ปลัดพณ. ไม่ประมาทค่าครองชีพ เร่งคุมราคาสินค้า-ชะลอขึ้นราคา商务部常务秘书对生活成本问题高度重视,正在加快控制大宗商品价格、减缓价格上涨的步伐。
พาณิชย์เกาะติดแรงกดดันเศรษฐกิจโลก หวั่นต้นทุนพลังงานกระทบราคาสินค้า เดินหน้ามาตรการเชิงรุก พร้อมขยายจุดขายธงฟ้า 3,036 แห่งทั่วประเทศ คาดช่วยลดค่าครองชีพ 200 ล้านบาท

วันนี้ ( 21 ต.ค.2569) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การชุมนุมประท้วงในหลายประเทศของยุโรป สะท้อนแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมจากหลายปัจจัย ทั้งค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น รายได้ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนความกังวลต่อคุณภาพบริการสาธารณะและนโยบายภาครัฐ ขณะที่ประเทศไทยแม้เผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งเช่นเดียวกัน แต่มีบริบททางเศรษฐกิจและสังคมแตกต่างจากยุโรป โดยภาพรวมแรงกดดันด้านราคาสินค้าและบริการยังไม่กระจายตัวเป็นวงกว้าง
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ไม่ประมาทต่อความเสี่ยง โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการจำเป็นในชีวิตประจำวัน ตลอดจนกระทบกำลังซื้อของประชาชนในระยะต่อไป จึงให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประเมินแนวโน้มล่วงหน้า และเตรียมมาตรการรับมืออย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนำไปสู่การปรับขึ้นราคาสินค้าเป็นวงกว้าง
นายพูนพงษ์กล่าวว่า บทเรียนจากประเทศในยุโรปชี้ให้เห็นว่า ปัญหาค่าครองชีพไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขเงินเฟ้อ แต่เป็นผลจากแรงกดดันหลายด้านที่สะสมและซ้อนทับกัน ทั้งภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ และความเหลื่อมล้ำ จนสามารถขยายตัวเป็นแรงกดดันต่อเสถียรภาพทางสังคมได้ ขณะที่ประเทศไทยยังมีกลไกและมาตรการภาครัฐในการดูแลค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง แต่จำเป็นต้องทำงานเชิงรุกและกำหนดมาตรการให้ตรงจุด เพื่อรักษากำลังซื้อของประชาชนในระยะยาว
ปลัดพณ. ไม่ประมาทค่าครองชีพ เร่งคุมราคาสินค้า-ชะลอขึ้นราคา
สิ่งที่อยากเห็นคือการกระจายรายได้ที่เพิ่มขึ้นของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจังให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน วางแนวทางรับมือค่าครองชีพทั้งระยะเร่งด่วนและระยะต่อเนื่อง ครอบคลุม 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ คุมราคาสินค้าเชิงรุกตลอดห่วงโซ่ ติดตามโครงสร้างต้นทุนและราคาสินค้าจำเป็นตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมหารือผู้ผลิตรายใหญ่และห้างค้าปลีกค้าส่ง ขอความร่วมมือชะลอการปรับขึ้นราคา โดยเฉพาะสินค้าที่ยังมีต้นทุนเดิม ควบคู่กับการดูแลปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด พร้อมมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ประสานหน่วยงานในพื้นที่ลงตรวจสอบราคาสินค้า ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา
การเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ ผ่านโครงการ ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ จัดจำหน่ายสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดรวม 3,036 จุดทั่วประเทศ ในช่วงนำร่อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570 คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ประมาณ 200 ล้านบาท รวมถึงผนึกกำลังภาคเอกชนลดภาระประชาชน ร่วมมือกับผู้ประกอบการ 27 ราย ลดราคาสินค้าและบริการกว่า 4,223 รายการ สูงสุด 78% ผ่านกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพสู้วิกฤตน้ำท่วม” เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ให้สามารถฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและกลับมาดำเนินชีวิตได้โดยเร็ว
ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวเพิ่มเติมว่า หากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์พร้อมเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง วิเคราะห์ผลกระทบต่อสินค้าแต่ละประเภท และประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการเพื่อบริหารจัดการต้นทุนและชะลอการส่งผ่านภาระไปยังผู้บริโภค ควบคู่กับการใช้กลไกกำกับดูแลราคาสินค้าตามกฎหมาย และขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง
การดำเนินมาตรการจะคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการดูแลค่าครองชีพของประชาชนกับความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าและกำลังซื้อในระยะยาว พร้อมดูแลให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม และผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์ยืนยันเดินหน้าดูแลปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยไม่รอให้ปัญหาค่าครองชีพขยายตัวเป็นวงกว้าง แต่จะใช้ทุกกลไกที่มีในการติดตาม ป้องกัน และบรรเทาผลกระทบอย่างทันท่วงที เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่เหมาะสม ลดภาระค่าครองชีพ และสร้างความสมดุลทางการค้าให้เกิดความยั่งยืน
ใครได้ประโยชน์จากวิกฤตฝรั่งเศส ? มาครงเสียแต้ม-ขวาจัดลุ้นคว้าชัยเลือกตั้ง
ฝรั่งเศสประท้วงเดือดทั่วประเทศปมค่าครองชีพพุ่งสูง
ปักหมุดธงฟ้า 3,036 จุด ลดสูงสุด 78% สู้วิกฤตน้ำท่วม ลดค่าครองชีพ
今天(2026年10月21日),泰国商务部常务秘书潘蓬·奈亚纳帕功先生透露,欧洲多国的抗议活动反映了来自生活成本上涨、收入与支出不匹配、不平等以及对公共服务质量和政府政策的担忧等多方面因素带来的经济和社会压力。虽然泰国也面临着能源价格和运输成本方面的类似压力,但其经济和社会环境与欧洲有所不同。总体而言,商品和服务的价格压力尚未在泰国广泛蔓延。
商业部常务秘书 Poonpong Naiyanapakorn 先生。
然而,商务部并未轻视这些风险,特别是高企的能源和运输成本,这些成本可能会转嫁到必需品和服务的价格上,并最终从长远来看影响民众的购买力。因此,商务部优先密切监测形势,提前评估趋势,并制定系统性的应对措施,以防止成本上升导致物价普遍上涨。
潘蓬先生指出,欧洲国家的经验表明,生活成本不仅仅取决于通货膨胀率,而是多种因素叠加交织的结果,包括支出增加、收入增长跟不上生活成本上涨以及不平等现象,这些因素都可能加剧社会稳定面临的压力。尽管泰国政府目前已有一些机制和措施来应对生活成本,但仍需积极主动地采取有针对性的措施,以长期维持民众的购买力。
商务部常务秘书对生活成本问题高度重视,正在加快控制大宗商品价格、减缓价格上涨的步伐。
我希望看到的是收入分配更加惠及所有阶层的人群。所有相关机构都有责任尽快落实这项措施,以取得切实成效。
商务部通过国内贸易司制定了一项应对生活成本上涨的短期和长期计划,其中包括三项关键措施:积极控制整个供应链的价格;监控从源头到消费者的必需品成本结构和价格;与主要生产商和零售商进行磋商,请求他们配合推迟价格上涨,特别是那些生产成本已经存在的商品。与此同时,商务部还确保充足的供应以满足市场需求。此外,商务部已责成全国76个省的省级商务办公室与地方机构协调,检查价格,防止囤积居奇和哄抬物价。
通过“泰援泰,蓝旗”项目,泰国政府将扩大全国范围内平价商品的配送渠道。该项目将于2026年10月16日至2027年1月期间在全国3036个地点开展为期90天的试点,以优惠价格提供生活必需品,预计将为民众节省约2亿泰铢。此外,政府还与私营部门合作,通过“泰援泰,降低生活成本,抗击洪灾”活动,与27家企业合作,降低4223种商品的价格,折扣高达78%,以减轻民众负担。此举旨在帮助洪灾灾民尽快重建家园,恢复正常生活。
商务部常务秘书补充说,如果能源价格持续高企,商务部准备加强对生产和运输成本的监控,分析其对各类产品的影响,并与企业协调控制成本,延缓将负担转嫁给消费者。同时,商务部还将利用法律价格控制机制,并扩大平价商品的销售渠道,以确保民众能够广泛获得这些商品。
为长期维持物价稳定和购买力,已实施的各项措施将在控制民众生活成本和保障企业生存能力之间取得平衡。商务部还将确保农民能够以公平的价格出售农产品,并确保企业能够持续经营。商务部重申,将竭尽全力解决民众的经济困境,不会坐等生活成本问题恶化。相反,商务部将利用一切可用机制,及时监测、预防和缓解问题的影响,确保民众能够以合理的价格获得必需品,减轻生活成本负担,并实现可持续的贸易平衡。
法国危机谁是受益者?马克龙的支持率下滑——极右翼势力希望赢得大选。
法国各地爆发抗议活动,抗议生活成本飙升。
3,036 个蓝旗认证地点提供高达 78% 的折扣,以帮助应对洪水危机并降低生活成本。