ใครได้ประโยชน์จากวิกฤตฝรั่งเศส ? มาครงเสียแต้ม-ขวาจัดลุ้นคว้าชัยเลือกตั้ง法国危机谁是受益者?马克龙的支持率下滑——极右翼势力希望赢得大选。
ม็อบค่าครองชีพฝรั่งเศสลามเป็นจลาจลรุนแรงทั่วประเทศ "มาครง" รับบกพร่องด้านการข่าวขณะที่สภาตกอยู่ในภาวะอัมพาต จับตา "มารีน เลอ เปน" พรรคขวาจัด และ "เมลองชง" ฝ่ายซ้าย ฉวยโอกาสทางการเมืองทำแต้มก่อนศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีในอีก 6 เดือนข้างหน้า

วันนี้ (19 ต.ค.2569) การประท้วงครั้งใหญ่ในหลายเมืองของฝรั่งเศสช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ความรุนแรงที่น่าจับตาที่สุดในรอบหลายปี หลังประชาชนออกมาแสดงความไม่พอใจต่อปัญหาค่าครองชีพและการบริหารประเทศ
ก่อนสถานการณ์จะบานปลายเป็นการทำลายทรัพย์สินและปล้นสะดมร้านค้า ประธานาธิบดีแอมานูแอล มาครง ประณามการใช้ความรุนแรง พร้อมประกาศนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษ และเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อรับมือสถานการณ์
มีผู้ประท้วงถูกจับกุม 2,400 คน เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1,000 นาย และธุรกิจห้างร้านได้รับความเสียหาย 1,500 แห่ง คิดเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านยูโร ขณะที่มาครงยอมรับว่ารัฐบาลเตรียมความพร้อมไม่เพียงพอและมีข้อบกพร่องด้านข่าวกรอง แต่ไม่ยอมรับการลาออกของรัฐมนตรีมหาดไทย ซึ่งแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุจลาจลที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงปัญหาการรักษาความสงบเรียบร้อย แต่สะท้อนความไม่พอใจที่สะสมมานาน ทั้งเรื่องการศึกษา ค่าครองชีพ และความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล โดยการเคลื่อนไหวเริ่มขึ้นตั้งแต่กลางเดือนก่อนจากข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปการศึกษา ก่อนขยายไปสู่ปัญหาปากท้องและราคาสินค้าที่สูงขึ้น
จุดที่น่าจับตาคือการขยายแนวร่วมของผู้ประท้วง เมื่อกลุ่มนักเรียนเริ่มจับมือกับกลุ่มแรงงานและกลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง หรือ Yellow Vest ซึ่งเคยออกมาประท้วงการขึ้นราคาพลังงานเมื่อปี 2561 เพื่อผลักดันข้อเรียกร้องในระดับประเทศร่วมกันเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา
การรวมตัวดังกล่าวทำให้การประท้วงมีความหมายมากกว่าการเรียกร้องเฉพาะเรื่องการศึกษา เพราะเริ่มเชื่อมโยงกับความไม่พอใจต่อปัญหาเศรษฐกิจและทิศทางการบริหารประเทศ
"รัฐบาลมาครง" ติดทางตันทางการเมือง
เบื้องหลังความไม่พอใจของประชาชนส่วนหนึ่งมาจากปัญหาความแตกแยกในระบบการเมืองฝรั่งเศส ซึ่งเห็นได้ชัดจากผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมื่อปี 2567 เมื่อแนวร่วมรัฐบาลของมาครงสูญเสียที่นั่งถึง 76 ที่นั่ง ขณะที่แนวร่วมฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาจัดต่างเพิ่มจำนวนที่นั่งได้ฝ่ายละมากกว่า 50 ที่นั่ง
แม้ทั้ง 3 ขั้วจะมีฐานสนับสนุนของตนเอง แต่ไม่มีฝ่ายใดครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 577 ที่นั่ง ส่งผลให้รัฐบาลของมาครงต้องบริหารประเทศภายใต้สถานะเสียงข้างน้อย ขณะที่ฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาจัดก็มีความขัดแย้งกัน ทำให้การผลักดันนโยบายและการแก้ปัญหาผ่านรัฐสภาเป็นไปได้ยาก
ใครได้ประโยชน์จากวิกฤตฝรั่งเศส ? มาครงเสียแต้ม-ขวาจัดลุ้นคว้าชัยเลือกตั้ง
สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อมาครง ซึ่งเคยได้รับความคาดหวังอย่างสูงเมื่อขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2560 ด้วยภาพลักษณ์ผู้นำรุ่นใหม่ แต่หลังบริหารประเทศมานานกว่า 9 ปี เขาต้องเผชิญการประท้วงใหญ่หลายระลอก ทั้งการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองในปี 2561 การประท้วงต่อต้านการปฏิรูประบบบำนาญในปี 2566 และการประท้วงของคนรุ่นใหม่ในครั้งนี้
นอกจากนี้ สงครามในตะวันออกกลางยังเป็นอีกปัจจัยที่ซ้ำเติมปัญหาค่าครองชีพ ขณะที่ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนก็สร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง มาครงเดินทางถึงคูเวต ซึ่งเป็นจุดหมายแรกของการเยือน 4 ประเทศริมอ่าวเปอร์เซียเป็นเวลา 3 วัน ในช่วงที่สถานการณ์ภายในประเทศกำลังเผชิญความตึงเครียด
เลอ เปน–เมลองชง เปิดเกมช่วงชิงคะแนนจากวิกฤต
เมื่อความไม่พอใจของประชาชนเพิ่มขึ้น คำถามสำคัญคือใครจะสามารถเปลี่ยนแรงกดดันบนท้องถนนให้กลายเป็นความได้เปรียบในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่คาดว่าจะมีขึ้นในอีกประมาณ 6 เดือน
มารีน เลอ เปน หัวหน้าพรรคขวาจัด แสดงจุดยืนต่อต้านความรุนแรง โดยกล่าวหาว่าผู้มีอำนาจทางการเมืองกำลังใช้ประโยชน์จากความโกรธแค้นของประชาชนที่เกิดจากปัญหาค่าครองชีพ ขณะที่อาชญากรฉวยโอกาสก่อความวุ่นวายในหลายเมือง
เลอ เปน ยังใช้เวทีดังกล่าวเรียกร้องให้ชาวฝรั่งเศสออกไปใช้สิทธิเลือกเส้นทางใหม่ให้ประเทศ โดยเสนอภาพของฝรั่งเศสที่มีความมั่นคง มีอำนาจในการรักษาความยุติธรรม เคารพอธิปไตยและประชาธิปไตย พร้อมนำเสนอการเปลี่ยนแปลงในฐานะความหวังของประเทศ
ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่า เลอ เปน มีคะแนนนิยมเหนือคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีคะแนนนำผู้สมัครที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของฝ่ายซ้ายจัดอย่าง ฌอง-ลุก เมลองชง และ อดีตนายกรัฐมนตรี เอดูอาร์ ฟีลิป ซึ่งเคยอยู่ในรัฐบาลมาครง ขณะที่ราฟาแอล กลุคสมันน์ ซึ่งนำเสนอตัวเองเป็นทางเลือกทางการเมืองอีกแนวทางหนึ่ง มีคะแนนนิยมอยู่ที่ประมาณร้อยละ 15
ระบบเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสกำหนดให้มีการเลือกตั้ง 2 รอบ หากผู้สมัครไม่มีใครได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งในรอบแรก ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุด 2 อันดับแรกจะเข้าสู่รอบตัดสิน จึงมีการคาดการณ์ว่าการแข่งขันอาจกลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่างผู้สมัครจากขั้วขวาจัดและซ้ายจัด ทั้งนี้ คะแนนนิยมในช่วงก่อนเลือกตั้งยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์และการตัดสินใจของประชาชน
ด้าน เมลองชง เคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มนักเรียนที่เรียกร้องการปฏิรูปการศึกษาหลายครั้งนับตั้งแต่การประท้วงเริ่มขึ้น พร้อมกล่าวหารัฐบาลมาครงว่าเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และล้มเหลวในการรักษาความสงบเรียบร้อย ขณะที่รัฐบาลกล่าวหาฝ่ายซ้ายจัดว่ามีส่วนโหมกระพือความรุนแรง
ส่วน เลอ เปน กล่าวหากลุ่มผู้สนับสนุน เมลองชง ว่าใช้ประโยชน์จากข้อเรียกร้องที่ชอบธรรมของประชาชน จนทำให้ประเทศตกอยู่ในความโกลาหล
ใครได้ประโยชน์ ใครต้องรับผลจากวิกฤต
หากพิจารณาในเชิงการเมือง มาครงเป็นฝ่ายที่เผชิญความเสี่ยงมากที่สุด เพราะต้องรับมือทั้งความรุนแรงบนท้องถนน ปัญหาค่าครองชีพ ความไม่พอใจของคนรุ่นใหม่ และข้อจำกัดจากการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เหตุการณ์ครั้งนี้จึงอาจยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในช่วงท้ายของวาระการดำรงตำแหน่ง
ส่วน เลอ เปน มีโอกาสใช้ความไม่พอใจดังกล่าวสนับสนุนข้อเสนอให้เปลี่ยนทิศทางประเทศ และสร้างภาพว่าฝ่ายการเมืองเดิมไม่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ขณะที่ เมลองชง ก็พยายามชี้ให้เห็นความล้มเหลวของรัฐบาลและขยายฐานสนับสนุนผ่านการเคลื่อนไหวร่วมกับประชาชน
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้ประโยชน์ทางการเมืองจากสถานการณ์ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์จากความเสียหายทั้งหมด เพราะภาคธุรกิจที่ถูกทำลายร้านค้า ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บล้วนต้องรับภาระจากเหตุการณ์โดยตรง
ขณะเดียวกัน ความรุนแรงอาจทำให้ข้อเรียกร้องเรื่องค่าครองชีพและการศึกษา ซึ่งเป็นต้นเหตุของการชุมนุม ถูกบดบังด้วยประเด็นความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมาย
การประท้วงครั้งนี้จึงอาจเป็นหนึ่งในบททดสอบสำคัญช่วงท้ายของมาครง ก่อนสิ้นสุดวาระในอีกประมาณ 6–7 เดือน และอาจมีอิทธิพลต่อทิศทางการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไป
แต่ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลสามารถฟื้นฟูความสงบและตอบสนองต่อปัญหาที่ประชาชนเผชิญได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงผู้สมัครแต่ละฝ่ายจะสามารถเปลี่ยนความไม่พอใจของสังคมให้เป็นความไว้วางใจทางการเมืองได้จริงหรือไม่
ขสมก. เตรียมเช่ารถเมล์ EV เพิ่ม 800 คัน ดึง "ข้อตกลงคุณธรรม" สกัดทุจริต
"ศิริโชค" ตั้งข้อสังเกต ก.ล.ต.เปิดช่องสินทรัพย์ดิจิทัลเว็บพนันเข้าไทย
สรุปดรามาจดเครื่องหมายการค้า "NENE ROYAL" จากวันแรกจนถึงวันถอนคำขอ
เลือกตั้งประธานาธิบดี
今天(2026 年 10 月 19 日),上周末法国多个城市爆发的大规模抗议活动已成为近年来最受关注的暴力事件之一,民众对生活成本和政府的行政管理表示不满。
在局势升级为财产破坏和抢劫之前,总统埃马纽埃尔·马克龙谴责了暴力行为,誓言将肇事者绳之以法,并召开紧急会议处理局势。
2400名抗议者被捕,1000名警察受伤,1500家商铺受损,造成数亿欧元的损失。马克龙承认政府准备不足,情报工作存在缺陷,但他拒绝接受内政部长的辞职,后者已就骚乱事件承担责任。
然而,这场危机不仅限于维护公共秩序,还反映了民众长期以来对教育、生活成本以及对政府信任的不满。这场运动始于上月中旬,最初要求进行教育改革,随后扩展到经济困境和物价上涨等问题。
值得关注的关键一点是,抗议者的联盟正在不断扩大,学生团体已开始与劳工团体和“黄背心”运动联合起来,共同推动10月17日全国性的诉求。“黄背心”运动曾在2018年抗议能源价格上涨。
这次集会使抗议活动不仅仅是要求接受教育,而是与对经济问题和国家治理方向的不满联系起来,从而变得更有意义。
马克龙政府陷入了政治僵局。
公众不满的部分原因是法国政治体制内部的分裂,这在 2024 年议会选举中显而易见,马克龙的执政联盟失去了 76 个席位,而左翼联盟和极右翼联盟都各自获得了 50 多个席位。
尽管这三大阵营各自拥有支持基础,但在拥有577个席位的国民议会中,没有一个阵营占据多数席位,导致马克龙政府只能以少数派政府的形式执政。与此同时,左翼和极右翼之间的冲突也使得政策难以在议会中得到有效推进,问题也难以解决。
法国危机谁是受益者?马克龙的支持率下滑——极右翼势力希望赢得大选。
这种情况进一步加大了马克龙的压力。马克龙在2017年就任总统时,以年轻领导人的形象备受瞩目。然而,执政九年多以来,他遭遇了数次大规模抗议活动,包括2018年的“黄背心”运动、2013年反对养老金改革的抗议活动,以及目前这场由年轻人发起的抗议活动。
此外,中东战乱加剧了生活成本高昂,而俄乌战争的影响也持续给该国带来经济压力。马克龙抵达科威特,这是他为期三天访问四个海湾国家的第一站,而此时科威特国内局势高度紧张。
勒庞和梅朗雄在比赛开始时都试图从危机中争取积分。
随着公众不满情绪的升级,关键问题在于谁能够将街头压力转化为大约六个月后即将举行的总统选举中的优势。
极右翼政党领导人玛丽娜·勒庞表达了她对暴力的反对,指责当权者利用民众对高昂生活成本的愤怒情绪,而犯罪分子则利用这种情况在多个城市制造动乱。
勒庞还利用这一平台呼吁法国人民行使选择国家新道路的权利,展现了一个稳定的法国形象,这个法国有能力维护正义,尊重主权和民主,并将变革作为国家的希望。
民调显示,勒庞的支持率显著高于其他竞争对手,包括领先的极左翼候选人让-吕克·梅朗雄和曾任马克龙政府总理的爱德华·菲利普。而自诩为另一位政治候选人的拉斐尔·格鲁克斯曼的支持率约为15%。
法国总统选举制度规定进行两轮投票。如果第一轮投票中没有候选人获得过半数选票,得票最高的两名候选人将进入第二轮。因此,预计此次选举很可能演变为极右翼和极左翼候选人之间的较量。然而,选前支持率仍会根据形势和公众的投票结果而波动。
自抗议活动开始以来,梅朗雄多次加入学生团体,要求进行教育改革,并指责马克龙政府应对破坏行为负责,且未能维持秩序。与此同时,政府则指责极左翼煽动暴力。
与此同时,勒庞指责梅朗雄的支持者利用人民的合法诉求,将国家带入混乱之中。
这场危机中谁受益,谁受损?
从政治角度来看,马克龙面临着最大的风险,他必须应对街头暴力、高昂的生活成本、青年不满情绪以及少数派政府的种种限制。此次事件可能会在政府任期的最后阶段进一步削弱公众对其的信任。
与此同时,勒庞有机会利用民众的不满情绪,支持国家变革的提议,并将旧政权描绘成无力解决民众问题。而梅朗雄则试图通过与民众合作开展运动,揭露政府的失败并扩大自己的支持基础。
然而,那些从这场事件中获利的人,未必能从所有损失中获益。受损的企业、受影响的民众和受伤的官员都直接承受着这场事件带来的负担。
与此同时,暴力事件可能会掩盖民众对生活成本上涨和教育的诉求,而这些诉求才是抗议活动的根源,以及安全和执法问题。
因此,这次抗议可能是马克龙在 6-7 个月任期结束前面临的最后关键考验之一,并可能影响下届总统选举的走向。
但最终结果将取决于政府能否恢复和平并应对人民面临的问题,以及每位候选人能否真正将社会不满转化为政治信任。
曼谷大众运输管理局 (BMTA) 正准备租赁 800 辆电动公交车,并将利用“诚信协议”打击腐败。
“Sirichok”指出,泰国证券交易委员会(SEC)正在为赌博网站的数字资产进入泰国敞开大门。
本文概述了“NENE ROYAL”商标注册事件从申请之初到撤回申请的整个过程。
总统选举