16 วันแรกของมาตรการไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 มีเงินหมุนเวียนแล้วกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท在“泰国互助泰国加强版”第二阶段活动的头 16 天里,已有超过 260 亿泰铢的资金流通。
โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ภายใต้มาตรการร่วมจ่าย 60/40 ยอดใช้จ่ายสะสมผ่านโครงการล่าสุด ณ วันที่ 16 ต.ค.มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท รัฐบาลชี้ช่วยกระจายรายได้ และ สร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก

วันนี้ (18 ต.ค.2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ว่า จากข้อมูลล่าสุด ณ วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 23.00 น. พบว่ามีประชาชนกดรับสิทธิรวมทั้งสิ้นกว่า 26 ล้านราย มีร้านค้าผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้วกว่า 1.19 ล้านราย สะท้อนการเข้าร่วมโครงการของประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยรัฐบาลมุ่งหวังให้มาตรการดังกล่าวช่วยลดภาระค่าครองชีพ เพิ่มกำลังซื้อ และกระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยและเศรษฐกิจชุมชน
สำหรับยอดใช้จ่ายสะสมผ่านโครงการล่าสุด มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 26,809.2 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่ายจำนวน 15,557.9 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนใช้จ่ายจำนวน 11,251.3 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนเม็ดเงินที่หมุนเวียนผ่านการซื้อสินค้าและบริการภายใต้โครงการ โดยมาตรการร่วมจ่ายของรัฐบาลช่วยสนับสนุนกำลังซื้อของประชาชน ควบคู่กับการสร้างรายได้ให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
เมื่อแยกตามช่องทางการใช้จ่าย พบว่า การใช้จ่ายผ่านบริการ Food Delivery มีมูลค่ารวม 1,159.9 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 668.2 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนใช้จ่าย 491.7 ล้านบาท ขณะที่การใช้จ่ายผ่านร้านค้าอื่น ๆ มีมูลค่ารวม 25,649.3 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 14,889.7 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนใช้จ่าย 10,759.6 ล้านบาท
นางสาวลลิดากล่าวว่า การที่มีร้านค้าผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้วกว่า 1.19 ล้านราย ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนมาตรการให้เข้าถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร และธุรกิจชุมชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกระจายรายได้และสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก
ทั้งนี้ การลงทะเบียนรับสิทธิของประชาชนได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้ยอดประชาชนกดรับสิทธิ 26.74 ล้านราย เป็นยอดสรุปหลังปิดการลงทะเบียน โดยรัฐบาลจะติดตามผลการใช้จ่ายและการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มาตรการร่วมจ่ายเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยยอดใช้จ่ายสะสมกว่า 26,800 ล้านบาท สะท้อนการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผ่านโครงการ และการมีส่วนร่วมของประชาชนและร้านค้าจำนวนมาก รัฐบาลมุ่งหวังให้เม็ดเงินดังกล่าวช่วยเพิ่มรายได้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย กระตุ้นการจับจ่ายสินค้าและบริการ และสนับสนุนการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในชุมชน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะติดตามการดำเนินมาตรการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การใช้จ่ายภายใต้โครงการเป็นไปตามหลักเกณฑ์และบรรลุเป้าหมายในการช่วยเหลือประชาชน
ธปท.ชูเวที IMF-เวิลด์แบงก์ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน–สกัดภัยการเงินดิจิทัล
OECD ชมไทยมุ่งมั่นปฏิรูปกฎหมาย หนุนไทยเข้าเป็นสมาชิกปี 71
IMF ขอบคุณไทย เจ้าภาพจัดประชุมประจำปี IMF-World Bank
โครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2
今天(2026年10月18日),总理府副发言人拉莉达·佩里斯维瓦塔纳女士公布了“泰助泰加强版”项目的进展情况。截至2026年10月16日(星期五)晚上11点,已有超过2600万人注册享受该项目福利,超过119万家企业的信息已完成核实。这体现了全国公民和企业的积极参与。政府希望通过这项措施帮助降低生活成本,提高购买力,并促进小型零售商和社区经济的发展。
该项目最新累计支出总额为268.092亿泰铢,其中政府共同支付155.579亿泰铢,公共支出112.513亿泰铢。这反映了项目项下商品和服务采购的资金流动情况,政府的共同支付措施既增强了公众的购买力,又为参与企业创造了收入。
按消费渠道细分,外卖服务消费总额为11.599亿泰铢,其中政府共同支付6.682亿泰铢,消费者支出4.917亿泰铢。同时,其他零售渠道消费总额为256.493亿泰铢,其中政府共同支付148.897亿泰铢,消费者支出107.596亿泰铢。
拉利达女士表示,已有超过 119 万家商店的信息得到核实,这是一个推动各项措施惠及各个领域企业家的重要因素,尤其是小型零售商、餐馆和社区企业,这些都是分配收入和在基层创造经济循环的重要机制。
这项面向公众的福利登记已于2026年10月15日截止,共有2674万人登记享受该福利。这是登记截止后的最终数据。政府将持续监测项目的支出和实施情况,以确保这项共同支付措施能够全面惠及公民和企业。
政府优先考虑降低生活成本和刺激基层经济发展。累计支出超过268亿泰铢,反映了各类项目所产生的支出以及众多公民和企业的参与。政府希望利用这些资金提高小企业收入,刺激商品和服务消费,并支持社区内的经济循环。
总理办公室副发言人表示,政府将密切监督各项措施的实施情况,以确保该项目下的支出符合指导方针,并实现其帮助公众的目标。
泰国银行在国际货币基金组织和世界银行论坛上重点介绍了其应对全球经济波动和打击数字金融威胁的方法。
经合组织赞扬泰国致力于法律改革,并支持泰国在2028年加入经合组织。
国际货币基金组织感谢泰国主办国际货币基金组织-世界银行年会。
泰援泰加项目第二阶段