“สกลธี” จี้ สธ.-ตร. ลุยล้างขบวนการ “พ่อทิพย์” หวั่นต่างด้าวถือครองสิทธิ์ อาจเป็นนายกฯ-สส. ในอนาคต萨科尔蒂敦促公共卫生部和警方严厉打击“蒂普神父”网络,担心拥有政治权利的外国人将来有可能成为总理或议员。
“สกลธี” เผยสวมสิทธิ์เด็กต่างด้าวเป็นคนไทย พบต้องสงสัยกว่า 1 หมื่นราย จี้ สธ.- สตช. ลุยล้างขบวนการพ่อทิพย์ ย้ำอีก 6 ปี เด็กต้องสงสัยล็อตแรกจะครบ 20 ปี อนาคตไทยอาจมีนายกฯ-สส.ต่างด้าวสวมสิทธิ์

“สกลธี” เผยสวมสิทธิ์เด็กต่างด้าวเป็นคนไทย พบต้องสงสัยกว่า 1 หมื่นราย จี้ สธ.- สตช. ลุยล้างขบวนการพ่อทิพย์ ย้ำอีก 6 ปี เด็กต้องสงสัยล็อตแรกจะครบ 20 ปี อนาคตไทยอาจมีนายกฯ-สส.ต่างด้าวสวมสิทธิ์
นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม กมธ. กรณีพ่อทิพย์ ว่า วันนี้ได้เชิญ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม กทม. มาชี้แจงว่ามีการตรวจสอบย้อนหลัง 5 ปี พบประมาณ 500 กว่าราย ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย ซึ่งมาถึงวันนี้ตรวจย้อนไปตั้งแต่ 2560 - 2569 พบจำนวน 879 ราย ใน 29 เขต และสำรวจมาแล้วว่าเป็นเท็จ และเพิกถอนสูติบัตรแล้ว 27 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 810 ราย โดยก็มีการดำเนินการทั้งการตรวจดีเอ็นเอ และบางคนก็สารภาพเอง ขณะที่ข้าราชการมีอยู่ประมาณ 3 - 4 เขต ซึ่งเขตธนบุรี มีการให้ออกจากราชการก่อน และมีการสอบสวน ส่งคดีไปยังสน. ท้องที่
นายสกลธี กล่าววา ขณะที่กรมการปกครอง พบตัวเลขที่น่ากลัวกว่านั้น ซึ่งย้อนหลังไปถึงปี 2555 ถึง 2569 พบตัวเลขบุคคลที่น่าสงสัย มีความน่าจะเป็นว่ามีพ่อเป็นคนไทย และมีแม่เป็นคนต่างด้าว ซึ่งเป็นคนจีนประมาณ 10,000 กว่าราย ซึ่งได้ขอเอกสารไปแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบต่อ โดยน่ากลัวตรงที่ว่าปัจจุบันเป็นดุลพินิจเจ้าหน้าที่ในการให้พ่อ หรือแม่ตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งกรรมาธิการให้ข้อเสนอแนะไปว่าควรจะต้องออกระเบียบให้มีการตรวจให้ชัดเจน เพราะกระบวนการดังกล่าว หากพ่อแม่ไม่ยินยอมให้ตรวจ ก็จะแขวนเอาไว้ในทะเบียนราษฎร์เท่านั้น แต่ในธุรกรรมอื่น เด็กที่เกิดมา หากดูข้อมูลที่กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบตั้งแต่ 2555 และอีก 5 ถึง 6 ปี เด็กที่เกิดในช่วงนี้ ก็จะบรรลุนิติภาวะ สามารถถือครองทรัพย์สินได้ ในสภาพบังคับ หากพ่อแม่ไม่ยอมตรวจดีเอ็นเอ ก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องแขวนไว้เฉย ๆ แต่ธุรกรรมที่เด็กทำก็สามารถทำได้
นายสกลธี กล่าวอีกว่า ส่วนกระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้ที่ตรวจชัด มี 10 โรงพยาบาลเอกชน อย่างในโรงพยาบาลเขตธนบุรีพบถึง 164 ราย ที่ต้องสงสัย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และขอติงการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข เพราะ 10 โรงพยาบาลที่เข้าไปตรวจ เพราะตำรวจส่งเอกสาร และหลักฐานให้ไปตรวจ แต่อีกหลายโรงพยาบาล ยังไม่มีการตรวจสอบ ไม่ใช่การทำงานเชิงรุก แต่เป็นเชิงรับ จึงมีข้อเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่าให้สั่งการให้หน่วยงานต้องทำงานเชิงรุก เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ
“หากมองย้อนกลับไป มี 10,000 กว่าราย ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย ก็ไม่รู้ว่าในอนาคตด้านหน้า หรือย้อนหลังไปมากกว่านั้น เด็กที่สามารถบรรลุนิติภาวะ และสามารถทำธุรกรรม เราอาจจะมี สส. เป็นต่างด้าวที่เราไม่รู้ หรือเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคตก็ได้ เป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้น อยากให้กระทรวงสาธารณสุขทำงานเชิงรุกมากกว่านี้เพราะมีอำนาจในการเข้าไปตรวจตรวจสอบอยู่แล้ว” นายสกลธี กล่าว
นายสกลธี กล่าวว่า ส่วนตำรวจดำเนินการสืบสวนขยายผล ทางพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เป็นผู้ดูเรื่องนี้ แต่เบื้องต้นยังไม่สามารถขยายผลไปได้ เพราะขณะนี้เท่าที่ดูจับเฉพาะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเท่านั้น เช่น เงินยังไม่ถึงตัวการอื่น จึงอยากขอให้ละเอียดกว่านี้ และเชื่อว่าขบวนการนี้ต้องมีเอเจนต์ หรือชาวจีนที่เข้ามาดำเนินการอย่างแน่นอน และยังสาวไม่ถึงโรงพยาบาล เพราะเส้นเงินอยู่แค่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่เขต โดยต้องให้ตำรวจขยายผลต่อ และ กมธ. ขอข้อมูลเพิ่มเติม
นายสกลธี กล่าวอีกว่า บางโรงพยาบาลในช่วงไม่กี่ปี มีเหตุการณ์พ่อทิพย์ ที่เข้าข่ายต้องสงสัยเกือบ 200 กรณี ซึ่งผิดปกติ โดยทางกรมการปกครองได้ให้ข้อมูลมาว่าน่าตกใจว่าตัวเลขในวันนี้เป็นแค่พ่อทิพย์ชาวไทย และแม่ชาวจีนเท่านั้น แต่ยังมีข้อมูลว่ายังมีสัญชาติอื่นด้วย อาจเป็นอินเดีย หรือเมียนมา ซึ่งยังไม่ได้ตรวจสอบ จึงอยากให้มีคณะทำงานในการขยายผลที่ใหญ่กว่านี้ และขณะนี้เรายังตอบไม่ได้ว่าทำไปเพื่ออะไร ทำเพื่อถือครองสิทธิ์ หรือได้สิทธิ์คนไทยในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อ
เมื่อถามว่า ที่มีการพูดถึงว่าโรงพยาบาลรัฐเก็บข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนยังใช้การจดบันทึกอยู่นั้นถือเป็นช่องโหว่ในการทุจริตหรือไม่ นายสกลธี กล่าวว่า มีโอกาส เพราะโรงพยาบาลรัฐส่วนใหญ่ ระบบการแจ้งเกิด หรือฐานข้อมูล เป็นอิเล็กทรอนิกส์หมดแล้ว แต่ของโรงพยาบาลเอกชน ยังเป็นการเขียนด้วยลายมืออยู่ ซึ่งก็เป็นข้อเสนอแนะที่กรมการปกครอง เสนอให้กระทรวงสาธารณสุขทำระบบให้เหมือนโรงพยาบาลรัฐ อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้บอกว่าโรงพยาบาลรัฐไม่มีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น เพียงแต่ว่ายังไม่ได้ตรวจเท่านั้น
นายสกลธี กล่าวว่า หากตรวจทั้งหมด แทบจะมีเกือบทุกโรงพยาบาลก็ว่าได้ เพราะตอนนี้เป็นการทำงานเชิงรับของฝ่ายรัฐ และมั่นใจว่ามีมากกว่า 10 โรงพยาบาลแน่นอน ซึ่งเป็นปัญหาเรื่องความมั่นคงระดับชาติอย่างแท้จริง
萨科尔蒂透露,超过1万起疑似案件涉及以欺诈手段使用外国儿童身份获取泰国国籍。他敦促公共卫生部和泰国皇家警察严厉打击“儿童收养”团伙,并强调,六年后的20岁,第一批涉嫌儿童将年满20岁,这可能导致泰国出现由外国公民通过欺诈手段获得泰国国籍的总理和议员。
国会议员(名单制)兼民主党副党魁萨科尔提·帕提亚库尔先生,作为众议院公共卫生委员会主席,在委员会会议后就“蒂普神父”案接受了采访。他表示,委员会已邀请曼谷市政府、府级行政部门、泰国皇家警察、卫生服务支持部和公共卫生部参与调查。他提到,曼谷市政府于7月23日通报,一项历时五年的回顾性调查发现约有500人涉嫌参与此案。截至目前,这项从2016年至2017年的调查已在29个区查明了879名涉案人员。其中,27人被发现伪造出生证明,其余810人仍在接受调查。调查过程包括DNA检测,部分涉案人员已认罪。至于涉案的公务员,大约涉及3-4个区。在吞武里区,涉事人员已被解雇,调查正在进行中,案件已移交当地警察局。
萨科尔蒂先生指出,省行政部门发现了更为令人震惊的数据,这些数据涵盖了2012年至2026年,显示约有1万名可疑人员,他们很可能拥有泰国父亲和外国母亲(据推测是中国人)。相关部门已要求这些人提供文件,但尚未进行进一步核实。令人担忧的是,目前是否要求父母进行DNA检测完全由官员自行决定。委员会建议制定相关法规,明确DNA检测流程。目前,如果父母拒绝,孩子的个人信息将被暂时从民事登记处冻结。然而,根据内政部2012年及以后(未来5至6年)的数据,在此期间出生的儿童将达到法定年龄,并可以拥有财产。在这种情况下,如果父母拒绝进行DNA检测,则无法采取任何措施;个人信息仍将被冻结。然而,这些儿童仍然可以进行各种交易。
萨科尔蒂先生进一步指出,就公共卫生部而言,目前仅确认检查了10家私立医院。例如,吞武里县的医院发现了164例疑似病例,目前正在调查中。他批评了公共卫生部对此事的处理方式,指出这10家接受检查的医院只是警方提交文件和证据后要求检查的,而许多其他医院尚未接受检查。他认为这不是积极主动的做法,而是被动应对,因此敦促公共卫生部长指示相关机构采取更加积极主动的做法,因为这事关国家安全。
“回顾过去,疑似病例超过1万例。我们无法预知未来,甚至更久远的事情,但我们可能会遇到外国议员或未来的总理——这些孩子已经成年,具备了进行交易的能力。这并非不可能。我希望公共卫生部能够更加积极主动,因为他们已经拥有进行检查的权力,”萨科尔蒂先生说道。
萨科尔蒂先生表示,在泰国皇家警察副总监萨姆兰·努阿尔玛警上将的监督下,警方正在扩大调查范围。然而,由于目前只有医院工作人员被捕,调查一度无法进一步深入。这笔钱尚未落入其他涉案人员手中。他要求进行更详细的调查,并认为此次行动必然涉及代理人或中国公民。他指出,资金流向尚未触及医院,因为目前仅限于医院和地区官员。他强调需要进行更深入的警方调查,并要求委员会提供更多信息。
萨科尔蒂先生进一步指出,近年来,一些医院发现了近200例疑似代孕父亲的案例,这实属罕见。省行政部门提供了令人担忧的信息,指出目前的统计数据仅包括泰国籍代孕父亲和中国籍代孕母亲,但也有信息表明可能存在其他国籍的案例,例如印度或缅甸,这些案例尚未得到调查。因此,他希望成立一个更大的工作组来扩大调查范围。目前,尚无法确定这些行为背后的动机——是为了获取权利还是为了将来获得泰国公民身份——这个问题需要进一步关注。
当被问及公立医院采用电子数据收集而私立医院仍使用手工记录是否构成腐败漏洞时,萨科尔蒂先生表示有可能。他解释说,大多数公立医院都拥有电子出生登记系统或数据库,而私立医院仍然使用手写记录。他指出,这是省行政部门向公共卫生部提出的建议,即实施与公立医院类似的系统。但他澄清说,这并不意味着公立医院不会发生此类事件,只是尚未进行检查而已。
萨科尔蒂先生表示,如果对所有医院进行检测,几乎可以肯定受影响的医院都会被包括在内,因为政府目前正在应对这一情况。他确信涉及的医院超过10家,这确实是一个国家安全问题。