รองโฆษกรัฐบาลโต้ “สนธิ” ลดใบอนุญาตซ้ำซ้อน ไม่ใช่ “ยกอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้ต่างด้าว”政府副发言人驳斥了 Sonthi 的说法,即减少冗余许可证并不等于“将经济主权交给外国人”。
รองโฆษกรัฐบาลโต้ “สนธิ” ลดใบอนุญาตซ้ำซ้อน ไม่ใช่ “ยกอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้ต่างด้าว” ย้ำอำนาจรัฐยังอยู่ กฎหมายยังคุม–นอมินียังผิด

รองโฆษกรัฐบาลโต้ “สนธิ” ลดใบอนุญาตซ้ำซ้อน ไม่ใช่ “ยกอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้ต่างด้าว” ย้ำอำนาจรัฐยังอยู่ กฎหมายยังคุม–นอมินียังผิด
วันที่ 7 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล วิพากษ์วิจารณ์กฎกระทรวงเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยระบุในลักษณะว่ารัฐบาลกำลัง “ยกอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้ต่างด้าว” ว่า การลดขั้นตอนการขออนุญาตที่ซ้ำซ้อนในกิจการบางประเภท ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยสละอำนาจในการกำกับเศรษฐกิจให้แก่ต่างชาติ และไม่ได้เปิดให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจใดก็ได้โดยเสรี เพราะกฎหมายเฉพาะและอำนาจกำกับตรวจสอบของรัฐยังคงอยู่
“ต้องแยกให้ออกระหว่าง “ลดใบอนุญาตซ้ำซ้อน” กับ “ยกอำนาจกำกับให้ต่างชาติ” เพราะเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง อธิปไตยทางเศรษฐกิจไม่ได้หายไปเพราะลดใบอนุญาตหนึ่งใบ รัฐไทยยังเป็นผู้กำหนดกติกา ยังมีอำนาจกำกับ ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการต่างชาติเช่นเดิม” นางสาวลลิดากล่าว
รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ต้องแยกให้ชัดระหว่าง “ไม่ต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว” กับ “ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายหรือการกำกับดูแลของรัฐ” การยกเว้นในกิจการที่กำหนดมีเป้าหมายเพื่อลดขั้นตอนการขออนุญาตที่ซ้ำซ้อนในกรณีที่กิจการนั้นอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะหรือกลไกกำกับของหน่วยงานรัฐอยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่าคนต่างด้าวสามารถเข้ามาดำเนินธุรกิจโดยไม่มีเงื่อนไขหรือปราศจากการควบคุม
“ถ้ารัฐยังเป็นคนออกกฎหมาย กำหนดเงื่อนไข ออกใบอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะ ตรวจสอบ และลงโทษผู้ฝ่าฝืนได้ จะเรียกว่าเรายกอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้ต่างด้าวได้อย่างไร สิ่งที่ถูกตัดออกคือขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ไม่ใช่อำนาจของรัฐ” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว
นางสาวลลิดากล่าวต่อว่า อีกประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องคือข้อกังวลเรื่อง “นอมินี” การปรับกฎดังกล่าวไม่ได้ทำให้การอำพรางผู้ถือหุ้นต่างชาติกลายเป็นเรื่องถูกกฎหมาย กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวยังคงกำหนดความผิดเกี่ยวกับการช่วยเหลือคนต่างด้าวหลีกเลี่ยงข้อจำกัด หรือการถือหุ้นแทนเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจที่ยังไม่ได้รับอนุญาต กฎกระทรวงที่ออกใหม่ไม่ได้ยกเลิกบทบัญญัติดังกล่าว
หากกิจการใดกฎหมายเปิดให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจได้โดยตรง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้นอมินีเพื่ออำพรางสัญชาติผู้ถือหุ้น แต่หากนำบริษัทไปประกอบธุรกิจประเภทอื่นที่กฎหมายยังสงวนหรือมีข้อจำกัด และใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย การกระทำดังกล่าวก็ยังคงเป็นความผิดเช่นเดิม
“จึงไม่ควรทำให้ประชาชนเข้าใจว่ากฎกระทรวงนี้ทำให้นอมินีถูกกฎหมาย เพราะไม่เป็นความจริง อะไรที่ผิดกฎหมายอยู่ก่อนก็ยังผิดเหมือนเดิม การลดขั้นตอนทางธุรกิจไม่ได้ลบกฎหมายที่ใช้ป้องกันการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของทุนต่างชาติออกไป” นางสาวลลิดากล่าว
รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า เช่นเดียวกับข้อกังวลเรื่องการฟอกเงิน การโอนกำไร หรือการหลีกเลี่ยงภาษี กฎกระทรวงดังกล่าวไม่ได้ยกเลิกกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายภาษี หรืออำนาจตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การกระทำที่ผิดกฎหมายไม่ได้กลายเป็นเรื่องถูกกฎหมายเพียงเพราะมีการลดขั้นตอนการขออนุญาตบางประเภท
สำหรับข้อกังวลว่าการเปิดให้ต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจบางประเภทจะกระทบผู้ประกอบการ SME ไทย รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า รัฐบาลเห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องติดตามและประเมินผลอย่างจริงจัง ทั้งผลต่อการแข่งขัน การจ้างงาน และผู้ประกอบการไทย แต่การฟันธงล่วงหน้าว่า SME ด้าน HR และ IT “จะต้องตายทั้งหมด” จำเป็นต้องมีข้อมูลทางเศรษฐกิจ แบบจำลองผลกระทบ หรือหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ ไม่ควรนำข้อคาดการณ์มาเสนอเสมือนเป็นผลที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ในขั้นตอนการพิจารณา รัฐบาลได้รับฟังข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย โดยธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์ซึ่งเคยอยู่ในร่างเดิมได้ถูกตัดออกก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ หลังมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลและผู้ประกอบการไทย สะท้อนว่าการพิจารณาไม่ได้เป็นการเปิดทางให้ทุนต่างชาติโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ แต่มีการรับฟังและปรับรายละเอียดก่อนดำเนินการ
รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการต่อคือการติดตามผลให้ชัดเจนว่าประเทศไทยได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวอย่างไร ทั้งการจ้างงานคนไทย การพัฒนาทักษะ การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี การแข่งขันที่เป็นธรรม ตลอดจนผลกระทบต่อ SME และผู้ประกอบการไทย เพื่อให้การลดอุปสรรคในการประกอบธุรกิจสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง
“รัฐบาลไม่ได้บอกว่าทุนต่างชาติไม่ต้องถูกกำกับ และไม่ได้บอกว่าการลงทุนจากต่างประเทศจะไม่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย หน้าที่ของรัฐบาลคือเปิดรับการลงทุนที่สร้างประโยชน์ให้ประเทศ พร้อมรักษากติกาและระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง แต่การนำเรื่องการลดใบอนุญาตซ้ำซ้อนไปขยายเป็นการ ‘ยกอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้ต่างด้าว’ เป็นข้อสรุปที่เกินกว่าสิ่งที่กฎกระทรวงกำหนด” นางสาวลลิดากล่าว
รองโฆษกรัฐบาลย้ำว่า การตั้งคำถามเรื่องทุนต่างชาติเป็นเรื่องที่ทำได้และรัฐบาลพร้อมรับฟัง ทั้งคำถามว่าคนไทยได้ประโยชน์อะไร SME ไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไร หรือระบบกำกับที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ แต่การอภิปรายควรเริ่มจากข้อเท็จจริงของกฎหมายอย่างครบถ้วน ไม่ควรทำให้คำว่า “ไม่ต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว” กลายเป็นความหมายว่า “ต่างชาติไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย”
“วิจารณ์ได้ ตรวจสอบได้ และถามรัฐบาลได้เต็มที่ แต่ต้องวิจารณ์จากสิ่งที่กฎหมายเขียนจริง การลดใบอนุญาตซ้ำซ้อน ไม่ใช่การลดอธิปไตยของประเทศ และการเปิดให้ลงทุนภายใต้กติกา ไม่ใช่การยกอำนาจทางเศรษฐกิจให้ต่างชาติ รัฐยังเป็นคนกำหนดกติกา รัฐยังเป็นคนกำกับ และกฎหมายไทยยังใช้กับทุกคนที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย” นางสาวลลิดากล่าว
政府副发言人驳斥了“Sonthi”的说法,即减少冗余许可证并不“赋予外国人经济主权”,并强调国家权力依然存在,法律仍然控制着局势,使用代理人仍然是非法的。
2026年9月7日,总理府副发言人拉莉达·佩里斯维瓦塔纳女士就颂迪·林通库尔先生对有关外国企业经营的部长级法规的批评作出回应。颂迪·林通库尔先生批评政府此举是“将经济主权交给外国人”。佩里斯维瓦塔纳女士澄清说,简化某些类型企业的冗余许可程序并不意味着泰国将经济控制权拱手让给外国人,也不意味着外国人可以随意从事任何他们选择的商业活动。相关法律法规以及政府的监督和检查权力仍然有效。
拉莉达女士表示:“区分‘减少冗余许可证’和‘赋予外国人监管权力’非常重要,因为这是完全不同的问题。经济主权不会因为减少一个许可证就消失。泰国政府仍然制定规则,仍然有权监管、检查和执行针对外国企业的法律。”
政府副发言人指出,必须明确区分“无需根据《外国企业法》获得许可”和“不受政府法律或监管”之间的区别。对特定行业的豁免旨在减少重复的许可程序,尤其是在这些企业已经受到特定法律或政府监管机制约束的情况下。但这并不意味着外国人可以不受任何条件或监管地开展业务。
“如果国家仍然是制定法律、设定条件、根据特定法律颁发许可证、进行检查和惩罚违法者的国家,我们怎么能说我们是在赋予外国人经济主权呢?被取消的是冗余的程序,而不是国家的权力,”政府副发言人说。
拉利达女士进一步指出,另一点需要正确理解的是关于“代理人”的问题。法律修正案并未使隐瞒外国股东合法化。《外国商业法》仍然对协助外国人规避限制或代表外国人持有股份以使其能够进行未经授权的业务等行为作出了规定。新颁布的部级条例并未废除这些条款。
如果法律允许外国人直接从事特定行业的业务,则无需使用代理人来隐瞒股东的国籍。但是,如果公司从事其他法律仍然保留或限制的业务,并使用泰国国民作为代理人来规避法律,则这种行为仍然是非法的。
“因此,公众不应被误导,认为这项部级规定使代理人合法化,因为事实并非如此。以前非法的行为仍然是非法的。简化业务程序并不会废除用于防止规避外资限制的法律,”拉利达女士说。
政府副发言人表示,与洗钱、利润转移或逃税等问题一样,该部委条例并未废除反洗钱法、税法或相关机构的调查权。简化某些类型的许可程序并不会使非法活动合法化。
针对开放某些类型业务给外国实体可能对泰国中小企业造成负面影响的担忧,政府副发言人表示,政府认为此事需要认真监测和评估,包括对竞争力、就业和泰国企业的影响。然而,过早断言人力资源和信息技术行业的所有中小企业“都将消亡”需要经济数据、影响模型或实证证据的支持。预测不应被视为必然结果。
在审议过程中,政府认真听取了各方对泰国企业可能受到的影响的担忧。最初草案中包含的软件开发企业,在内阁批准前因担心会对数字产业和泰国企业家造成冲击而被移除。这表明,审议过程并非不顾后果地向外国投资敞开大门,而是在推进之前征求了各方意见并调整了细节。
政府副发言人表示,政府的下一步工作是明确监测泰国从这些措施中受益的情况,包括为泰国人民创造就业机会、技能发展、知识和技术转让、公平竞争,以及对中小企业和泰国企业家的影响,以确保减少经商障碍真正有利于泰国经济。
拉莉达女士表示:“政府既没有说过外资可以免受监管,也没有说过外资不会对泰国企业产生影响。政府的职责是欢迎有利于国家的投资,同时维持强有力的监管体系。但将减少冗余许可证的问题延伸到‘赋予外国人经济主权’,这种结论超出了部级规章的规定。”
政府副发言人重申,质疑外国投资是允许的,政府愿意倾听各方意见。这包括泰国人将获得哪些利益、泰国中小企业将受到哪些影响,以及现有的监管体系是否足够完善等问题。然而,讨论应从全面了解法律事实开始,不应误解“根据《外国商业法》无需许可证”这一表述,将其解读为“外国人不受泰国法律约束”。
拉莉达女士表示:“批评是允许的,审查是允许的,人们可以尽可能地向政府提出问题,但批评必须基于法律的实际规定。减少重复发放的许可证并不等同于削弱国家主权,在特定规则下开放投资也不等同于将经济权力拱手让给外国人。国家仍然制定规则,国家仍然进行监管,泰国法律适用于所有来泰国经商的人。”