุคลากรมาช่วย

ส่วนในพื้นที่น้ำท่วมที่เปรียบเหมือน “ฝีแตก” เจอขยะในน้ำ และมีสารพิษสายรุ้งปนเปื้อน โดยเฉพาะที่ จ.ปราจีนบุรี อย่านิ่งนอนใจ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองก็ได้ดูคลิปชาวบ้านไปดักถ่ายรถลักลอบทิ้งกากสารพิษนำไปทิ้งในพื้นที่ที่ถูกสั่งปิด ซึ่งโชคดีประชาชนตื่นตัว มีหลายปัญหาก็ต้องช่วยกัน

นายสุทธิพงษ์ ยังกล่าวถึง การโยกย้ายใน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ว่า โดยปกติมีวงรอบในการโยกย้ายอยู่แล้ว แต่ตามกฎหมายนักการเมืองมักจะอ้างว่า ไม่ได้เป็นผู้สั่งย้ายเป็นเรื่องอธิบดี และปลัดกระทรวงฯ ซึ่งประชาชนก็ต้องใช้วิจารณญาณคิดดู จะต้องดูให้เหมาะสมเพราะมีฤดูกาลโยกย้ายอยู่ โดยเฉพาะพวกช่วงเผชิญเหตุแต่เปลี่ยนแม่ทัพกลางศึก มันก็จะลำบากโบราณเขาไม่ทำ หากไม่มีวิธีการอื่นและจำเป็นต้องเปลี่ยน ต้องนำคนที่มีความรู้ความสามารถมากกว่าไปแทน อย่างที่เคยโพสต์ไว้ว่าหากสอนไม่ได้ก็ต้องใช้คน ที่มีอำนาจเหนือกว่าเขาไปกำกับดูแลช่วย

นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีนายอำเภอบ้านสร้างอยู่มา 4-5 ปีรู้จักพื้นที่ หากไม่ไว้ใจก็ส่งผู้ตรวจกรมปลัดจังหวัดไป เพราะเป็นผู้อาวุโสกว่าเป็นผู้บังคับบัญชาอยู่แล้ว เพราะต้องนำทุกข์สุขของประชาชนเป็นหัวใจ หรือ กรณีที่มีคนอื่นเรียกผู้ว่าฯสีเทา ที่เป็นผู้ว่าปราจีนมาตั้ง 2-3 ปี และอยู่กับนายอำเภอคนนี้อย่างน้อย 3 ปี จะรู้สึกว่าไม่เหมาะสมในวันที่ 30 ก.ย. ไม่ถึง 24 ชม.ที่ตนเองจะเกษียณ มันไม่สมเหตุสมผล คนมันรับไม่ได้ แต่ส่วนตัวไม่ได้รู้จักนายอำเภอ ถือเป็นบทเรียนร่วมกันในสังคมและผู้มีอำนาจ อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บ ช่วยให้เดินไปข้างหน้า

นายกฯ ย้ำภาคใต้พร้อมรับมือน้ำหลาก ส่งรัฐมนตรีดูแลพื้นที่เสี่ยง

"เจเศรษฐ์" ไม่หวั่นถูกซักฟอก โต้ข้อหาไร้ภาวะผู้นำ โวจบ ป.ตรี ด้านผู้นำ

"นอภ.บ้านสร้าง" เหรียญสองด้านคนทำงาน ชาวบ้านถูกใจ-เจ้านายไม่ชอบ

"เจเศรษฐ์" ยืนยัน "แฟลตคลองจั่น" เข้าเกณฑ์น้ำล้อม 7 วัน ได้เงินเยียวยา

รู้จัก "เรือผลักดันน้ำ" เครื่องมือกู้วิกฤต ในภารกิจเร่งน้ำออกจากพื้นที่

มท.สั่งผู้ว่าฯ กาญจนบุรี-ราชบุรี-สมุทรสงคราม ใช้แผนเผชิญเหตุรับมวลน้ำ

อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻