ศธ.เร่งปิดช่องว่างการศึกษา ยูเนสโก เผยเด็กทั่วโลก 273 ล้านคนหลุดระบบ教育部正在加快缩小教育差距的步伐。联合国教科文组织的数据显示,全球已有2.73亿儿童辍学。
ยูเนสโกเผยเด็กและเยาวชนทั่วโลก 273 ล้านคนอยู่นอกระบบการศึกษา ขณะที่เอเชีย–แปซิฟิกมีเด็กวัยมัธยมปลายหลุดระบบ 77 ล้านคน ด้านไทยเร่งเชื่อมการศึกษาใน–นอกระบบ เดินหน้าธนาคารหน่วยกิต พร้อมผลักดันปฏิญญาอาเซียน Zero Dropout ในปี 2571

วันนี้ ( 23 ต.ค.2569) รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สธ.) กล่าวว่า รายงาน Global Education Monitoring (GEM) Report 2026 ของ UNESCO สะท้อนความท้าทายสำคัญว่า ทั่วโลกมีเด็กและเยาวชน 273 ล้านคนอยู่นอกระบบการศึกษา ขณะที่ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกยังมีเด็กและเยาวชนนอกระบบในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายถึง 77 ล้านคน สถานการณ์ดังกล่าวชี้ว่าความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การขยายโอกาสการเข้าถึงการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องออกแบบระบบที่ลดอุปสรรค ตอบสนองต่อความแตกต่างของผู้เรียน เพื่อที่จะสามารถมีการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง
รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ดังนั้นทิศทางการขับเคลื่อนเชิงระบบของไทย คือ การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างแท้จริง ต้องเริ่มจากการเชื่อมโยงการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยเข้าด้วยกัน การเดินหน้าขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิต ( Credit Bank) ควบคู่กับระบบรับรองสมรรถนะ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสะสมทักษะและเทียบโอนคุณวุฒิ พร้อมสร้างสะพานเชื่อมจากการศึกษาไปสู่การมีงานทำ และเปิดทางให้ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้เพื่อมีรายได้อย่างยั่งยืน
ต้องสร้างความสมดุลระหว่างครูกับเด็ก โดยเฉพาะครูต้องให้เวลาในการสอนมากขึ้น ลดทอนการทำงานที่ไม่เกี่ยวข้องลง ซึ่งขณะนี้กระทรวงกำลังทำครูและเด็กเกิดการเรียนรู้มากขึ้น ลดภาระของครูลงที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอนรวมถึงเชื่อมโยงการเรียนรู้ และปรับหลักสูตรใหม่ ทั้งครู นักเรียนและโรงเรียนให้ไปในทิศทางเดียวกับมากขึ้น
ศธ.เร่งปิดช่องว่างการศึกษา ยูเนสโก เผยเด็กทั่วโลก 273 ล้านคนหลุดระบบ
ด้าน ซูฮย็อน คิม ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโกส่วนภูมิภาคกรุงเทพฯ และสำนักงานเพื่อการประสานงานสหประชาชาติในเอเชียและแปซิฟิก กล่าวว่า การศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน แต่ปัจจุบันเด็กและเยาวชนทั่วโลกถึง 1 ใน 6 คนยังไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษา การนำข้อมูลมาใช้ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อทำให้รู้ว่ามีเด็กที่หลุนออกจากระบบการศึกษาเทาไหร่ และทำไม เพื่อหาแนวทางดึงเด็กเหล่านั้นกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ในขณะที่เรากำลังร่วมกันออกแบบอนาคตการศึกษาหลังปี 2573 เราต้องไม่ลืมว่าเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาในวันนี้ ไม่สามารถรอคอยโอกาสได้อีกต่อไป
ซูฮย็อน คิม ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโกส่วนภูมิภาค กรุงเทพฯ และสำนักงานเพื่อการประสานงานสหประชาชาติในเอเชียและแปซิฟิก
ขณะที่ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าว่วา เมื่อเด็กไม่สามารถเข้ากับระบบการศึกษาได้เราต้องไม่ถามแค่ว่าจะดึงเขากลับมาอย่างไร แต่ต้องถามว่า ระบบการศึกษาจะเปลี่ยนเพื่อตอบโจทย์ชีวิตพวกเขาได้อย่างไร กสศ. พร้อมนำบทเรียนจาก Thailand Zero Dropout Plus ผนึกกำลังกับยูเนสโกและภาคีเครือข่าย ผลักดันวาระในระดับภูมิภาค เพื่อมุ่งสู่การรับรอง ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาเป็นศูนย์ (ASEAN Zero Dropout Declaration) ในช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียนปี 2571 โดยข้อเสนอแนะและองค์ความรู้จากเวที AFE 2026 จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกร่างปฏิญญาฉบับนี้ เพื่อสร้างหลักประกันว่าเด็กและเยาวชนทุกคนในภูมิภาคจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีกต่อไป
ทั้งนี้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ (UNESCO Regional Office in Bangkok) ภายใต้การขับเคลื่อนงานกลุ่มพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Equitable Education Alliance: EEA) และภาคีเครือข่าย จัดการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 4 (4th International Conference on Equitable Education: All for Education Conference 2026 หรือ AFE 2026) ระหว่างวันที่ 23–24 ต.ค. 2569 ที่ อิมแพ็ค ฟอรั่ม ภายใต้หัวข้อ “Designing Tomorrow’s Equity: Equitable Solutions for Out-of-School Children and Youth by 2030 and Beyond” มุ่งร่วมกันออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา และพัฒนาระบบการศึกษาที่มีความเสมอภาค ครอบคลุม และยืดหยุ่น
ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
โดยการประชุมได้รับความสนใจจากหลากหลายภาคส่วน เช่น ผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญ นักการศึกษา เยาวชน และภาคีจากหลากหลายภาคส่วนในเอเชียและแปซิฟิก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการขับเคลื่อน โดยเน้นการเชื่อมโยงนโยบาย ข้อมูล การจัดสรรทรัพยากร และการปฏิบัติ เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถกลับเข้าสู่การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และสำเร็จการศึกษาได้ตามศักยภาพ
สำหรับการประชุม AFE 2026 มุ่งขับเคลื่อน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น การใช้ข้อมูลและระบบเตือนภัยเพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้เรียนกลุ่มเสี่ยง นโยบายสูตรจัดสรรงบประมาณที่เสมอภาคและยั่งยืน และการเสริมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา
ซึ่งผลจากการแลกเปลี่ยนในเวทีจะนำไปสู่การจัดทำ Outcome Document on Equitable Education by 2030 and Beyond เพื่อรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางปฏิบัติสำหรับการขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษาเพื่อนำไปใช้ประกอบการหารือในเวทีระดับภูมิภาคและระดับโลกที่เกี่ยวข้องในปี 2570 รวมถึงการประชุม Asia-Pacific Meeting on Education ครั้งที่ 7 (APMED7) และ Global Education Meeting ซึ่งประเทศไทยร่วมเป็นเจ้าภาพกับ UNESCO
กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค จี้ สพฐ. ร่วมเยียวยา ผู้ปกครอง-นร.ทัศนศึกษาจีนทิพย์
ยุค AI ไม่ต้องกลัวตกงาน เพราะจะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
แจ้งจับคนแอบอ้าง สพฐ.หลอกนักเรียน 62 คน ไปศึกษาดูงานที่จีนเสียหายเกือบ 3 ล้าน
เด็กหลุดระบบการศึกษา
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
ความเสมอภาคทางการศึกษา
ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ความเหลื่อมล้ำทางสังคม
今天(2026年10月23日),教育部常务秘书普拉维特·埃拉万副教授博士指出,联合国教科文组织《2026年全球教育监测报告》反映了一个严峻的挑战:全球有2.73亿儿童和青少年失学。仅在亚太地区,就有7700万高中阶段的失学儿童和青少年。这种情况表明,挑战不仅在于扩大教育机会,还在于设计能够减少障碍、满足学习者多样化需求并促进终身学习的教育体系。
教育部常务秘书、副教授普拉维特·埃拉万博士。
因此,泰国的体制发展方向必须着重于实现真正的教育公平。这必须从连接正规教育、非正规教育和非正式教育开始。推进学分银行体系和能力认证体系,将为所有人提供积累技能和转移资格的机会,从而搭建从教育到就业的桥梁,使所有学习者都能获得可持续收入所需的知识。
必须在教师和学生之间取得平衡。具体而言,教师需要投入更多时间进行教学,减少无关任务。目前,教育部正致力于提升教师和学生的学习体验,减轻教师不必要的教学负担,促进学习内容的衔接,并修订课程,以更有效地协调教师、学生和学校的需求。
教育部正在加快缩小教育差距的步伐。联合国教科文组织的数据显示,全球已有2.73亿儿童辍学。
联合国教科文组织曼谷区域办事处主任兼联合国亚太协调厅主任金秀贤指出,教育是每个人的基本权利,但目前全球六分之一的儿童和青少年无法获得受教育的机会。因此,利用数据驱动解决方案至关重要,以便了解有多少儿童辍学以及辍学原因,从而找到让他们重返教育体系的方法。这需要各界的合作。
为了确保不让任何人掉队,在我们共同规划 2030 年后的教育未来时,我们绝不能忘记,如今辍学的儿童和青少年不能再等待另一次机会了。
金秀贤,联合国教科文组织曼谷区域办事处主任兼联合国亚太协调办公室主任。
公平教育基金会(EEF)经理克莱亚斯·帕塔拉瓦特博士指出,当儿童无法适应现有教育体系时,我们不应仅仅考虑如何让他们重返校园,而应思考如何改革教育体系以满足他们的生活需求。EEF已准备好借鉴泰国“零辍学+”项目的经验,与联合国教科文组织及其网络伙伴携手,在区域层面推动这一议程。目标是在泰国担任2028年东盟轮值主席国期间通过《东盟零辍学宣言》。2026年东盟公平教育论坛的建议和经验对于起草该宣言至关重要,以确保该地区没有一个儿童或青少年掉队。
公平教育基金会(EEF)与联合国教科文组织曼谷区域办事处合作,在公平教育联盟(EEA)的支持下,携手其网络合作伙伴,将于2026年10月23日至24日在IMPACT论坛举办第四届国际公平教育大会:2026年全民教育大会(AFE 2026)。本次大会以“设计明日公平:到2030年及以后为失学儿童和青少年提供公平解决方案”为主题,旨在共同设计针对失学儿童和青少年的解决方案,并构建一个公平、包容且具有韧性的教育体系。
Kraiyas Patrawat 博士,公平教育基金 (EEF) 经理。
此次会议吸引了来自亚太地区各界的利益相关者,包括政策制定者、专家、教育工作者、青年以及各领域的合作伙伴,共同交流知识、经验和最佳实践。会议重点在于将政策、数据、资源分配和实施相结合,以确保儿童和青少年能够重返学习环境,并充分发挥自身潜力完成学业。
2026 年 AFE 会议重点推进四个关键问题:灵活的学习途径、利用数据和预警系统识别和帮助有风险的学习者、公平和可持续的资金公式,以及加强各部门之间的合作,以应对失学儿童和青少年的挑战。
本次论坛的交流成果将促成一份关于2030年及以后实现教育公平的成果文件,该文件将汇编促进教育公平的政策建议和最佳实践。这份文件将在2027年前的相关区域和全球论坛上用于讨论,包括第七届亚太教育会议(APMED7)和由泰国与联合国教科文组织共同主办的全球教育会议。
众议院消费者保护委员会敦促基础教育委员会向受中国欺诈性实地考察活动影响的家长和学生提供赔偿。
在人工智能时代,无需担心失业,因为新的就业机会将会出现。
警方已发出逮捕令,逮捕一名冒充基础教育委员会(OBEC)的人员,该人员欺骗了 62 名学生,让他们相信自己将前往中国进行游学旅行,造成近 300 万泰铢的损失。
儿童辍学。
公平教育基金
教育平等
教育不平等
社会不平等