“วีระ” เตือน 7 กกต. ลงมติคดีฮั้ว สว. 14 ก.ย. นี้ ขู่เปิดชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดหากยังเฉย“维拉”警告 7 位选举委员会成员在 9 月 14 日就参议院串谋案进行投票,并威胁说如果他们保持沉默,将公布所有涉案人员的姓名。
“วีระ สมความคิด” โชว์เอกสารคดีฮั้ว สว. ขู่เปิดรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง หาก 14 กันยายนนี้ กกต. ไม่มีการลงมติ พร้อมปูดข่าว กกต. ส่อเลื่อนพิจารณาคดีไปหลังวันที่ 28 กันยายน

“วีระ สมความคิด” โชว์เอกสารคดีฮั้ว สว. ขู่เปิดรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง หาก 14 กันยายนนี้ กกต. ไม่มีการลงมติ พร้อมปูดข่าว กกต. ส่อเลื่อนพิจารณาคดีไปหลังวันที่ 28 กันยายน
วันที่ 6 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 20.00 น. นายวีระ สมความคิด หัวหน้าคณะทำงานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ได้ไลฟ์เฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจากโพสต์เฟซบุ๊กจะเปิดโปงข้อมูลการฮั้ว สว. พร้อมภาพกองเอกสาร รายงานการไต่สวนแฟ้ม 4 รายงานความเห็นเลขาธิการ และรายงานการประชุมชุดที่ 36 ว่าตนเองได้รับข้อมูลจากผู้หวังดีใน คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ส่งข้อมูลมาให้ เนื่องจากตนเองเคยเป็นนักศึกษาของ กกต. ในหลักสูตร พตส. (หลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง) รุ่นที่ 9 จึงพอที่จะรู้จักกับเจ้าหน้าที่ กกต. จำนวนไม่น้อย อย่างนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่สวนกุหลาบ รุ่นเดียวกับ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เมื่อมีการยื่นเรื่องเข้ามา ก็ต้องตรวจสอบ และทำงานอย่างตรงไปตรงมา ตนเองไม่มีเจตนาเข้าข้างฝ่ายใดและช่วยเหลือใคร
จากนั้น นายวีระ ได้อ่านเอกสารรายงานการประชุมชุดที่ 36 และความเห็นของเลขาธิการ ว่าการฮั้วเลือก สว. โดยมี นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. เป็น 1 ในผู้ร่วมตรวจสอบ โดยได้สรุปความเห็นเมื่อ 15 กันยายน 2568 เสนอให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เอาผิด 136 คน ที่มีชื่อปรากฏในโพย และยังพบเส้นเงินอีก 17 จังหวัดทั่วประเทศ เกี่ยวโยงนักการเมืองและพรรคภูมิใจไทย
โดยหลักฐานที่ตรวจพบ หาก กกต. เห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอ สามารถส่งให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 ที่เป็นเจ้าของสำนวน ส่งให้เลขาธิการ กกต. สรุปความเห็น เสนอต่อ กกต. ต่อไป
ขณะที่วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 คณะที่ 26 มีมติสรุปสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. โดยเสนอให้ กกต. ดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย เป็น สว. 138 คน เครือข่าย 50 คน สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 21 คน ทีมงานที่มีส่วนร่วมอีก 20 คน และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
ส่วนเส้นเงินใน 17 จังหวัด พบว่า สว. ชุดปัจจุบัน มีการจ่ายเงินให้ผู้สมัครคนอื่นแบบไม่สุจริต แต่เลขาธิการ กกต. ให้ยกคำร้องเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ โดยเฉพาะ แกนนำและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ถูกยกหมด จึงส่งเรื่องมาให้ตนเองตรวจสอบ
ขณะที่ความเห็นของนายครรชิต เห็นควรให้ยื่นศาลฎีกา เพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมให้ดำเนินคดีอาญา แต่ให้ยกเว้นบุคคลที่เป็นพยานไว้
นายวีระ ระบุว่า การมีคณะที่ 36 ขึ้นมาตรวจสอบคดีเลือก สว. อีกชุดไม่ใช่เรื่องแปลก แม้จะมีชุดที่ 26 แล้ว เพื่อมากลั่นกรองข้อมูลอีกชั้น แต่คณะที่ 36 กลับยกคำร้องพร้อมกันทั้งหมด 229 ราย โดยไม่ได้พิจารณาเป็นรายบุคคล ซึ่งไม่เคยปรากฏแบบนี้ โดยนายวีระเชื่อว่าที่ยกเหมาเข่งแบบนี้ เพราะมีกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ตกเป็นผู้ถูกกล่าวถึง 20 คน หากส่งให้ศาลฎีกาคดีเลือกตั้ง และศาลอาญา แล้วพบว่า กรรมการบริหารพรรคเกือบ 20 คนมีความผิด จะนำไปสู่การยุบพรรค ที่เขาเชื่อว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่สุด จะทำให้เกิดขึ้นไม่ได้ ส่วน สว.ชุดปัจจุบันทั้ง 138 คน ที่จะถูกดำเนินคดีเลือกตั้งและอาญาด้วย จะต้องหลุดออกจากตำแหน่ง
นายวีระ ยังระบุถึงผู้ถูกร้องที่ 205 ที่นำโพยไปให้นาย ต ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหนึ่ง หารือว่าทำอย่างไรให้พรรคเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และทำอย่างไรให้การเลือกวุฒิสภา ในเดือนมิถุนายน 2567 จะได้ที่นั่งเกิน 120 คน จึงให้คนรุ่นใหม่ของพรรคไปศึกษาระเบียบกฎหมาย ใช้ระบบ Offline ในการดำเนินการ โดยพรรคจะต้องหาคนสมัครทุกอำเภอทุกกลุ่มอาชีพ พรรคมีค่าใช้จ่ายเป็นเงินสดตั้งแต่ระดับอำเภอ เพื่อดูว่า สส. แต่ละพื้นที่ของพรรค มีความกระตือรือร้นหรือไม่ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อเป็นระยะ ตามนายใหญ่ต้องการ ซึ่งคุณสมบัติต้องเป็นคนยืดหยุ่น คุยกันได้ ต้องไม่เป็นคนตรงฉิน หัวดื้อ หรือมีความเป็นตัวของตัวเอง แต่ง้อได้ เพราะพรรคอยากคุมองค์กรอิสระ
ส่วนขั้นตอนการเลือก มีการวางคนไว้ทุกกลุ่ม การันตีคะแนนไว้ที่ 60 คะแนน พรรคจะให้เงินสดเป็นค่าใช้จ่าย ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละจังหวัด และกลุ่มอาชีพ เช่นกลุ่ม 13 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงเพราะหาผู้สมัครยาก และให้จัดหาจังหวัดสำคัญก่อน เช่น พิจิตร บุรีรัมย์ อยุธยา สตูล โดยให้ไปรับเงินที่ทำการพรรคที่ กทม.
ขณะที่พยานรหัสที่ 16 ที่ถือว่าเป็นประจักษ์พยาน ที่มีการเข้าไปที่เขาไปพบแกนนำพรรคการเมืองหนึ่งด้วยตัวเขาเองนั้น พบว่าภายหลังมีการกลับคำให้การ
นายวีระ ยังระบุว่า จริงๆ ตนเองมีชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่ขอบอกเป็นรหัสก่อน หากวันที่ 14 ก.ย. นี้ กกต. ทั้ง 7 คน ไม่มีการลงมติคดีฮั้ว สว. ตนเองจะเปิดชื่อทั้งหมด โดยล่าสุดตนเองทราบข่าวมาว่าจะมีการเลื่อนพิจารณาออกไป เพราะอีกฝั่งอยากรอฟังท่าทีการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ หลังวันที่ 28 กันยายน 2569 ก่อน
“维拉·索姆夸姆基德”出示了与参议院串谋案相关的文档,并威胁说,如果选举委员会不在9月14日之前进行投票,他将公布涉案人员的姓名。他还透露,选举委员会可能会将案件听证会推迟到9月28日之后。
2026年9月6日晚8点,人民反腐败网络(PNAC)主席维拉·颂夸姆基德先生在其个人脸书账号上进行了直播。此前,他曾在脸书上发帖称,他将曝光有关参议院选举舞弊的信息。他上传了多张文件的照片,其中包括四份调查报告、秘书长意见报告以及第36次会议纪要。他表示,这些信息来自选举委员会(EC)内部一位热心人士,因为他曾是选举委员会高级政治与选举发展课程(APED)九年级的学生,因此认识许多选举委员会官员。例如,颂猜·斯里苏提亚功先生是他在素坤逸学校的同班同学,与武里南联足球俱乐部主席纽因·奇乔布先生和副总理颂萨·通西先生是同班同学。他强调,在收到相关信息后,他必须进行调查,诚实正直地开展工作,没有任何偏袒或帮助任何人的意图。
随后,维拉先生宣读了第36次会议纪要以及秘书长关于参议院选举舞弊的意见。选举委员会副秘书长克拉奇·查罗宁特先生是调查人员之一。他于2025年9月15日出具的结论建议选举委员会向最高法院提起诉讼,追究出现在选举名单上的136人的责任。此外,调查还发现,资金流向遍及全国17个府,牵涉到政客和泰自豪党。
根据已查明的证据,如果选举委员会认为证据充分,可将其转交负责此案的中央调查委员会第26号委员会。该委员会随后会将证据转交选举委员会秘书长,由其撰写意见摘要,再由秘书长提交选举委员会。
2025年7月17日,第26委员会完成了对参议院选举舞弊案的调查,建议选举委员会起诉229人:138名参议员、50名参议员及其关系网成员、21名国会议员和泰自豪党执行委员会成员,以及20名其他涉案团队成员。整个程序必须在60天内完成。
关于17个府的资金流向调查,发现现任参议员曾以不正当手段向其他候选人支付报酬,但选举委员会秘书长以证据不足为由驳回了相关投诉。特别是针对泰自豪党领导人和执行委员会成员的投诉均被驳回,因此该案被移交我进行调查。
克拉奇特先生认为,应该将此案提交最高法院,以撤销投票权和参选权,并提起刑事诉讼,但他建议免除证人受到起诉。
维拉先生表示,成立第36个委员会调查参议院选举案件并不罕见,尽管此前已成立第26个委员会进一步审查相关信息。然而,第36个委员会却一并驳回了全部229项投诉,而未逐一进行审查,这史无前例。维拉先生认为,这种一刀切的做法是因为泰自豪党执行委员会的20名成员牵涉其中。如果案件被提交至最高法院选举案件法庭和刑事法庭,并最终认定近20名执行委员会成员有罪,则可能导致该党解散。他认为这是最可怕的情况,也是他将确保发生的事情。至于目前面临选举和刑事指控的138名参议员,他们都必须辞职。
维拉先生还提到了第205号答辩人,据称他向另一政党的成员T先生提供了一份名单,讨论该党如何组建政府以及如何在2024年6月的参议院选举中赢得120多个席位。他解释说,该党将让年轻成员通过线下方式学习相关规章制度和法律。该党需要在每个选区和所有职业群体中寻找候选人,并由选区提供资金来评估当地议员的积极性。候选人名单可能会根据党领导层的意愿定期调整。该党领导层将灵活、善于沟通,而非僵化、固执或过于独立,而是灵活且易于妥协,因为该党希望控制独立组织。
关于遴选过程,候选人将被分配到各个组别,每个组别保证获得60张选票。党将提供现金经费,具体金额根据各省和各专业组别的能力而定。例如,第13组(科学技术组)的经费较高,因为该组别候选人较少。他们被要求优先考虑披集府、武里南府、大城府和沙敦府等重点省份,并将在曼谷的党总部领取经费。
而第 16 号证人,被认为是亲自去会见某政党领导人的目击证人,后来撤回了他的证词。
维拉先生还表示,他其实知道所有涉案人员的姓名,但目前只会以暗语透露。如果选举委员会的七名成员在9月14日不就参议院串谋案进行投票,他将公布所有人的姓名。他还补充说,他最近得知听证会可能会被推迟,因为对方希望等到2026年9月28日之后宪法法院做出裁决。