กรณ์-อภิสิทธิ์ ประสานเสียงถล่มงบฯ 70 จี้รัฐบาลเลิกติดกับดักกู้เงินKorn 和 Abhisit 共同批评了 2020 年的预算,敦促政府不要再陷入借贷的陷阱。
กรณ์-อภิสิทธิ์ ชำแหละร่าง พ.ร.บ.งบฯ 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระ 2 "กรณ์" เสนอตัดลดงบทั้งกระดาน 10% ให้ ครม.จัดสรรใหม่ "อภิสิทธิ์" ตั้งข้อสังเกต รบ.ส่อทำผิดรัฐธรรมนูญ-กม.วินัยการเงินการคลัง ปมยัดงบฉุกเฉิน ค่าคลาวด์ หวังแต่งตัวเลขให้ผ่านเกณฑ์

วันนี้ (7 ก.ย.2569) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ในมาตรา 4 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายเสนอให้มีการปรับลดงบประมาณโดยรวมลงร้อยละ 10
"กรณ์" จี้ปรับโครงสร้าง-เลิกติดกับดักกู้เงิน
นายกรณ์ระบุว่าเจตนาไม่ได้ต้องการลดวงเงินรวมเพื่อตัดทอนการทำงานของรัฐบาล แต่เพื่อเปิดช่องให้ ครม. นำเงินส่วนที่ปรับลดนี้กลับไปจัดสรรใหม่ให้ตรงจุด เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง 5 ด้านที่เร่งด่วน ได้แก่
การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
พร้อมขยายความต่อว่า ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างหนัก ทั้งในมติการจัดสรรงบประมาณและโครงสร้างรายได้ เงินในระบบปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะอ้างความจำเป็นเรื่องเงินไม่พอไม่ได้ เนื่องจากรัฐบาลพยายามเพิ่มเงินในกระเป๋าตัวเองด้วยการออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท แต่กลับนำไปใช้กับโครงการเดิม ๆ ไม่ได้กระจายเม็ดเงินลงสู่ประชาชนโดยตรง แต่นำไปจัดซื้อพัสดุภัณฑ์หรือแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาวได้
ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลเมื่อเทียบกับ GDP อยู่ที่ร้อยละ 14 และลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้จากการจัดเก็บภาษีสูงถึงร้อยละ 99 มาจากคนทำงานและมนุษย์เงินเดือน มีเพียงร้อยละ 1 เท่านั้นที่จัดเก็บจากอภิมหาเศรษฐีหรือกลุ่มคนร่ำรวย สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางภาษีอย่างรุนแรง
ประกอบกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่อยู่เพียงร้อยละ 2 ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำมาก หากรัฐบาลยังคงบริหารจัดการด้วยวิธีคิดแบบเดิม ไม่ยอมปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษี บทบาทของต่างชาติ หรือมุมมองต่อรัฐวิสาหกิจ ประเทศไทยจะติดกับดักงบประมาณอย่างแน่นอน และผู้ที่ได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนมากที่สุดก็คือผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุ
"อภิสิทธิ์" ซัดรัฐบาลย้อมแมวงบลงทุนฉิวเฉียด
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายสมทบและแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา โดยเสนอให้ที่ประชุมปรับลดงบประมาณในภาพรวมลงถึง 150,000 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันมีเงินนอกงบประมาณและเม็ดเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินที่จะถูกเติมเข้ามาในระบบอีกกว่า 200,000 ล้านบาท
ในขณะที่สถานะทางการคลังของประเทศมีความเสี่ยงสูง หนี้สาธารณะเกือบชนเพดาน และยังมีภาระหนี้ค้างอยู่ในรัฐวิสาหกิจรวมถึงสถาบันการเงินของรัฐ ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่อันตรายยิ่ง นายอภิสิทธิ์กล่าวแสดงความผิดหวังต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่ไม่พยายาม "รีดไขมัน" งบประมาณ เพื่อสร้างพื้นที่ทางการคลัง ไว้รองรับสถานการณ์วิกฤตที่อาจเกิดขึ้น ตามที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เคยเตือนไว้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจยังไม่สิ้นสุด
นายอภิสิทธิ์ เจาะลึกถึงข้อกฎหมายสำคัญโดยระบุว่า ร่างงบประมาณปีนี้ส่อเค้าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่กำหนดให้ต้องจัดสรรงบรายจ่ายลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และต้องไม่น้อยกว่าวงเงินงบประมาณที่ขาดดุล
แม้ตัวเลขที่ปรากฏในเอกสารจะระบุว่ารายจ่ายลงทุนผ่านเกณฑ์แบบฉิวเฉียด โดยเกินมาเพียง 30,000 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับการขาดดุลแล้วเกินมาแค่ 1,700 ล้านบาทเท่านั้น
แต่เมื่อตรวจสอบในรายละเอียดกลับพบรายการที่น่าเคลือบแคสงสัยว่าอาจไม่ใช่รายจ่ายลงทุนจริง ได้แก่ งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตั้งไว้ 100,000 ล้านบาท โดยอ้างว่าร้อยละ 60 หรือประมาณ 60,000 ล้านบาท เป็นรายจ่ายลงทุน ทั้งที่งบฉุกเฉินลักษณะนี้ไม่มีโครงการ ไม่มีแบบก่อสร้าง และไม่มีสถานที่ตั้งที่ชัดเจน ซึ่งในความเป็นจริงจากการใช้งบฉุกเฉินในปีที่ผ่านมาไม่ได้มีสัดส่วนการนำไปใช้เป็นงบลงทุนสูงดังที่กล่าวอ้าง
นอกจากนี้ยังมีการนำค่าบริการคลาวด์ภาครัฐและค่าเช่าวงเงิน 4,500 ล้านบาท มานับรวมเป็นค่าใช้จ่ายลงทุน ทั้งที่ในความเป็นจริงเป็นเพียงรายจ่ายประจำเพื่อการเช่าใช้บริการและจัดเก็บข้อมูลสำหรับภารกิจประจำเท่านั้น
นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า หาก ครม. ไม่สามารถชี้แจงความโปร่งใสและพิสูจน์ได้ว่ามีการใช้งบกลางเพื่อการลงทุนจริงตามสัดส่วน จะถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายวินัยการเงินการคลังอย่างชัดเจน และตนในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ต้องติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด
ภูมิใจไทยโต้ทำถูกต้องตามกฎหมาย
ท่ามกลางกระแสการอภิปรายชำแหละอย่างเผ็ดร้อนจาก 2 แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ทางด้าน นายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ได้ลุกขึ้นใช้สิทธิ์ชี้แจงต่อที่ประชุมสภา
ยืนยันว่ากระบวนการพิจารณาตรวจสอบและการจัดสรรงบประมาณทั้งหมดของคณะกรรมาธิการได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายทุกประการ ก่อนที่ประธานในที่ประชุมจะดำเนินการให้สมาชิกอภิปรายและพิจารณาในมาตราถัดไปตามระเบียบวาระ
คุมไฟไหม้โรงงานขนม จ.สมุทรสาคร ยังไม่มีรายงานความเสียหาย
"ศิริกัญญา" ขู่คว่ำร่าง พ.ร.บ.งบฯ 70 ชี้ซ้ำซ้อนกู้เงิน 4 แสนล้านบาท
"สุรเชษฐ์" อภิปรายงบฯ 70 ส่อเอื้อฮั้วประมูลเพียบ ล็อกเค้ก "ผู้รับเหมาชั้นพิเศษ"
今天(2026 年 9 月 7 日),在众议院会议上审议总额为 3.788 万亿泰铢的 2027 财年预算草案时,民主党议员 Korn Chatikavanij 在第四条中起身发言,提议将整体预算削减 10%。
科恩呼吁进行重组,打破债务陷阱。
科恩先生表示,此举的目的并非削减预算总额以限制政府工作,而是让内阁能够将减少的资金重新分配,以解决五个紧迫的结构性问题:
适应不断变化的技术。
他进一步解释说,泰国在预算分配和收入结构方面都面临着严重的结构性问题。现有资金不足以解决这些长期存在的问题。
然而,政府不能以资金短缺为借口,因为它曾试图通过颁布4000亿泰铢的贷款法令来充实国库,但却将这笔钱用于老生常谈的项目,并未将资金直接分配给公众。相反,它用这笔钱购买了太阳能电池板等设备,但这并不能解决长期的结构性问题。
此外,政府税收占GDP的比例仅为14%,且持续下降。高达99%的税收收入来自工薪阶层和受薪雇员,而只有1%来自超级富豪或极富阶层,这反映出严重的税收不平等。
泰国GDP增速仅为2%,这被认为非常低。如果政府继续沿用旧有的管理模式,拒绝调整税收结构、外资企业的角色以及对国有企业的看法,泰国将不可避免地陷入预算陷阱。受影响最大的将是低收入者和老年人。
阿披实抨击政府“羞辱”投资预算,并称自己与目标失之交臂。
与此同时,民主党党团议员兼党魁阿披实·维乍集瓦先生起身发言,坦率地表达了自己的观点,提议将整体预算削减1500亿泰铢。这是因为目前预算外资金和紧急贷款法令将向财政系统注入超过2000亿泰铢的资金。
尽管该国的财政状况极其不稳定,公共债务接近上限,国有企业和金融机构也存在未偿债务——这是一个非常危险的局面——但阿披实先生对特别委员会没有尝试在预算中“削减冗余”以创造财政空间来应对潜在危机表示失望,因为副总理兼财政部长埃克尼提·尼提坦普拉帕曾警告说,经济危机尚未结束。
阿披实先生深入探讨了关键的法律问题,指出今年的预算草案似乎违反了宪法和财政纪律法的规定,这两项法律规定,至少 20% 的预算必须分配给资本支出,且不得少于预算赤字的数额。
虽然文件中的数据显示资本支出勉强达到门槛,仅超出 300 亿泰铢,而与赤字相比,盈余仅为 17 亿泰铢。
然而,详细审查发现,其中一些项目存在疑问,可能并非真正的资本支出。例如,中央政府1000亿泰铢的储备金据称被分配了60%(约600亿泰铢)用于资本支出。但事实上,这类应急资金缺乏项目、建设规划和明确的用途。实际上,去年使用的应急资金中,用于资本支出的比例并未如其所声称的那样高。
此外,政府云服务费和租金总计 45 亿泰铢被计入资本支出,尽管实际上这些只是租赁服务和存储日常任务数据的经常性支出。
阿披实先生重申,如果内阁不能澄清透明度并证明中央预算确实按照分配的比例用于投资,这将被视为明显违反财政纪律法,而他作为立法机构成员,有责任彻底调查此事。
泰自豪党辩称他们的行为符合法律规定。
在民主党两位领导人激烈辩论之际,来自黎逸府的泰自豪党议员、2027 年预算案特别委员会副主席阿努拉克·朱里马斯先生起身行使权利,向议会澄清相关事宜。
主席确认,委员会的所有审查、核实和预算分配程序均已彻底、透明地进行,并符合所有适用的法律,之后才允许成员讨论和审议议程上的下一项内容。
沙没沙空府一家糖果厂的火灾已被控制;目前尚未收到任何损失报告。
“Sirikanya”威胁要拒绝2027年预算案,理由是该预算案与4000亿泰铢的贷款重复。
苏拉切特对 2027 年预算的评论声称,投标过程中存在广泛的串通行为,包括预先安排将合同分配给“特殊类别的承包商”。