"ฟักทอง" ราคาตกต่ำอย่างหนัก เกษตรกรร้องรัฐช่วยเหลือ南瓜价格暴跌,促使农民们请求政府援助。
ปีนี้ผลผลิตฟักทอง ในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ราคาตกต่ำอย่างหนัก อยู่ที่กิโลกรัมละ 3-5 บาทเท่านั้น ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน ประสบปัญหาขาดทุนมีหนี้สินจำนวนมาก เรียกร้องขอให้ภาครัฐช่วยเหลือ

เกษตรกรผู้ปลูกฟักทอง ที่บ้านแม่ยางส้าน ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อส่งขาย แต่ขณะนี้พบว่าราคาฟักทองตกต่ำหนัก ขายได้เพียงกิโลกรัมละ 3-5 บาทตามขนาดและคุณภาพ นายไกรศรี กล้าณรงค์ขวัญ เกษตรกรผู้ปลูกฟักทอง บอกว่าราคานี้ทำให้ผู้ปลูกเดือดร้อน เพราะขาดทุน
ส่วนผู้รับซื้อฟักทองในพื้นที่ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ใช้รถตักฟักทองน้ำหนักหลายตันที่เก็บไว้ในโกดัง ใส่รถบรรทุก ก่อนนำเอาไปทิ้ง หลังจากไม่มีคำสั่งซื้อเข้ามา ทำให้ผลผลิตฟักทองเริ่มเสียหาย นางสาวศศิธร ศรีเที่ยง คนรับซื้อฟักทองจากชาวสวนบอกว่าปีนี้ราคาตกต่ำอยู่ที่กิโลกรัมละ 3-5 บาท เดือดร้อนทั้งชาวสวนและกลุ่มผู้รับซื้อฟักทองในพื้นที่
นายอุทัย บุญเทียน นายกเทศมนตรีตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าสาเหตุที่ทำให้ฟักทองราคาถูกเพราะมีการนำเข้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศลาว รวมถึงภาวะเศรษฐกิจค่าครองชีพสูงที่ชาวบ้านเลือกฟักทองเป็นผักชนิดรองๆลงมาในการทำอาหาร ทำให้ปีนี้ราคาผลผลิตตกต่ำหนักสุดในรอบหลายปี เมื่อรวมกับต้นทุนค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าน้ำมันขนส่งที่สูงขึ้นกว่าเท่าตัว จึงทำให้ทุกคนเดือดร้อนและมีภาระหนี้สินตามมาจำนวนมาก
อุทัย บุญเทียน นายกเทศมนตรีตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
ขณะที่นางสาวพิพพ์พิชชา ทานา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ชำนาญการ สำนักงานเกษตร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ บอกว่าแนวทางช่วยเหลือจากสำนักงานเกษตร ขณะนี้คือได้เร่งสำรวจข้อมูล และผลิต เดือดร้อนของชาวบ้าน ส่งต่อให้กับทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้าน
ข้อมูลของสำนักงานเกษตร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่าปีนี้อำเภอแม่แจ่ม มีพื้นที่ปลูกฟักทอง กว่า 1 พันไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 3 พันตัน ปัญหาที่พบคือต้นทุนที่สูงขึ้นจากปุ๋ย และยาปราบศัตรูพืช รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเก็บจ้างแรงงานเก็บเกี่ยวและค่าน้ำมันขนส่งจากแปลงมาที่จุดรับซื้อตกกิโลกรัมละ 2 บาท เมื่อขายได้เพียงกิโลกรัมละ 3-5 บาทจึงขาดทุน หากจะให้เกษตรกรอยู่ได้ต้องกิโลกรัมละ 8 บาทขึ้นไป
清迈府湄占县塔帕街道湄扬山村的南瓜种植户们已经收割了南瓜准备出售,但目前却面临着南瓜价格暴跌的困境。根据大小和品质的不同,南瓜的售价仅为每公斤3-5泰铢。南瓜种植户克莱斯里·克拉纳隆克万先生表示,这样的价格给种植户们带来了困难和损失。
在清迈府湄占县塔帕镇,由于订单不足,南瓜收购商不得不动用挖掘机将仓库里堆积如山的南瓜装上卡车,然后倾倒在地,导致南瓜歉收。一位名叫萨西通·斯里·蒂昂的南瓜收购商表示,今年的南瓜价格很低,每公斤只有3-5泰铢,给当地的农民和收购商都带来了困难。
清迈府湄占县塔帕镇镇长乌泰·汶天先生透露,南瓜价格低迷的原因是大量进口,尤其是来自老挝的进口,以及生活成本高昂,导致村民们将南瓜作为烹饪中的次要蔬菜。今年,南瓜价格跌至多年来的最低点。再加上化肥、农药和运输燃料价格翻了一番以上,给村民们带来了沉重的经济负担和债务。
乌泰·文蒂恩 (Uthai Boonthien),清迈府湄占县塔帕县市长。
与此同时,清迈府湄占县农业办公室的农业推广官员皮皮查·塔纳女士表示,该农业办公室目前的做法是加快对村民困难情况的调查,并将信息转发给省政府和相关机构,以寻找帮助他们的方法。
根据清迈府湄占县农业办公室的数据,今年湄占县拥有超过1000莱的南瓜种植园,产量约为3000吨。问题在于化肥和农药成本上涨,以及采摘的人工成本和从田间到收购点的运输燃料成本,这些成本加起来相当于每公斤2泰铢。如果只以每公斤3-5泰铢的价格出售,就会造成亏损。农民要想维持生计,南瓜价格至少要达到每公斤8泰铢。