สหรัฐฯ จ้องใช้ระเบิดยักษ์ Mother of All Bomb พลิกเกมศึกอิหร่าน美国正着眼于巨型“炸弹之母”,以扭转与伊朗的战争局势。
รัฐบาลสหรัฐฯ สื่อสารชัดเจนมาตลอดว่าพร้อมใช้ทุกวิถีทาง เพื่อขัดขวางไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงการโช้กำลังโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องรอบใหม่ โดยกระทรวงกลาโหมได้จัดทำแผนปฏิบัติการต่างๆ เพื่อพิจารณา หนึ่งในนั้นคือการใช้ระเบิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในคลัง

รัฐบาลสหรัฐฯ สื่อสารชัดเจนมาตลอดว่าพร้อมใช้ทุกวิถีทาง เพื่อขัดขวางไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงการโช้กำลังโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องรอบใหม่ โดยกระทรวงกลาโหมได้จัดทำแผนปฏิบัติการต่างๆ เพื่อพิจารณา หนึ่งในนั้นคือการใช้ระเบิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในคลังแสงของสหรัฐฯ
สื่ออเมริกันเจ้าแรกๆ ที่รายงานเรื่องนี้คือ สำนักข่าว CNN ซึ่งอ้างแหล่งข่าวที่มีส่วนในการวางแผนทางทหาร ว่า กองทัพสหรัฐฯ พัฒนาแผนการโจมตีครั้งใหม่ และมีความเป็นไปได้ที่จะใช้ระเบิด GBU-43/B หรือที่รู้จักกันในชื่อ MOAB (Massive Ordnance Air Blast Bomb) โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน และโครงการนิวเคลียร์ในอิหร่าน
แม้ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เห็นแผนนี้แล้วหรือไม่ หรือแผนนี้จะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน และจะช่วยจบสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านได้หรือไม่ แต่ที่น่ากังวลคือ หากทรัมป์ตัดสินใจสั่งใช้ระเบิดชนิดนี้จริง สถานการณ์สงครามน่าจะยกระดับความรุนแรงขึ้นไปอีก
สหรัฐฯ จ้องใช้ระเบิดยักษ์ Mother of All Bomb พลิกเกมศึกอิหร่าน
ระเบิดชนิดนี้เรียกกันเล่นๆ ว่า "Mother of All Bomb" หรือ "แม่ของระเบิดทั้งปวง" เพราะมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาระเบิดที่ไม่ใช่ระเบิดนิวเคลียร์ มีความยาวกว่า 9 เมตร หนัก 9.8 ตัน ปล่อยลงมาจากเครื่องบิน C-130 โดยใช้ระบบ GPS นำทาง ขณะที่หัวรบจะระเบิดกลางอากาศ ก่อนถึงเป้าหมายบนพื้นดิน ทำให้เกิดการระเบิดขนาดใหญ่รอบทิศทาง
สหรัฐฯ พัฒนาระเบิดชนิดนี้ในยุคสงครามอิรัก โดยเริ่มทดสอบครั้งแรกในเดือน ก.พ.2003 ก่อนที่จะเริ่มนำออกประจำการในอีกไม่ถึง 2 เดือนถัดมา แต่อาวุธถูกใช้ครั้งแรกในปี 2017 โดยรัฐบาลทรัมป์สมัยแรกสั่งใช้ระเบิดชนิดนี้ โจมตีแหล่งกบดานของกลุ่มรัฐอิสลาม (IS) ในอัฟกานิสถาน
การโจมตีดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินที่ IS ใช้เป็นฐานปฏิบัติการโจมตี โดยทางการสหรัฐฯ และอัฟกัน ระบุว่า ระเบิดได้ทำลายอุโมงค์ 3 แห่งและคลังอาวุธ ขณะที่มีนักรบ IS เสียชีวิต 36 คน แต่ไม่มีพลเรือนได้รับบาดเจ็บ เพราะชาวบ้านแถบนั้นอพยพออกไปนานแล้ว ตั้งแต่ IS เข้ามายึดครองพื้นที่
สื่อบางสำนักรายงานอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า ในช่วงการพัฒนาแรกๆ กองทัพตั้งเป้าใช้อาวุธชนิดนี้ในปฏิบัติการทางจิตวิทยา โดยแรงระเบิดของ GBU-43 เทียบเท่าระเบิด TNT 11 ตัน และการระเบิดจะรุนแรงเป็นวงกว้าง ซึ่งเชื่อว่าจะกดดันให้กองทัพฝ่ายศัตรูยอมแพ้ หรือยอมวางอาวุธ
ดังนั้น นักวิเคราะห์บางส่วนจึงประเมินความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจใช้อาวุธชนิดนี้โจมตี เพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมจำนน ยอมหันหน้ากลับสู่โต๊ะเจรจา หรืออาจเป็นแผนโจมตีอย่างหนักหน่วงก่อน แล้วชิ่งหนีเพื่ออ้างชัยชนะ แต่อีกด้านหนึ่งมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจใช้ GBU-43 โจมตีโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน
หนึ่งในพื้นที่เป้าหมายที่ถูกพูดถึงหลายครั้งคือ ภูเขา Pickaxe ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมนาทานซ์ 1 ใน 3 โครงการนิวเคลียร์อิหร่านที่ตกเป็นเป้าการโจมตีในปฏิบัติการ Midnight Hammer เมื่อปี 2025 โดยทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ จับตามองความเคลื่อนไหวในจุดนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด
มีการประเมินว่า ภูเขาลูกนี้เป็นที่ตั้งของอุโมงค์ใต้ดิน ที่อาจเชื่อมต่อกับโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมนาทานซ์ที่อยู่ใกล้ๆ รวมทั้งยังอาจถูกใช้เป็นโรงงานนิวเคลียร์และคลังเก็บยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ ซึ่งจุดนี้ถูกยกให้เป็นป้อมปราการสำคัญทางยุทธศาสตร์ในโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน เพราะจะอยู่ลึกลงไปใต้ดินมากถึง 610 เมตร
ตัวเลข 610 เมตร ถือว่าลึกกว่าขีดความสามารถในการเจาะทำลายของระเบิด bunger buster รุ่นที่ทรงพลังที่สุดของกองทัพสหรัฐฯ ถึง 10 เท่า ทำให้โรงงานที่อยู่ใต้ภูเขาลูกนี้แตกต่างไปจากโรงงานนิวเคลียร์อื่นๆ ในอิหร่านที่ถูกทำลายได้ง่ายกว่า ซึ่งจุดนี้ทำให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ มองว่าต้องใช้ระเบิดที่ใหญ่ที่สุดในการโจมตี
แต่การใช้ระเบิด GBU-43 อาจไม่ได้ผลนัก แม้ว่าระเบิดรุ่นนี้จะมีพลังทำลายรุนแรงครอบคลุมพื้นที่ 9 ช่วงตึก แต่ก็ถูกออกแบบมาให้จัดการกับเป้าหมายที่มีโครงสร้างแข็งแรงบนพื้นผิว มากกว่าที่จะเจาะลึกลงไปถล่มอุโมงค์ใต้ดินที่อยู่ลึกมากๆ และถูกปกป้องโดยชั้นหินที่มีความแข็งแกร่ง
ส่วนที่น่ากังวลอีกจุดหนึ่งคือ การใช้ระเบิดชนิดนี้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานในอิหร่าน หรือเป้าหมายอื่นๆ ที่อาจตั้งอยู่ใกล้กับชุมชน ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ ใกล้เลือกตั้งกลางเทอมเข้าไปทุกขณะ หากทรัมป์จะทำอะไรอาจต้องทบทวนและชั่งน้ำหนักให้ดี
ทรัมป์ยันชัด! สหรัฐฯ พักแผนโจมตีอิหร่านก่อนเลือกตั้งกลางเทอม 3 พ.ย.
กราดยิงใน รร.รัฐโอเรกอน ครู-เด็กเสียชีวิต 4 คน มือปืนถูกยิงดับ
ฝนถล่ม "อิสตันบูล" น้ำท่วมพัดรถยนต์-ช่วย 2.7 พันคนติดค้าง
美国政府一贯表示,已做好一切准备,阻止伊朗获得核武器,包括对相关目标发动新一轮打击。国防部已制定多项作战计划供考虑,其中一项计划涉及动用美国武库中威力最大的核弹。
最早报道此事的美国媒体之一是 CNN,该媒体援引参与军事计划的消息人士的话称,美军制定了一项新的攻击计划,该计划可能涉及使用 GBU-43/B 炸弹(也称为 MOAB,即巨型空爆炸弹)攻击伊朗的能源基础设施和核计划。
目前尚不清楚美国总统唐纳德·特朗普是否看过这份计划,其有效性如何,以及它能否结束美伊战争。然而,令人担忧的是,如果特朗普决定下令使用这种炸弹,战争局势很可能会显著升级。
美国正着眼于巨型“炸弹之母”,以扭转与伊朗的战争局势。
这种炸弹被戏称为“炸弹之母”,因为它是所有非核炸弹中体积最大的。它长达9米多,重达9.8吨,由C-130运输机使用GPS导航系统投放。弹头在到达地面目标前会在空中引爆,造成向四面八方扩散的巨大爆炸。
美国在伊拉克战争期间研发了这种炸弹,于2003年2月进行了首次测试,不到两个月后便投入使用。然而,这种武器直到2017年才首次投入使用,当时特朗普第一届政府下令将其用于打击阿富汗境内的伊斯兰国(IS)藏身处。
此次袭击的目标是ISIS用作行动基地的地下隧道网络。美国和阿富汗当局称,炸弹摧毁了三条隧道和一个武器库,造成36名ISIS武装分子死亡。由于居民在ISIS控制该地区之前很久就已撤离,因此没有平民受伤。
一些媒体援引美国官员的话报道称,在早期研发阶段,军方曾计划将这种武器用于心理战。GBU-43的爆炸威力相当于11吨TNT,爆炸范围广,据信能迫使敌军投降或放下武器。
因此,一些分析人士评估认为,美国有可能使用这种武器攻击伊朗,以迫使其投降、重返谈判桌,或者先发动猛烈攻势,然后宣称胜利。另一方面,美国也可能使用GBU-43攻击伊朗的核计划。
被反复提及的目标区域之一是镐山,它距离纳坦兹铀浓缩厂不远,而纳坦兹铀浓缩厂是2025年“午夜铁锤行动”中伊朗三个核计划的目标之一。特朗普表示,美国一直在密切关注该地区的活动。
据估计,这座山体内部有地下隧道,可能与附近的纳坦兹铀浓缩厂相连,也可能曾被用作核设施和浓缩铀储存库。由于该地点位于地下610米深处,因此被认为是伊朗核计划中具有重要战略意义的据点。
610米的深度相当于美国军方威力最大的反坦克炸弹穿透力的十倍。这使得位于山下的这座核设施与伊朗其他更容易被摧毁的核电站截然不同。因此,美国官员认为,要摧毁它,就必须使用威力最大的炸弹。
然而,使用GBU-43炸弹可能效果不佳。虽然这种炸弹威力强大,可以覆盖九个街区,但它的设计目标是坚固的地表建筑,而不是穿透被坚硬岩层保护的深层地下隧道。
另一个令人担忧的问题是,这种炸弹可能被用于袭击伊朗的能源基础设施或其他位于居民区附近的目标,这将造成重大的人员伤亡和财产损失。然而,随着美国中期选举临近,特朗普或许需要仔细重新考虑并权衡他采取的任何行动。
特朗普确认!美国暂停在11月3日中期选举前对伊朗发动攻击的计划。
俄勒冈州一所学校发生大规模枪击事件,造成四人死亡,其中包括教师和学生。枪手已被击毙。
暴雨袭击伊斯坦布尔,引发洪水,冲走汽车,2700人被困。