ผ่าร่าง “บริหารโทษ” ผู้ต้องขัง“คดีร้ายแรง-คุกตลอดชีวิต-โทษประหาร”分析“重罪 - 终身监禁 - 死刑”囚犯的“刑期管理”系统。
ไม่ใช่การพ้นโทษของ “เล่าต๋า แสนลี่” อายุ 86 ปี ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่รับโทษจริงแค่ 8 ปี 3 เดือน ซึ่งถูกนำไปเปรียบเทียบกับคดีอดีตผู้ต้องหาคนอื่น ๆ จนทำให้เกิดวาทกรรม “รายใหญ่ติดน้อย รายย่อยติดนาน” หรือ ผู้ก่อคดีอุกฉกรรจ์ ที่ได้รับการปล่อยตัวเร็ว

ไม่ใช่การพ้นโทษของ “เล่าต๋า แสนลี่” อายุ 86 ปี ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่รับโทษจริงแค่ 8 ปี 3 เดือน ซึ่งถูกนำไปเปรียบเทียบกับคดีอดีตผู้ต้องหาคนอื่น ๆ จนทำให้เกิดวาทกรรม “รายใหญ่ติดน้อย รายย่อยติดนาน” หรือ ผู้ก่อคดีอุกฉกรรจ์ ที่ได้รับการปล่อยตัวเร็วกว่าคำพิพาก ษาของศาล เนื่องจากได้รับอภัยโทษ ลดวันต้องโทษ ขณะที่บางรายหวนกลับมาก่อเหตุซ้ำ เป็นภัยคุกคามสังคม ทำให้มีการตั้งคำถามต่อการบริ หารโทษของกรมราชทัณฑ์เท่านั้น แต่ยังสร้างความสั่นสะเทือนต่อกระบวนการยุติธรรมไทยด้วย
แม้ก่อนหน้านี้ ครม .จะมีมติเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 ก่อนที่ “เล่าต๋า”จะพ้นโทษ (14 ส.ค.2569) ให้กระทรวงยุติธรรมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง แต่งตั้งคณะทํางานเพื่อทบทวนมาตรการบังคับโทษทางอาญาภาย หลังศาลมีคําพิพากษา โดยเฉพาะการบังคับโทษใน “คดีอุกฉกรรจ์” และคดี “โทษประหารชีวิต” หรือ “จําคุกตลอดชีวิต” ให้มีการพิจารณาทบทวนระบบการจัดชั้นและเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด
โดยเฉพาะกลุ่ม “ประหารชีวิต” และ “จําคุกตลอดชีวิต” กลุ่มกําหนดโทษสูง ความผิดหลายกรรม และคดียาเสพติด ซึ่งปัจจุบันกรมราชทัณฑ์ได้มีจัดชั้นนักโทษเด็ดขาดแบ่งออกเป็น 6 ชั้น ประกอบด้วย ชั้นเยี่ยม ชั้นดีมาก ชั้นดี ชั้นกลาง ชั้นต้องปรับปรุง และชั้นต้องปรับปรุงมาก
ผ่าร่าง “บริหารโทษ” ผู้ต้องขัง“คดีร้ายแรง-คุกตลอดชีวิต-โทษประหาร”
ส่วนนักโทษเด็ดขาดในคดีที่เข้าเกณฑ์ตามประกาศกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับคดีอุกฉกรรจ์ คดีสะเทือนขวัญ หรือคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชน จะได้รับการจัดชั้น แรกเข้าเป็น ชั้นต้องปรับปรุงมาก ซึ่งพบว่า นักโทษเด็ดขาดซึ่งอยู่ในชั้นต้องปรับ ปรุงมากมีระดับโทษแตกต่างกัน ตั้งแต่โทษจําคุกมีกําหนดเวลาจําคุกตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป โทษจําคุกตลอดชีวิตจนถึงประหารชีวิต ขณะที่หลักเกณฑ์เดิมยังไม่ได้จําแนกกรอบระยะเวลาการเลื่อนชั้นให้สัมพันธ์กับระดับโทษอย่างชัดเจน
จึงมีการเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์ เพื่อจําแนกกรอบด้านระยะเวลาในการบริหารชั้นให้เหมาะสมกับระดับโทษมากขึ้น และยังคงหลักการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัย การประเมินนักโทษเด็ดขาดเป็นรายบุคคลไว้เช่นเดิม โดยมีการแก้ไขปรับร่างประ กาศกระทรวงยุติธรรม ผ่านร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ซึ่งมีหน้าที่แตกต่างกันแต่เชื่อมโยงกัน คือ ร่างประกาศกระทรวงยุติธรรม เรื่อง กําหนดความผิดในคดีอุกฉกรรจ์ คดีสะเทือนขวัญ หรือคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชน พ.ศ. .... มีหน้าที่สําคัญในการกําหนดว่า “กลุ่มคดีใดเข้าสู่หลักเกณฑ์” และได้รับการจัดชั้นแรกเข้าเป็น ชั้นต้องปรับปรุงมาก
และร่างกฎกระทรวงกําหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจําคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ.
สาระสําคัญ 4 ประเด็น ดังนี้
1.ปรับปรุงฐานความผิดเกี่ยวกับเพศให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายอาญา ที่ใช้บังคับในปัจจุบัน
2. ปรับฐานกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายยาเสพติด และปรับเกณฑ์ระดับโทษจากเดิมจําคุกตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป เป็นจําคุกตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป
3.เพิ่มกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ ประหารชีวิตหรือจําคุกตลอดชีวิต
4 .เพิ่มกรณีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุด ให้จําคุกตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป รวมกรณีกระทําความผิดหลายกรรมต่างกันซึ่งศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้รวมโทษทุกกระทง โดยมีกําหนดโทษจําคุกรวมทั้งสิ้นเป็นเวลาสูงสุดตาม มาตรา 91 (2) หรือ (3) แห่งประมวกฎหมายอาญา
ร่างกฎกระทรวงฯ เสนอปรับเงื่อนไขด้านระยะเวลาก่อนเข้าสู่การพิจารณาเลื่อนจาก ชั้นต้องปรับปรุงมาก โดยปรับหลัก เกณฑ์ทั่วไปจากเดิมต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจํามาแล้ว ไม่น้อยกว่า 3 ปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด หรือ ไม่น้อยกว่า 4 ปีของระยะเวลาถูกคุมขังตามเงื่อนไขที่กําหนด เป็นนักโทษเด็ดขาด ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจํามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด หรือไม่น้อยกว่า 6 ปีของระยะเวลาถูกคุมขังตามเงื่อนไขที่กําหนด และกําหนดกรอบระยะ เวลาเฉพาะสําหรับกลุ่มกําหนดโทษสูง กรอบดังกล่าวเป็นการจําแนกระยะเวลาตามระดับโทษ เพื่อให้ระบบการบริหารชั้นสะท้อนความแตกต่างของระดับโทษมากขึ้น
5.หลักสําคัญในการพิจารณาเลื่อนชั้นตามร่างกฎกระทรวงฯ มิได้หมายความว่าเมื่อครบระยะเวลาแล้วนักโทษเด็ดขาดจะได้รับการเลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติ แต่เป็นเพียงเงื่อนไขด้านเวลาเพื่อเข้าสู่การพิจารณาเลื่อนชั้น ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นตามที่กฎหมายกําหนด ทั้ง ความประพฤติ วินัย ผลการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัย และหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นการจําแนกระยะเวลาตามระดับโทษ เพื่อให้ระบบการบริหารชั้นสะท้อนความแตกต่างของระดับโทษมากขึ้น
ดร.นัทธี จิตสว่าง อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะที่ปรึกษาสถาบันกิจการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มี 2 เรื่องที่กรมราชทัณฑ์จะต้องพิจารณา คือ การปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลให้สัดส่วนกับโทษที่กำหนด กับการให้โอกาสในการปรับปรุงพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดกลับคืนสู่สังคม ซึ่งระยะเวลาไม่สำคัญเท่ากับว่า จะเอาใครไว้ในนั้นนาน ๆ หรือ ควรจะปล่อยใครมากกว่า ใครที่ควรปล่อยและใครที่ควรออกมาเร็ว ซึ่งถ้าให้แยกพฤติกรรมของคนที่อยู่ในนั้นจะแบ่งออกได้ 4 กลุ่ม
กลุ่มบัวพ้นน้ำ พวกนี้ทำผิดโดยพลั้งพลาด ทำผิดโดยไม่มีสันดานผู้ร้าย ซึ่งในต่างประเทศ จะกรองคนกลุ่มนี้ออกไปก่อน ไม่ต้องเข้าสู่ระบบราชทัณฑ์เลย ดังนั้นหากฝ่ายนิติบัญญัติร่างกฎหมายโดยให้อำนาจผู้พิพากษา มีโอกาสใช้ดุลยพินิจในการกำหนดโทษ หรือวิธีการลงโทษที่มากกว่าตามมาตรา 18 ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว โทษหลักคือ จำคุก เพราะผู้พิพากษาไม่สามารถใช้ดุลยพินิจนอกจากนี้ได้ แต่ในต่างประเทศจะมีโทษระยะกลาง โทษวิธีการอื่น ๆ หลากหลาย ซึ่งสามารถทำให้คนที่เข้ามาอยู่ในระบบราชทัณฑ์ไม่แออัด และบางคนที่ไม่จำเป็นที่จะเข้ามาได้เข้ามาตั้งแต่แรก
กลุ่มB เป็นผู้ต้องขังที่จะต้องแก้ไขอย่างเต็มที่ ขณะที่พวกกลุ่ม C และกลุ่ม D ซึ่งเข้ามาแล้วเป็นอันตรายต่อสังคม หรือพวกที่ชอบกระทำผิดซ้ำ กลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องมีคดีร้ายแรง พวกนักโทษประหารชีวิต หรือได้รับโทษตลอดชีวิต บางคนอาจอยู่ในประเภท บีหรือซี ก็ได้ ส่วนพวกโทษจำคุกระยะสั้น 1-3 ปี อาจเป็นพวกกลุ่มD หรือ C แก้ไขยาก และอาจออกไปทำความเดือดร้อนให้สังคม มีหลายกรณีที่คนที่ทำผิดในคดีเล็กน้อย แล้วออกมาทำความผิดในคดีร้ายแรง
ดร.นัทธี กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ทำความผิดในคดีโทษประหาร หรือโทษตลอดชีวิต ส่วนใหญ่บางครั้ง ออกมาแล้วไม่กระทำผิดซ้ำ เพราะว่าอยู่ในนั้น ๆ เข็ด และยังมีคนออกมาแล้วทำผิดซ้ำแต่น้อยมาก หากเปรียบเทียบกับคนที่ทำผิดในคดีเล็กน้อยแล้ว ออกมาทำผิดซ้ำเยอะ ทั้ง ๆที่ตัวเร่งสำคัญที่ทำให้แยกว่า คนไหนควรจะอยู่นานหรือปล่อยเร็วขึ้น จึงขึ้นอยู่กับฝ่ายนิติบัญญัติในการกำหนดรายละเอียดของพฤติกรรม เช่น หากทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 เช่นฆ่าคนตาย และมาตรา 289 ฆ่าโดยการวางแผนและเหี้ยมโหด ซึ่งประเด็นนี้มีพฤติกรรมแตกต่างกัน
ส่วนผู้ทำความผิดคดียาเสพติด ผู้ขนยาฯอาจจะโดนโทษตลอดชีวิต หรือ ตัวการใหญ่ ได้รับการลดโทษไป-มา ก็เหลือโทษตลอดชีวิต เมื่อเข้ามาอยู่ในระบบของราชทัณฑ์ จะถูกปรับลดโทษ ซึ่งทางราชทัณฑ์ไม่ได้ปรับลดโทษ แต่บางทีถูกจัดชั้นมาแล้วราชทัณฑ์ไม่ทราบ เพราะต้องดูจากตัวหมายเป็นหลัก
ราชทัณฑ์อาจไม่ทราบได้ว่า ผู้ต้องหาคนนี้จับยากหรือง่าย เพราะจะดูตามโทษเท่านั้น แต่ถ้าเป็นโทษที่มีความแตกต่างตามมาตรา เช่น 288 หรือ 286 ก็สามารถล็อกไว้ได้ตามท้ายพระราชกฤษฎีกา ทำให้คนเหล่านี้ต้องรับโทษนานขึ้น ที่ผ่านมาเราไม่ได้ดูจากพฤติกรรม แต่ดูจากหมายจับทุกครั้งที่รับเข้ามา ...ซึ่งในหลายประเทศจะดูพฤติกรรมแห่งคดีและความรุนแรงในการกำหนดโทษ แล้วลงในคำพิพากษาและหมายจับกุม เพื่อให้ราชทัณฑ์ใช้เป็นเกณฑ์ในการเดินตามคำพิพากษาของศาลชัดแทนที่จะไปตีความเอาเอง
ดร.นัทธี ให้ความเห็นว่า สำหรับผู้กระทำความผิดบางประเภท และไม่ได้มีสันดานเป็นผู้ร้าย เช่น ทะเลาะวิวาท หรือถูกหลอกให้ขนยา ตกเป็นเหยื่อของพวกโรแมนซ์สแกม แล้วถูกจำคุกระยะยาว พวกนี้จะอยู่แบบไม่มีความหวัง และกลุ่มผู้ ต้องขังที่พร้อมจะก่อความวุ่นวาย อยู่แบบไร้ความหวัง เดิมการควบคุมจะมี 3 วิธี คือ การลงโทษ การจูงใจ ล่อใจ เพื่อลดโทษ ในต่างประเทศไม่มีมาตรการจูงใจเพื่อลดโทษ แต่จะใช้เรื่องอาคารสถานที่ และเทคโนโลยี ในการควบคุม
สำหรับประเทศไทยยังใช้วิธีการแบบเดิมอยู่ การเอานักโทษร้ายแรงไว้ในเรือนจำนาน ๆ ไม่ได้ช่วยให้การกระทำความผิดซ้ำน้อยลง คนที่ทำผิดซ้ำ ส่วนใหญ่ไม่ใช้พวกที่ก่อคดีร้ายแรง แต่เป็นคดีระยะสั้น โทษเพียง 1-3 ปี ซึ่งของไทยต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ ส่วนการพักโทษ ไม่ใช่การลดโทษ แม้การพักโทษถือเป็นสิทธิประโยชน์อย่างหนึ่ง ในการทดลองให้ผู้ต้องขังอยู่ข้างนอก เมื่อครบกำหนดโทษตามคำพิพากษาก็ได้รับใบบริสุทธิ์ ในประเทศไทยนักโทษไม่ค่อยอยากได้การพักโทษ และจะรอการอภัยโทษเป็นหลัก
พ่อ "สส.ไอเดียร์" เผยลูกสาวกำลังใจดี ไม่เชื่อภูมิใจไทยตัดหาง
"ป๋อง-ธง" กลับคำรับสารภาพทุกข้อหา คดีฆาตกรรม 2 พี่น้องรัสเซีย
ครม.แต่งตั้งบิ๊ก ศธ. 3 คน "พิเชฐร์ วันทอง" นั่งเลขาธิการ ก.ค.ศ.
หมายเหตุ : เก็บตกข้อมูลจากการเสวนา “ทิศทางใหม่ การบริหารโทษ” ว่าด้วยผู้ต้องขังคดีร้ายแรง ผู้ต้องขังโทษจำคุกตลอดชีวิต และผู้ต้องขังโทษประหารชีวิต จัดโดยสถาบันกิจการยุติธรรม เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2569
มาตรการบังคับโทษทางอาญา
บริหารโทษกรมราชทัณฑ์
สถาบันกิจการยุติธรรมแห่งประเทศไทย
ร่างกฎกระทรวงกําหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด
าหนดความผิดในคดีอุกฉกรรจ์
86岁的老塔森利(Lao Ta Saenli)被判处终身监禁,但仅服刑8年零3个月便获释,就是一个典型的例子。这引发了人们将他与其他前罪犯进行比较,导致“大人物刑期短,小罪犯刑期长”的说法甚嚣尘上,或者说,重罪犯因赦免或减刑而提前获释,而有些人却再次犯罪,对社会构成威胁。这不仅引发了人们对泰国惩教署量刑制度的质疑,也动摇了泰国司法体系的根基。
尽管内阁此前已于2026年8月5日(即“老大”出狱前,2026年8月14日)决议,指示司法部及相关部门成立工作组,审查法院判决后刑事处罚的执行措施,特别是“重罪”和“死刑”或“无期徒刑”的判决执行情况,并审查罪犯分类和晋升制度。
具体而言,面临“死刑”和“终身监禁”的群体包括那些刑罚严重、犯有多项罪行以及涉及毒品犯罪的人员。目前,惩教部门将已定罪的囚犯分为六个等级:优秀、良好、一般、中等、需要改进和需要显著改进。
分析“重罪 - 终身监禁 - 死刑”囚犯的“刑期管理”系统。
根据司法部公告中关于罪行极其严重、令人震惊或涉及公众利益的案件的标准,已定罪的囚犯首先被归类为需要大幅改进的囚犯。据观察,此类囚犯的刑期各不相同,从20年以上有期徒刑、终身监禁到死刑不等。此前的标准并未根据刑期的严重程度明确区分晋升到下一囚犯类别所需的时间。
因此,有人提议修订相关标准,以便根据刑罚等级更好地划分囚犯分类的时间范围,同时坚持行为改造和对已定罪囚犯进行个别评估的原则。这涉及通过两项功能不同但又相互关联的法律草案来修订司法部的规章草案:司法部关于定义重罪、骇人听闻案件或公共利益案件的规章草案(B.E. ...)的关键功能在于确定“哪些案件符合标准”,并将其初步归类为“需要显著改进的案件”。
部长级条例草案规定了对已定罪囚犯的福利,以及已定罪囚犯在获得减刑或缓刑后获释时必须遵守的条件(编号…)B.E.
四个要点如下:
1. 修改性犯罪的定义,使其与现行刑法典保持一致。
2. 修改与毒品相关的法律,使其与《麻醉品法》保持一致,并将处罚标准从 30 年或以上监禁调整为 20 年或以上监禁。
3. 加上法院已作出最终判决,判处死刑或终身监禁的案件。
4. 加上《刑法》规定的犯罪案件,其中法院已作出终审判决,判处 20 年或以上有期徒刑,包括多项不同犯罪案件,其中法院已作出终审判决,将所有犯罪的刑罚合并执行,总刑期为《刑法》第 91 条第(2)款或第(3)款规定的最高刑期。
该部级条例草案提议调整晋升至“亟需改进”等级所需的服刑时间。此前的要求是,罪犯必须自最终判决之日起服刑至少3年,或至少服满规定的刑期4年。修订后的总体标准将要求罪犯自最终判决之日起服刑至少5年,或至少服满规定的刑期6年。此外,还将为重刑群体设定具体的服刑时间框架。该框架旨在根据刑罚的严重程度对服刑时间进行分类,从而提高分类系统反映不同刑罚等级差异的能力。
5. 根据部级条例草案考虑晋升的关键原则并非意味着服刑人员服刑期满后即可自动晋升,而仅仅是考虑晋升的一项时间条件。其他法律规定的因素,包括行为、纪律、行为改造效果以及其他相关标准,也必须予以考虑。这种刑期划分旨在更好地反映分级制度内不同刑期等级之间的差异。
泰国惩教署前署长、泰国司法事务研究所顾问纳提·吉萨旺博士指出,惩教署必须考虑两个问题:一是确保刑罚与法院判决相符,二是为罪犯提供行为矫正和重返社会的机会。他强调,监禁期限远不如决定哪些人应该延长刑期、哪些人应该提前释放重要。他还解释说,服刑人员的行为可以分为四类。
“水面莲花”群体指的是那些无意犯罪、不具备犯罪意图的人。在其他国家,这些人通常会被筛选出来,完全绕过惩教系统。因此,如果立法机关起草法律,赋予法官在决定刑罚或处罚方式方面更大的自由裁量权,使其不受《刑法》第18条规定的限制(该条规定主要导致监禁,因为法官缺乏施加其他刑罚的自由裁量权),则可以防止惩教系统过度拥挤,并允许那些本不应被监禁的人从一开始就进入监狱。
B组包括需要彻底改造的囚犯,而C组和D组(对社会构成危险或屡犯者)则不一定犯有重罪。一些死刑犯或终身监禁犯可能属于B组或C组。刑期为1至3年的短期服刑人员也可能属于D组或C组,这使得改造更加困难,并可能对社会造成进一步的危害。许多犯有轻罪的人在获释后又犯下更严重的罪行。
纳西博士指出,对于那些犯下可判处死刑或终身监禁罪行的人来说,大多数人在获释后不会再犯,因为狱中服刑的经历起到了威慑作用。虽然也有一些人会再次犯罪,但与那些犯下轻罪的人相比,人数非常少,后者再犯的速度要快得多。决定某人应服刑多久的关键因素在于立法机关对具体行为标准的定义。例如,《刑法》第288条规定的谋杀罪和第289条规定的预谋且残忍的谋杀罪,在量刑范围上就有所不同。
至于毒品犯罪者,毒品运输者可能被判处终身监禁,而重罪犯的刑期可能通过各种程序减免,最终仍可能被判处终身监禁。一旦他们进入矫正系统,刑期可能会进一步缩短。矫正系统本身并不负责减刑;有时,罪犯会被以某种系统无法察觉的方式分类,因为刑期主要取决于具体罪行。
惩教系统可能并不了解嫌疑人是容易抓捕还是难以抓捕,因为它只关注刑罚。然而,如果刑罚因法律条文(例如第288条或第286条)的不同而有所差异,则可依据相关的皇家法令予以强化,导致这些人服刑更长时间。过去,我们每次收到起诉书时,只关注逮捕令,而不考虑嫌疑人的行为……在许多国家,确定刑罚时会考虑案件的具体情况和犯罪的严重程度,并将这些信息记录在判决书和逮捕令中。这为惩教系统提供了明确的指导方针,使其能够遵循法院的判决,而不是随意解释。
纳西博士指出,对于某些并非天生犯罪的罪犯,例如参与斗殴、被骗贩毒、遭遇爱情骗局并被判处长期监禁的人,他们看不到任何希望。对于那些容易引发骚乱的囚犯来说,情况也是如此。过去,监狱管理有三种方法:惩罚、激励和劝诱他人减刑。而其他国家则没有减刑激励措施,而是利用监狱设施和技术进行管理。
在泰国,将重罪犯长期监禁的传统监禁方式并未降低累犯率。大多数累犯并非犯下重罪之人,而是刑期仅为1至3年的罪犯,这在泰国远低于其他国家。此外,假释并不等同于减刑,尽管假释被视为一种福利,允许囚犯暂时在监狱系统外服刑,并在刑满释放后获得无罪证明。在泰国,囚犯通常不愿接受假释,他们主要等待的是皇家赦免。
MP“Idea”的父亲透露,他的女儿精神状态良好,并不相信Bhumjaithai已经与她断绝关系。
“Pong-Thong”撤回了他之前的供述,并对两名俄罗斯兄妹谋杀案的所有指控认罪。
内阁任命了三位高级官员到教育部任职,其中皮切特·瓦纳通担任公务员委员会秘书长。
注:此信息汇编自司法事务研究所于 2026 年 10 月 19 日举办的“量刑新方向”研讨会,该研讨会涉及被判犯有严重罪行的囚犯、被判处终身监禁的囚犯和被判处死刑的囚犯。
刑事执法措施
惩教署行政部门
泰国司法事务研究所
制定关于对已定罪囚犯的福利的部级规章草案。
界定严重犯罪的罪行。