สว.สุนทร แนะยกระดับกฎหมายควบคุมพื้นที่เก็บเชื้อเพลิงสำรอง参议员桑托恩建议升级法律,以控制燃料储备储存区域。
สมาชิกวุฒิสภาแนะทบทวนมาตรฐาน “ดาต้าเซ็นเตอร์” กลางเมือง ชี้ควรยกระดับกฎหมายควบคุมพื้นที่เก็บเชื้อเพลิงสำรอง

สมาชิกวุฒิสภาแนะทบทวนมาตรฐาน “ดาต้าเซ็นเตอร์” กลางเมือง ชี้ควรยกระดับกฎหมายควบคุมพื้นที่เก็บเชื้อเพลิงสำรอง
วันที่ 6 ก.ย.2569 นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เรียกร้องหน่วยงานรัฐร่วมอุดช่องว่างทางกฎหมาย ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการเก็บเชื้อเพลิงสำรองให้เทียบเท่าสถานีบริการน้ำมัน เพื่อความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และสวัสดิภาพของประชาชนเป็นที่ตั้ง ท่ามกลางการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในกรุงเทพมหานคร
เรื่องการจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองของโครงการ Data Center นั้น สมาชิกวุฒิสภา สุนทร พฤกษพิพัฒน์ ระบุว่าโครงการลักษณะนี้มีการสต๊อกน้ำมันจำนวนมาก ซึ่งแม้จะอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 500,000 ลิตร แต่สิ่งที่เป็นข้อสังเกตสำคัญคือมาตรฐานการควบคุมอาคาร
“ถ้ามีการสต๊อกน้ำมัน 4 แสนกว่าลิตร อันนี้ผมว่ามันก็ใหญ่พอๆ กับปั๊มน้ำมันเลย ธรรมดาแล้วกฎของปั๊มน้ำมัน เขาก็จะต้องมีการควบคุมตั้งแต่การก่อสร้าง พื้นที่โดยรอบ แต่อาคารเหล่านี้ไม่ได้ถูกควบคุมแบบนั้นครับ มันแค่จดทะเบียนเป็นโกดัง สำหรับนำสินค้ามาวาง” สว.สุนทร ระบุ
นอกจากนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณะ ต่อกรณีที่มีการเปรียบเทียบในโลกออนไลน์ว่า Data Center มีความปลอดภัยระดับเดียวกับห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรม 5 ดาว สมาชิกวุฒิสภา สุนทร พฤกษพิพัฒน์ ได้ชี้แจงในมุมมองของสถาปนิกและผู้ที่เคยปฏิบัติงานในห้างสรรพสินค้าว่า โครงสร้างของอาคารเหล่านี้แตกต่างกันอย่างชัดเจน การนำประเด็นนี้มาสะท้อนข้อห่วงใย จึงมีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาทบทวนข้อกฎหมายและออกมาตรการควบคุมที่รัดกุม เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีของภาคธุรกิจ สามารถเติบโตควบคู่ไปกับความปลอดภัยและสวัสดิภาพของคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน
“ผมเป็นสถาปนิก เวลาออกแบบ เขาจะออกแบบแทงค์น้ำมันไว้ใต้ดินตั้งแต่แรก เหมือนกับตามปั๊มน้ำมันเลย และปริมาณน้ำมันก็ไม่ได้เยอะแบบ Data Center เขาสำรองเผื่อเวลาไฟดับแค่สัก 2-3 ชั่วโมงแค่นั้นเอง แต่ Data Center นี้เขาสำรองเผื่อไฟดับไป 2 วัน ฉะนั้นมันต่างกันเยอะมากเป็น 10 เท่า มันเหมือนเรามีคลังน้ำมันย่อยๆ อยู่ตรงกลางชุมชน แล้วในนั้นก็มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ สายไฟต่างๆ เต็มไปหมด ซึ่งเวลาเกิดเพลิงไหม้ เหตุผลหลักอันดับแรกมักมาจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะฉะนั้นถ้ามีทั้งระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่และมีทั้งน้ำมัน ก็น่าเป็นห่วง” สมาชิกวุฒิสภา สุนทร พฤกษพิพัฒน์ กล่าว
参议员们建议审查城市数据中心的标准,并建议加强对燃料储存区域的法律监管。
2026年9月6日,参议院政治发展、公众参与、人权、自由和消费者保护委员会下属的消费者保护小组委员会主席孙通·普鲁克萨皮帕先生呼吁政府机构填补法律漏洞,提升备用燃料储存的安全标准,使其与加油站的标准持平。此举旨在曼谷数字基础设施快速发展的同时,优先保障民众的生命财产安全和福祉。
关于数据中心项目的燃料储备问题,参议员孙通·普鲁克萨皮帕特指出,此类项目通常需要储备大量燃料。虽然这在50万升的法定限额之内,但建筑控制标准仍然是一个值得关注的关键问题。
“如果他们储存了超过40万升的石油,我认为这差不多相当于一个加油站的规模。通常情况下,加油站的管理条例涵盖了从建筑到周边环境的方方面面,但这些建筑并不受此类监管。它们只是被注册为货物仓库,”参议员桑托恩说道。
此外,为了澄清公众对数据中心与购物中心或五星级酒店安全性等同的误解,参议员孙通·普鲁克萨皮帕特以建筑师和购物中心从业者的身份解释说,这些建筑的结构截然不同。提出这些问题的目的是敦促相关机构审查现有法律,并实施更严格的管控措施,从而使商业领域的技术发展能够与社区的安全和福祉以可持续的方式共同进步。
“作为建筑师,我们在设计时会从一开始就把油罐埋在地下,就像加油站一样。而且油罐的储量远不及数据中心。油罐的备用电源只能应对大约2-3小时的停电。但数据中心的备用电源可以应对长达两天的停电。所以两者之间的差距巨大,足足有十倍。这就像在社区中心建了一个小型油库,周围遍布电子系统和线路。一旦发生火灾,主要原因通常是电路短路。因此,如果地下既有大型电力系统又储存着石油,那就非常令人担忧了。”参议员孙通·普鲁克萨皮帕特说道。