สหรัฐฯ คงสถานะ "กัมพูชา" Tier 3 ชี้แก้สแกมเมอร์-ค้ามนุษย์ไม่คืบ美国维持柬埔寨的第三级地位,理由是柬埔寨在打击诈骗和人口贩运方面缺乏进展。
สหรัฐฯ เปิดรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ฉบับล่าสุด ชี้การแก้ปัญหาของกัมพูชาไม่คืบหน้า พร้อมคงสถานะ Tier 3 ซึ่งทำให้กัมพูชายังไม่สามารถลบภาพลักษณ์การเป็นศูนย์กลางสแกมเมอร์ได้

"กัมพูชา" เผชิญแรงกดดันทั้งจากมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา จีน รวมถึงเกาหลีใต้ ออสเตรเลีย หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างสิงคโปร์และไทย กรณีขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ส่งผลให้กัมพูชาเดินหน้าปราบปรามอย่างหนักตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
ความพยายามดังกล่าวยังไม่สามารถลบภาพลักษณ์ศูนย์กลางสแกมเมอร์ของกัมพูชาไปได้ เพราะล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือ TIP Report ประจำปี 2569 ผ่านเว็บไซต์ทางการ ระบุว่า กัมพูชายังคงสถานะเทียร์ 3 (Tier 3) ไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากรัฐบาลกัมพูชาไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในการกำจัดการค้ามนุษย์อย่างเต็มที่ และไม่ได้พยายามอย่างมีนัยสำคัญ
รายงานฉบับดังกล่าว ชี้ว่า รัฐบาลกัมพูชาไม่มีนโยบายชัดเจนในการจัดการกับปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศ และพบว่า เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล ที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่ที่บังคับใช้กฎหมาย เข้าไปเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ ทั้งการได้รับประโยชน์ทางการเงินจากการค้ามนุษย์ในศูนย์สแกมเมอร์ การเข้าไปแทรกแซงเพื่อปกป้องการดำเนินการต่างๆ ภายในศูนย์ ไปจนถึงการข่มขู่คุกคามเหยื่อ และภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนในเรื่องนี้
สหรัฐฯ คงสถานะ "กัมพูชา" Tier 3 หักหน้าแก้สแกมเมอร์-ค้ามนุษย์ไม่คืบ
สำหรับปี 2569 เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันที่กัมพูชาได้สถานะเทียร์ 3 โดยหากย้อนดูรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่า สหรัฐฯ พูดถึงประเด็นปัญหาสแกมเมอร์ในกัมพูชาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเป็นปีแรกที่สหรัฐฯ ลดอันดับกัมพูชาลงมาอยู่ที่เทียร์ 3 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สแกมเมอร์กลายเป็นปัญหาใหญ่ของกัมพูชา ที่สหรัฐฯ พูดถึงในรายงานทุกฉบับ
เมื่อปี 2568 สหรัฐฯ เรียกกัมพูชาว่าเป็น "รัฐที่สนับสนุนการค้ามนุษย์" เป็นครั้งแรก หลังจากปัญหาการหลอกลวงออนไลน์รุนแรงอย่างมาก จนทำให้กัมพูชาขึ้นแท่นศูนย์กลางสแกมเมอร์ ซึ่งมีคนทั่วโลกตกเป็นเหยื่อ รวมถึงชาวอเมริกันที่สูญเงินให้กับขบวนการเหล่านี้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปี 2567
นับตั้งแต่รัฐบาลเกาหลีใต้ออกมาเคลื่อนไหวเมื่อเดือน ต.ค.2568 หลังคดีนักศึกษาเกาหลีใต้ถูกหลอกไปทำงานและถูกสังหาร ตั้งแต่เดือน ส.ค.ไม่คืบหน้า และดูจะไม่ได้รับความร่วมมือจากทางการกัมพูชาเท่าที่ควร รัฐบาลประเทศต่างๆ ได้ทยอยยกระดับการกดดันอย่างต่อเนื่อง จนนำมาสู่การเร่งปราบปรามสแกมเมอร์ทั่วกัมพูชา
ขณะที่เดือน ก.ย.2569 กัมพูชาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ในกรุงพนมเปญ โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 10 ประเทศ รวมทั้งสหรัฐฯ และจีน ซึ่งฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศกลางวงประชุม ว่า กัมพูชาจะไม่เป็นสวรรค์ของขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ
พร้อมระบุว่า กัมพูชาจะไม่ยอมให้อาชญากรเหล่านี้มาบั่นทอนความก้าวหน้าของประเทศ และความเป็นอยู่ของชาวกัมพูชามากกว่า 17 ล้านคน และย้ำถึงจุดยืนในการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองแบบเรียลไทม์
ข้อมูลจากทางการกัมพูชา ชี้ว่า ในช่วงระหว่างเดือน ก.ค.2568 จนถึงเดือน ส.ค.2569 มีศูนย์สแกมเมอร์ถูกปิดไปแล้วอย่างน้อย 663 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงในกรุงพนมเปญ ปอยเปตและบาเวต โดยในจำนวนนี้เป็นศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่ถึง 86 แห่ง
มีผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ถูกจับและดำเนินคดีมากกว่า 3,900 คน จาก 29 ประเทศ จำนวนมากเป็นชาวจีน ขณะที่มีบัญชีธนาคารถูกอายัดกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มีชาวต่างชาติสมัครใจเดินทางออกจากกัมพูชา มากกว่า 240,000 คน
ด้านโฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ออกมาแก้ต่างหลังสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ว่า รัฐบาลกัมพูชาพยายามจัดการปัญหานี้ โดยใช้หลายมาตรการ ตั้งแต่การให้ความรู้ความเข้าใจ ไปจนถึงการลงโทษผู้เกี่ยวข้อง และยังร่วมมือกับหน่วยงานระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อต่อสู้กับสแกมเมอร์ ซึ่งรวมถึงตำรวจสากลและเอฟบีไอ
แต่ภาพการบุกทลายศูนย์สแกมเมอร์ จับกุมตัวผู้เกี่ยวข้องอย่าง "เฉิน จื้อ" และส่งตัวชาวต่างชาติหลายหมื่นคนกลับประเทศ ถูกตั้งคำถามว่า เป็นเพียงการสร้างภาพของรัฐบาลกัมพูชาเพื่อลดแรงกดดันหรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับขบวนการเหล่านี้ กลับยังลอยนวลและไม่ได้ถูกดำเนินคดีใดๆ
ไทยร่วม IMF-ธนาคารโลกสกัดกลโกงการเงินออนไลน์ เปิดตัว Bangkok Blueprint
นศ.แอลเบเนียจี้รัฐแก้ปัญหาการศึกษา ประท้วงบานปลายก่อจลาจล
นายกฯ ชู soft power ไทย งานดินเนอร์ ต้อนรับผู้นำการเงินโลก IMF-World Bank
รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์
ขบวนการหลอกลวงออนไลน์
柬埔寨正面临来自美国、中国等大国以及韩国、澳大利亚,甚至新加坡、泰国等邻近东盟国家在网络诈骗问题上的压力。因此,柬埔寨在过去一两年里加大了对这类活动的打击力度。
这些努力未能改变柬埔寨作为诈骗中心的形象。美国国务院近期在其官方网站上发布了2026年《人口贩运报告》(TIP报告),指出由于柬埔寨政府未能完全达到打击人口贩运的最低标准,且在解决该问题上投入不足,柬埔寨仍维持在第三级,未作任何改动。
报告指出,柬埔寨政府缺乏明确的政策来应对该国的人口贩运问题,并发现包括高级官员、顾问和执法人员在内的政府官员参与了网络诈骗活动。这包括在诈骗中心从人口贩运中牟利、干预这些中心的运作以保护其运作、恐吓和骚扰受害者,以及推动解决这一问题的民间社会组织。
尽管柬埔寨在打击诈骗和人口贩运方面缺乏进展,但美国仍维持其第三级国家的地位。
2026年是柬埔寨连续第五年维持第三级地位。回顾历年的《人口贩运报告》,自2022年美国首次将柬埔寨降级至第三级以来,美国就一直在关注柬埔寨的诈骗问题。自那以后,诈骗问题已成为柬埔寨的一大难题,在每一份美国报告中均有提及。
2025 年,美国首次将柬埔寨称为“支持人口贩运的国家”,此前,网络诈骗激增,使柬埔寨成为诈骗者的聚集地,受害者遍布全球,其中包括 2024 年因这些网络损失数十亿美元的美国人。
2025年10月,韩国政府对一名韩国留学生被骗到国外打工后于8月被谋杀一案缺乏进展,且柬埔寨当局的合作明显不足,此后各国政府逐步加大了施压力度,导致柬埔寨各地对诈骗分子展开打击。
2026年9月,柬埔寨在金边举办了打击网络诈骗会议,包括美国和中国在内的十多个国家参加了会议。会议期间,柬埔寨首相洪玛奈宣布,柬埔寨绝不会成为跨国诈骗组织的避风港。
声明还表示,柬埔寨不会允许这些犯罪分子破坏国家进步和1700多万人民的福祉,并重申支持加强国际合作,包括实时情报共享。
柬埔寨当局的数据显示,2025年7月至2026年8月期间,全国至少有663个诈骗中心被关闭,其中包括金边、波贝和巴维等地。其中,86个是大型诈骗中心。
来自29个国家的3900多名涉嫌参与网络诈骗的人员已被逮捕并起诉,其中许多是中国公民。超过3亿美元的银行账户已被冻结。此外,据报道,2026年前四个月,超过24万名外国人自愿离开柬埔寨。
柬埔寨内政部发言人为美国关于人口贩运的报告辩护,称柬埔寨政府一直在通过各种措施应对这一问题,包括开展教育和宣传活动,以及惩罚涉案人员。政府还与包括国际刑警组织和美国联邦调查局在内的国际机构保持密切合作,共同打击诈骗分子。
然而,突袭诈骗中心、逮捕“陈志”等涉案人员以及驱逐数万名外国人的画面引发了人们的质疑:这是否只是柬埔寨政府为了减轻压力而进行的一场宣传噱头?因为参与这些活动的政府官员仍然逍遥法外,没有受到任何起诉。
泰国加入国际货币基金组织和世界银行的行列,共同打击网络金融诈骗,启动“曼谷蓝图”。
阿尔巴尼亚学生敦促政府解决教育问题;抗议活动升级为骚乱。
泰国总理在欢迎国际货币基金组织和世界银行等世界金融领导人的晚宴上,重点强调了泰国的软实力。
人口贩运情况报告
网络诈骗