← 返回新闻首页
泰国权威

ซูเปอร์โพลเผย ปชช.พอใจ "ไทยช่วยไทยพลัส" 60% ลดค่าครองชีพ-หนุนเศรษฐกิจ

"ไทยช่วยไทยพลัส" เข้าสู่เดือนสุดท้าย ผลสำรวจซูเปอร์โพลชี้ ปชช.พึงพอใจ 60% ช่วยลดค่าครองชีพและหนุนร้านค้ารายย่อย ด้าน รบ.ประเดิมรายการใหม่ทาง NBT ประกาศปฏิรูประบบราชการมุ่งสู่ "รัฐขนาดเล็ก" ชูมาตรการเกษียณก่อนกำหนดจ่ายเงินก้อนสูงสุด 12 เท่า

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
超级民意调查显示,60% 的公众对“泰助泰加强版”感到满意,该政策降低了生活成本,促进了经济发展。

วันนี้ (7 ก.ย.2569) การใช้สิทธิในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เดินทางมาถึงช่วงเดือนสุดท้าย พบว่าประชาชนจำนวนมากที่เริ่มใช้สิทธิอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ได้ใช้สิทธิเต็มวงเงินเรียบร้อยแล้ว โดยในกลุ่มเฟซบุ๊ก "ไทยช่วยไทยพลัส 2569" ซึ่งมีสมาชิกกว่า 3.9 แสนคน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสอบถามถึงการใช้สิทธิอย่างคึกคัก ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ใช้สิทธิหมดแล้วและกลุ่มที่ยังคงเหลือวงเงินอยู่

ขณะเดียวกัน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 1,128 ตัวอย่าง พบว่า ประชาชนร้อยละ 63.8 มีความพึงพอใจต่อมาตรการ "ไทยช่วยไทย 60/40" ในระดับมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 24.7 พึงพอใจปานกลาง และร้อยละ 11.5 พึงพอใจน้อยถึงไม่พอใจเลย

นอกจากนี้ ในประเด็นการลดภาระค่าครองชีพ พบว่าร้อยละ 53.8 เห็นว่าช่วยได้มากถึงมากที่สุด และร้อยละ 62.7 มองว่าส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชนและร้านค้ารายย่อยในระดับมากถึงมากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการนี้สามารถตอบโจทย์การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซูเปอร์โพลเผย ปชช.พอใจ "ไทยช่วยไทยพลัส" 60% ลดค่าครองชีพ-หนุนเศรษฐกิจ

รัฐบาลเปิดตัวรายการใหม่ "คุยกับ ครม.อนุทิน"

ด้านการสื่อสารของภาครัฐ ล่าสุดได้เปิดตัวรายการโทรทัศน์ใหม่ "คุยกับ ครม.อนุทิน" ซึ่งออกอากาศทุกวันเสาร์ ทางสถานีโทรทัศน์ NBT โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี มาร่วมประเดิมตอนแรก พร้อมประกาศทิศทางสำคัญในการพัฒนาระบบราชการของไทย โดยเน้นย้ำว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องลดรายจ่ายประจำและปรับลดจำนวนบุคลากรภาครัฐ

เนื่องจากโครงสร้างงบประมาณของประเทศในปัจจุบันมีสัดส่วนรายจ่ายประจำสูงถึงร้อยละ 73 ในขณะที่มีงบลงทุนเพียงประมาณร้อยละ 20 เท่านั้น ซึ่งหากภาครัฐสามารถลดภาระรายจ่ายประจำลงได้ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบราชการ ก็จะช่วยขยายสัดส่วนงบประมาณการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศในด้านอื่น ๆ ได้อย่างยั่งยืน

สอดคล้องกับ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการขับเคลื่อนนโยบายปฏิรูประบบราชการภายใต้แนวคิด "รัฐขนาดเล็ก คล่องตัว โปร่งใส" โดยรัฐบาลได้เห็นชอบหลักการมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire) สำหรับข้าราชการ 2 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่

กลุ่มข้าราชการที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีอายุราชการตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป

กลุ่มข้าราชการที่มีอายุระหว่าง 40–49 ปี ซึ่งมีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

โดยมีการกำหนดอัตราเงินก้อนจ่ายชดเชยสูงสุดแก่ข้าราชการทั้ง 2 กลุ่มในอัตราเท่ากันคือ ไม่เกิน 12 เท่าของเงินเดือน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกำลังคนภาครัฐให้มีความกระชับและทันสมัยมากยิ่งขึ้น

เริ่มที่อีสานก่อน อุตุฯ เตือน ทั่วไทยรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก 8-13 ก.ย.นี้

สภาพอากาศวันนี้ เหนือ-อีสานฝนหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

อินเดีย "หอพักถล่ม" พบตายแล้ว 3 คน คาดมี นศ.อีกมากติดอยู่ภายใน

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻