นักกฎหมายชี้เหตุอุทกภัย ปชช.ฟ้องรัฐได้ หากพบละเลยหน้าที่法律专家指出,如果公民发现政府在洪水灾害中疏忽职守,可以起诉政府。
โฆษกสภาทนายความฯ ระบุประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย สามารถฟ้องหน่วยงานรัฐต่อศาลปกครองได้ หากพบว่าหน่วยงานมีหน้าที่ตามกฎหมาย แต่ละเลยหรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า จนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเสียหาย

วันนี้ (29 ก.ย.2569) นายพีรภัทร ฝอยทอง ทนายความ และโฆษกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ความเห็นทางกฎหมาย กรณีประชาชนได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย และต้องการฟ้องร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายพีรภัทร ระบุว่า ประชาชนสามารถยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้ แต่การจะฟ้องร้องและเรียกค่าเสียหายได้ ต้องพิจารณาก่อนว่าหน่วยงานนั้นมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการป้องกัน แก้ไข หรือแจ้งเตือนภัยหรือไม่ รวมถึงต้องพิจารณาว่าหน่วยงานมีการละเลยต่อหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร จนทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายหรือไม่
ยกตัวอย่าง กรณีการแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมล่าช้า จะต้องตรวจสอบว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกิดข้อผิดพลาดในขั้นตอนใด เหตุใดจึงไม่แจ้งเตือนประชาชนภายในเวลาที่เหมาะสม และความล่าช้านั้นมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือไม่
ประเด็นนี้อาจเข้าข่ายคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 กระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร
หากหน่วยงานมีหน้าที่ตามกฎหมายในการแจ้งเตือนภัย แต่ดำเนินการล่าช้า จนส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบสามารถนำข้อเท็จจริงเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลปกครอง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายได้
ผู้ที่จะยื่นฟ้อง ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ที่แสดงถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงาน รวมทั้งข้อเท็จจริงที่ทำให้เห็นว่า เกิดการละเลย หรือการปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าของหน่วยงาน
โฆษกสภาทนายความฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา การฟ้องร้องหน่วยงานรัฐในลักษณะนี้ยังมีไม่มากนัก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกระบวนการยื่นฟ้องและการดำเนินคดีต้องใช้ระยะเวลา รวมถึงผู้เสียหายบางคนอาจต้องมีค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทนายความ เพื่อดำเนินคดี
ขณะที่ผู้เสียหายบางคนอาจพิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินคดีไม่คุ้มค่ากับความเสียหายที่ได้รับ หรือกังวลว่าแม้จะยื่นฟ้องแล้ว อาจไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้
ปภ.เผยน้ำท่วม 29 จังหวัด รวม กทม. กระทบกว่า 2.6 ล้านคน เสียชีวิต 22 คน
"เขื่อนวชิราลงกรณ" เพิ่มระบายน้ำ 29 ก.ย.-4 ต.ค.เตือน ปชช.ริมแม่น้ำแควน้อยเฝ้าระวัง
ปิดอีก 3 วัน ถึง 2 ต.ค. โรงเรียนสังกัด กทม.ในพื้นที่ 15 เขตน้ำท่วม
โฆษกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
ประชาชนฟ้องหน่วยงานรัฐ
今天(2026 年 9 月 29 日),泰国皇家赞助的律师协会发言人、律师 Peerapat Foythong 先生就遭受洪水灾害并希望起诉相关机构的公民提供了法律意见。
皮拉帕特先生指出,公民可以向行政法院提起诉讼,但要提起诉讼并要求赔偿,首先必须考虑相关机构是否具有预防、补救或警告危险的法律权限。此外,还必须考虑该机构是否玩忽职守或行动迟缓,从而对公众造成损害。
例如,对于延迟发布洪水预警的情况,有必要调查负责机构在处理过程中哪里出了错,为什么公众没有在合理的时间内收到预警,以及延迟是否与造成的损失直接相关。
根据《行政法院设立法》和《行政法院程序法》第 9 条第 1 款第 (3) 项的规定,行政法院可以管辖行政机关或政府官员因依法行使权力、因规章、行政命令或其他命令而产生的侵权行为或其他责任,或因疏忽履行法律规定的职责或履行职责过晚而产生的侵权行为或其他责任。
如果一个机构负有发出警告的法律义务,但却拖延发出警告,导致生命、身体或财产受到损害,受影响的公民可以将事实提交行政法院,要求赔偿。
提起诉讼的人必须收集证据,证明该机构的职责和义务,包括证明该机构在履行职责方面存在疏忽或延误的事实。
泰国律师协会发言人透露,过去针对政府机构的此类诉讼相对较少。这可能部分是因为提起诉讼和诉讼程序耗时较长,而且一些受害者可能需要承担聘请律师的费用。
虽然有些受害者可能认为提起诉讼不值得他们遭受的损失,或者担心即使提起诉讼,他们也可能无法获得赔偿。
泰国防灾减灾厅(DDPM)报告称,包括曼谷在内的29个府发生洪水,影响超过260万人,造成22人死亡。
哇集拉隆功大坝将于9月29日至10月4日期间增加泄洪量。桂诺伊河沿岸居民被提醒保持警惕。
曼谷市政府下属的15个受洪水影响地区的学校将继续关闭3天,直至10月2日。
泰国皇家律师协会发言人。
公民起诉政府机构。