สืบนครบาลบุกช่วย นศ.ถูกคอลเซนเตอร์หลอก อ้างถูกจับเรียกค่าไถ่曼谷警方突袭了一家呼叫中心,解救了一名被骗女学生。骗子声称她被绑架并索要赎金。
ตำรวจ บก.สส.บช.น. บุกช่วยเหลือนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง หลังถูกแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกอ้างพัวพันคดีอาชญากรรม ให้โอนเงิน 36,000 บาท สร้างสถานการณ์หลอกผู้ปกครองว่าถูกทำร้าย-เรียกค่าไถ่

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2569 พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.6 และ สน.ปทุมวัน ช่วยเหลือนักศึกษาชายมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ย่านปทุมวัน ในห้องพักซอยศาสนา ย่านพญาไท กทม.
หลังผู้ปกครองแจ้งว่า นักศึกษาหายตัวไปจากที่พัก และมีพฤติกรรมเสี่ยงทำร้ายตัวเอง ขณะเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายยังพูดคุยทางโทรศัพท์กับเครือข่ายคอลเซนเตอร์ เมื่อปลายสายทราบว่า ตำรวจเข้าถึงตัวผู้เสียหายแล้วแล้ว จึงตัดสายและยุติการติดต่อทันที
จากการสอบสวนพบว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2569 ผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์จากแก๊งคอลเซนเตอร์ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ อ้างว่ามีผู้นำข้อมูลบัตรประชาชนไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์ และนำไปใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงและฟอกเงิน โดยผู้แอบอ้างปลายสายแจ้งเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้เสียหายได้ถูกต้อง ทำให้หลงเชื่อ
สืบนครบาลบุกช่วย นศ.ถูกคอลเซนเตอร์หลอก อ้างจับเรียกค่าไถ่
ก่อนจะโอนสายให้บุคคลที่อ้างตัวเป็นตำรวจในพื้นที่ต่างจังหวัด ระบุว่า เป็นผู้รับผิดชอบคดี และให้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ในห้องสนทนาชื่อ “ห้องสอบสวน” ก่อนข่มขู่กดดันให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและแสดงความบริสุทธิ์ใจ ผู้เสียหายจึงโอนเงินให้รวม 36,000 บาท
แก๊งคอลเซนเตอร์ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ยังสั่งให้ผู้เสียหายย้ายออกจากที่พักประจำ ไปเช่าห้องพักรายวัน เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์เดิม และเปิดใช้หมายเลขใหม่ เพื่อไม่ให้ครอบครัวติดต่อได้ พร้อมหลอกขอรหัสยืนยันเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน LINE จนสามารถควบคุมบัญชีและนำไปใช้ติดต่อหลอกลวงครอบครัว
เมื่อทราบว่า ผู้เสียหายไม่มีเงินเหลือ จึงเปลี่ยนแผน สั่งให้บอกผู้ปกครองว่าได้รับทุนการศึกษาเพื่อเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ และต้องการใช้เงินประมาณ 200,000-300,000 บาท พร้อมให้สร้างสถานการณ์เสมือนถูกทำร้ายและกักขัง โดยใช้น้ำหวานสีแดงผสมกาแฟทาบริเวณร่างกายและผนังห้อง ให้คล้ายคราบเลือด เพื่อสร้างความหวาดกลัวและกดดันให้ครอบครัวโอนเงิน
แต่ผู้ปกครองเกิดความสงสัย จึงประสานอาจารย์ของมหาวิทยาลัยตรวจสอบ ก่อนทราบว่า ไม่มีทุนการศึกษาตามที่กล่าวอ้าง จึงเชื่อว่าลูกชายกำลังถูกแก๊งคอลเซนเตอร์ข่มขู่และสร้างสถานการณ์ จึงประสานตำรวจเข้าช่วยเหลือ
ตำรวจเตือนว่า แก๊งคอลเซนเตอร์อาจใช้วิธีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ข่มขู่ว่าพัวพันคดี บังคับให้ตัดขาดจากครอบครัว และสร้างสถานการณ์เสมือนถูกจับตัวหรือได้รับอันตราย เพื่อหลอกเรียกเงินจากผู้ปกครอง หากได้รับโทรศัพท์ในลักษณะนี้ ขอให้ตั้งสติ อย่าโอนเงินหรือเปิดเผยรหัสยืนยัน และควรติดต่อหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงผ่านช่องทางทางการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
สนง.เขตสายไหม ระดม จนท.เร่งแก้ปัญหายื่นเอกสารเงินเยียวยาน้ำท่วม
นิด้าโพลเผยผลสำรวจ "อภิปรายไม่ไว้วางใจ ใครรับศึกหนัก" ชี้มหาดไทยโดนหนักสุด
สภาพอากาศวันนี้ ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝนตกหนักบางแห่ง
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เรียกผู้ยื่นจดทะเบียน "NENE ROYAL" เข้าชี้แจง
2016 年 10 月 17 日,曼谷大都会警察调查局局长 Chotiwat Lueangwilai 少将与大都会警察调查局、第六警察分局调查局和巴吞旺警察局的警员一起,在曼谷帕亚泰区萨萨纳巷的一间房间里,救出了一名巴吞旺地区某大学的男大学生。
家长报告称其子女离家出走,且行为危险,可能存在自残倾向。在救援行动进行期间,受害者仍在与呼叫中心通话。当电话另一端的人得知警方已联系到受害者后,立即挂断电话并停止一切联系。
调查显示,2016年10月16日,受害者接到一个冒充移动网络运营商工作人员的诈骗电话。骗子声称有人盗用了受害者的身份证信息开通了一个电话号码,并用于诈骗和洗钱活动。骗子准确地提供了受害者的13位身份证号码,使受害者信以为真。
曼谷警方突袭了一家呼叫中心,解救了一名据称遭遇绑架勒索诈骗的学生。
在将电话转接给一位自称是省警、并声称负责此案的人员之前,受害者指示对方通过Telegram应用程序在一个名为“调查室”的聊天室与他们联系。随后,犯罪分子威胁并胁迫受害者转账以核实财务交易并证明其清白。受害者最终转账共计36,000泰铢。
这些冒充官员的电话诈骗犯还指示受害者搬离常住住所,租住日租房,更换原有电话号码,并开通新号码,以防止家人联系到他们。之后,他们诱骗受害者提供LINE应用程序的验证码,从而控制这些账户,并利用这些账户联系和欺骗受害者的家人。
得知受害者身无分文后,犯罪分子改变了计划。他们指示受害者告诉父母自己获得了出国留学的奖学金,需要大约20万至30万泰铢。他们还指示受害者模拟遭受虐待和囚禁的场景,用混合了咖啡的红色糖浆涂抹在受害者身上和房间墙壁上,使其看起来像血迹,以此恐吓家人,迫使他们转账。
然而,孩子的父母起了疑心,联系了一位大学教授进行调查。他们发现根本没有所谓的奖学金,因此认为他们的儿子是被诈骗电话中心威胁恐吓了。随后,他们联系了警方寻求帮助。
警方警告,诈骗电话可能使用冒充官员、威胁受害者卷入刑事案件、强迫其与家人断绝关系、捏造逮捕或伤害场景等手段,以此勒索家长钱财。如果您接到此类电话,请保持冷静,切勿转账或透露任何验证码,并通过官方渠道联系涉事机构核实情况。
赛迈县办事处调动工作人员加快解决与提交洪水救济金文件相关的各种问题。
NIDA民意调查揭示了“谁将在不信任辩论中面临最沉重的负担?”的调查结果,表明内政部将受到最严重的打击。
今日东部和南部地区天气:部分地区有大雨。
知识产权局已传唤“NENE ROYAL”商标注册申请人,要求其作出澄清。