จีนโชว์ศักยภาพสนามทดสอบรถยนต์ไฟฟ้า หนุนความเป็นฐานการผลิตครบวงจร中国展示了其电动汽车测试设施的实力,巩固了其作为综合性制造基地的地位。
ไทยพีบีเอส พาชมสนามทดสอบยานยนต์ในมณฑลไห่หนาน ทางตอนใต้ของจีน ที่ทำหน้าที่ทดสอบสมรรถนะรถ ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ก่อนออกสู่ตลาดจริง เพราะการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ยังวัดกันที่ความสามารถในการพัฒนาและทดสอบรถให้พร้อมใช้งานจริงด้วย

ไทยพีบีเอส พาไปดูสนามทดสอบยานยนต์ไห่หนาน (Hainan Automobile Proving Ground) ในมณฑลไห่หนาน ทางตอนใต้ของจีน รถยนต์ถูกนำมาวิ่งผ่านถนนขรุขระ พื้นผิวก้อนหิน ถนนโคลน ถนนคลื่น และ พื้นที่จำลองการขับผ่านน้ำ รวมถึงทดสอบการเข้าโค้งและการขับขี่ด้วยความเร็วสูง เพื่อทดสอบความทนทานของโครงสร้าง ช่วงล่าง และ ชิ้นส่วนต่างๆ ประเมินสมรรถนะและการทรงตัว ค้นหาข้อจำกัดของรถก่อนออกสู่ตลาด
เพราะการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้วัดกันเพียงว่ารถผลิตได้มากแค่ไหนหรือมีราคาถูกเพียงใด แต่ยังรวมถึงความสามารถในการพัฒนาและทดสอบรถให้พร้อมสำหรับการใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
จีนโชว์ศักยภาพสนามทดสอบรถยนต์ไฟฟ้า หนุนความเป็นฐานการผลิตครบวงจร
หนึ่งในจุดเด่นของสนามทดสอบไห่หนาน คือการใช้ประโยชน์จากสภาพอากาศของพื้นที่ ซึ่งมีอุณหภูมิสูง ความชื้น และ ฝนตกชุก สภาพแวดล้อมเช่นนี้เอื้อต่อการทดสอบผลกระทบของความร้อนและความชื้นต่อวัสดุ ระบบต่าง ๆ และชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงความเสี่ยงจากการกัดกร่อน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งรถยนต์ต้องใช้งานท่ามกลางอากาศร้อน ฝนตกหนัก และความชื้นสูง การทดสอบในสภาพแวดล้อมลักษณะนี้จึงช่วยให้ผู้ผลิตประเมินได้ว่ารถมีข้อจำกัดอะไร และควรปรับปรุงส่วนใดก่อนนำไปจำหน่ายในตลาดที่มีสภาพภูมิอากาศใกล้เคียงกัน
ภายในสนามมีพื้นที่ทดสอบหลายรูปแบบ เช่น
ถนนทดสอบความทนทาน (Strengthened Durability Road) มีความยาวประมาณ 9 กิโลเมตร ประกอบด้วยพื้นผิวจำลอง 14 รูปแบบ รวม 27 สภาพผิวถนน เพื่อทดสอบความทนทานของโครงสร้าง ช่วงล่าง และชิ้นส่วนที่ต้องรับแรงสั่นสะเทือนจากการขับขี่
สนามทดสอบความเร็วสูง (High-Speed Circuit Track) มีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร ทางตรงยาวที่สุดประมาณ 2.2 กิโลเมตร และมีความเร็วออกแบบสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมทางโค้งยกเอียง สูงสุดประมาณ 52 องศา สำหรับทดสอบการทรงตัวและการควบคุมรถในความเร็วสูง
พื้นที่ทดสอบถนนก้อนหิน ถนนโคลน ถนนคลื่น และพื้นที่จำลองการขับผ่านน้ำ เพื่อประเมินการทำงานของรถภายใต้สภาพพื้นผิวที่แตกต่างกัน รวมถึงการตรวจสอบความทนทานต่อความชื้นและการกัดกร่อน
สนามแห่งนี้ให้บริการทดสอบแก่แบรนด์รถยนต์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เช่น Tesla, Xiaomi, รวมถึงแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนรายใหญ่หลากหลายค่าย ในแต่ละปีมีรถยนต์เข้ามาทดสอบที่สนามแห่งนี้ประมาณ 10,000 คัน
เมื่ออุตสาหกรรมเปลี่ยนจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขอบเขตของการทดสอบก็ขยายตามไปด้วย เพราะรถยนต์สมัยใหม่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของแบตเตอรี่ ระบบจัดการแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบควบคุมกำลังไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และซอฟต์แวร์
การทดสอบจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความแข็งแรงของโครงสร้างหรือสมรรถนะการขับขี่ แต่ยังต้องประเมินว่าระบบต่างๆ ทำงานได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดหรือไม่ เช่น ความสามารถในการจัดการความร้อนของแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อน ตลอดจนความทนทานของชิ้นส่วนเมื่อใช้งานต่อเนื่องในสภาพอากาศร้อน
ขณะเดียวกัน การทดสอบการขับผ่านน้ำหรือสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินตามข้อกำหนดของรถแต่ละรุ่น โดยเฉพาะรถที่ต้องใช้งานในพื้นที่ฝนตกชุก
ขณะที่รถยนต์รุ่นใหม่มีระบบช่วยขับขี่และฟังก์ชันอัจฉริยะเพิ่มขึ้น เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ และ ระบบตรวจจับวัตถุ การทดสอบจึงต้องครอบคลุมทั้งการทำงานของอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ รวมถึงการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่แตกต่างกัน
ภายในสนามยังมีพื้นที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับทดสอบรถยนต์ไร้คนขับ และมีการทดสอบระบบการระบุเส้นทางและป้ายจราจรประเภทต่างๆ เพื่อให้รถอัจฉริยะสามารถอ่านและแยกแยะสัญลักษณ์ได้อย่างแม่นยำ
การแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้จบลงที่ความสามารถในการผลิตรถยนต์จำนวนมากหรือการลดต้นทุนต่อคัน แต่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการพัฒนา ทดสอบที่เหมาะกับตลาดที่แตกต่างกัน
ไม่เพียงแต่พื้นที่ของสนามไห่หนานเพียงแห่งเดียว แต่ยังเครือข่ายสนามทดสอบครอบคลุมหลายภูมิภาคของจีน ซึ่งมีสภาพอากาศและลักษณะการทดสอบต่างกัน
เช่น ฉางชุน และฮูหลุนเป้ยเอ่อร์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ เหมาะกับการทดสอบรถในสภาพอากาศหนาว ขณะที่สนามในพื้นที่อื่นๆ เช่น เหยียนเฉิง และหนิงโป เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบยานยนต์ เพื่อให้ผู้ผลิตประเมินรถภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกัน ทั้งอุณหภูมิ ความชื้น ลักษณะถนน ก่อนนำผลที่ได้ไปปรับปรุงรถให้เหมาะกับตลาดเป้าหมาย
สำหรับไทย ความท้าทายจึงไม่ใช่เพียงการดึงดูดค่ายรถยนต์ให้เข้ามาตั้งโรงงาน แต่คือการต่อยอดการลงทุนให้เชื่อมโยงกับวิศวกรไทย ผู้ผลิตชิ้นส่วน สถาบันวิจัย และผู้ให้บริการทดสอบในประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ให้มากกว่าการเป็นฐานการผลิต และก้าวไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทดสอบ และพัฒนารถยนต์สำหรับตลาดภูมิภาคในอนาคต
"พิพัฒน์" เดินหน้าเปลี่ยนรถเมล์เป็น EV 2,320 คัน ลดต้นทุน ขสมก.
เร่งผลักดันค่าโดยสารตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาทต่อเที่ยว ตั้งเป้าเริ่ม 1 ม.ค.2570
"นายกฯ" หารือ "อดีตนายกฯ ญี่ปุ่น" ชวนญี่ปุ่นดึงไทยเข้าห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ EV ญี่ปุ่น
จีนนำร่องโลก! สั่งบริษัทผลิตรถ EV ห้ามใช้ที่จับประตูแบบซ่อน
สนามทดสอบรถยนต์ไฟฟ้า
泰国公共电视台(Thai PBS)带您来到位于中国南部海南省的海南汽车试验场。车辆将在崎岖道路、碎石路面、泥泞道路、波浪路以及模拟水域等各种路况下进行测试。此外,还会进行弯道和高速行驶测试,以评估车辆结构、悬架和各种部件的耐久性,评价其性能和稳定性,并在车辆上市前找出其局限性。
因为汽车行业的竞争不仅仅取决于汽车的产量或价格,还取决于开发和测试车辆的能力,使其能够在各种环境下进行实际应用。
中国展示了其电动汽车测试设施的实力,巩固了其作为综合性制造基地的地位。
海南试验设施的一大亮点在于其能够充分利用当地高温、高湿、多雨的气候条件。这种环境非常适合测试高温高湿对材料、系统和汽车零部件的影响,以及腐蚀风险。
特别是东南亚市场,包括泰国,这些地区的车辆在炎热、暴雨和高湿度的天气下运行,这使得制造商能够在将车辆推向气候相似的市场之前,评估车辆的局限性并确定需要改进的地方。
该领域包含多种类型的测试区域,例如:
加强耐久性道路全长约 9 公里,由 14 种模拟路面类型组成,共计 27 种路面状况,用于测试结构、悬架和部件在行驶过程中承受振动时的耐久性。
这条高速赛道全长约6公里,其中最长的直道约2.2公里。它的最高设计时速为250公里/小时,并设有最大倾斜角度约为52度的弯道,用于测试车辆在高速行驶时的稳定性和操控性。
测试区域包括岩石路、泥泞路、不平坦路和模拟水上驾驶区域,以评估车辆在不同路面条件下的性能,并检验其防潮和防腐蚀性能。
这条测试赛道为国内外领先的汽车品牌,例如特斯拉、小米以及多家中国主要汽车制造商提供测试服务。每年约有1万辆汽车在这里接受测试。
随着汽车行业从内燃机汽车转向电动汽车,测试范围也相应扩大。现代汽车依赖于电池、电池管理系统、电动机、动力控制系统、冷却系统和软件的协调运行。
因此,测试不仅限于结构强度或驾驶性能,还必须评估各种系统在特定条件下是否能正常工作,例如电池和动力系统散热能力,以及部件在炎热天气下持续使用的耐久性。
同时,对每款车型进行涉水或潮湿环境行驶测试是评估过程的一部分,特别是对于需要在雨天行驶的车辆而言。
随着新型汽车越来越多地配备驾驶辅助系统和智能功能,例如自适应巡航控制、车道保持辅助和物体检测系统,测试必须涵盖设备和软件的操作,以及它们对各种情况的响应。
该设施还包括用于测试自动驾驶车辆的区域和设施,以及用于测试路线识别系统和各种类型交通标志的区域和设施,以便智能车辆能够准确读取和区分符号。
汽车行业的竞争不仅仅在于能否生产大量的汽车或降低每辆车的成本;它还取决于能否开发和测试针对不同市场量身定制的产品。
不仅仅是海南试验场,而是一个覆盖中国多个地区的试验场网络,每个地区的气候条件和测试特点都不同。
例如,位于气温较低的地区的长春和呼伦贝尔是进行车辆低温测试的理想场所。同时,盐城和宁波等其他测试设施也隶属于车辆测试基础设施网络,使制造商能够在温度、湿度和路况等不同条件下评估车辆,并利用测试结果改进车辆,以更好地适应目标市场。
因此,对泰国而言,挑战不仅在于吸引汽车制造商建厂,更在于如何利用投资与泰国本土的工程师、零部件制造商、研究机构和测试服务提供商建立联系。此举旨在提升泰国的经济价值,使其超越单纯的生产基地,并在未来成为该地区车辆测试和研发流程的一部分。
“Pipat”正在推进将2320辆公交车改装成电动汽车(EV),以降低曼谷大众运输管理局(BMTA)的成本。
加快实施统一的BTS/MRT票价系统,每次行程票价为17-45泰铢,目标推出日期为2027年1月1日。
泰国总理与日本前首相举行了会谈,邀请日本将泰国纳入日本电动汽车生产供应链。
中国走在了前列!它已下令电动汽车制造商禁止使用隐藏式门把手。
电动汽车测试场