"วทันยา" เสนอตัดงบกลาง 12,000 ลบ. ฟื้นฟูเศรษฐกิจอ้างเปลี่ยนผ่านพลังงาน“瓦坦亚”提议从中央预算中削减 120 亿泰铢以振兴经济,理由是能源转型。
"วทันยา" เสนอตัดงบกลาง 12,000 ล้านบาท ฟื้นฟูเศรษฐกิจอ้างเปลี่ยนผ่านพลังงาน หวั่นจากพลังงานสะอาดเป็นพลังงานทุจริต หลังพบรายละเอียดซ้ำซ้อน พ.ร.ก.กู้เงิน ขอสภาฯ อย่าตีเช็คเปล่าให้นายกฯ กำหนดอนาคต ตรวจสอบไม่ได้

วันนี้ (7 ก.ย. 2569) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว มาตรา 6 งบกลาง
น.ส.วทันยา บุนนาค กรรมาธิการฯ อภิปรายถึงงบประมาณจำนวน 12,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลได้แฝงไว้ในงบกลาง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานและพลังงานสะอาด โดยตั้งข้อสังเกตว่า การจัดสรรงบดังกล่าวอาจมีความซ้ำซ้อนกับเงินกู้ที่รัฐบาลเตรียมไว้สำหรับภารกิจเดียวกัน
น.ส.วทันยา กล่าาว่า พวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้เห็นตรงกันว่าเรื่องพลังงานสะอาดเป็นเรื่องที่จำเป็นที่ประเทศจะต้องลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล แต่นี่ไม่ใช่แค่พลังงานสะอาดแต่เป็นการใช้งบ ประมาณที่อาจจะเปลี่ยนคำว่าพลังงานสะอาดให้กลายเป็น คำว่า "พลังงานทุจริต"
"วทันยา" เสนอตัดงบกลาง 12,000 ลบ. ฟื้นฟูเศรษฐกิจอ้างเปลี่ยนผ่านพลังงาน
น.ส.วทันยา ยังตั้งข้อสังเกต 3 ข้อคือ 1. การใช้งบประมาณที่ซ้ำซ้อน ทั้งในเรื่องของภารกิจและเวลา ทำ พ.ร.ก.กู้เงิน 200,000 ล้านบาทและงบกลาง 12,000 ล้านบาทมีวัตถุประสงค์เดียวกันคือ เพื่อทำโครงการพลังงานสะอาด คำถามคือเมื่อมีเงิน 200,000 ล้านบาทแล้ว เงิน 12,000 ล้านบาทที่รัฐบาลตั้งเข้าไปเพิ่มมีไว้ทำอะไร ที่เงินกู้ก้อนแรกทำไม่ได้
นอกจากนี้ ช่วงของระยะเวลาก็ยังซ้ำกัน คือ พ.ร.ก.กู้เงินรัฐสามารถกู้ได้จนถึง วันที่ 30 ก.ย. 2570 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณพอดิบพอดี และสามารถใช้งบกลาง 12,000 ล้านบาทได้
นี่ไม่ใช่เงินคนละยุคและไม่ใช่ภารกิจคนละช่วงเวลาแต่เงินเป็นเงิน 2 ก้อนที่ใช้ในปีเดียวกันเพื่อเป้าหมายที่เหมือนกัน
2. การอ้างเหตุผลของรัฐบาลระหว่าง พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท กับเรื่องของการใช้งบประมาณในงบกลาง 12,000 ล้านบาทที่มีความย้อนแย้งกันในตัวเอง ตอนออก พ.ร.ก.กู้เงินรัฐบาลอ้างวินัยการเงินการคลัง บอกว่ารัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนและไม่สามารถใช้เงินประจำปีงบประมาณได้ แต่ไม่ถึงเดือนผ่านมาร่าง พ.ร.บ.งบปี 70 กลับเห็นเงิน 12,000 ล้านบาทที่ทำภารกิจเดียวกันซ่อนอยู่ในงบกลาง
น.ส.วทันยา ระบุว่า นี่จึงเป็นสิ่งที่ย้อนแย้งและเกิดคำถามว่าหากตั้งงบประจำปีได้ทัน อย่างนั้นเงินกู้ที่รัฐบาลได้ขอไว้รัฐบาลต้องอธิบายเหตุผลใหม่แต่หากรัฐบาลอ้างว่าตั้งได้ไม่ทันคำถามคือเงิน 12,000 ล้านเข้ามาอยู่ในงบกลางประจำปี 2570 ได้อย่างไร เพราะสุดท้ายแล้วประชาชนจะต้องแบกรับหนี้ภาษีเงินกู้และจะต้องเป็นคนที่ชดใช้ภาษีจากงบประมาณ
และ 3. เงิน 2 ก้อนนี้มีวัตถุประสงค์ที่เหมือนกัน แต่มาตรฐานการตรวจสอบไม่เหมือนกัน เงินภายใต้พระราชกำหนดมีคณะกรรมการกลั่นกรองตรวจสอบ และคณะกรรมการจะต้องมาดำเนินงานการดำเนินงานต่อสภาแต่ในขณะที่เงิน 12,000 ล้าน อยู่ในงบกลางภายใต้อำนาจของนายกฯ และ ครม. หากให้เงิน 12,000 ล้านบาทผ่านงบกลางในครั้งนี้ ไม่ต่างกับการตีเช็คเปล่าไปให้นายกฯและให้นายกสามารถที่จะไปออกแบบเขียนโครงการอะไรก็ได้ในอนาคต
น.ส.วทันยา กล่าวว่า หากรัฐบาลอาจจะอ้างว่าที่ต้องทำเช่นนี้เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงาน ตนก็เห็นว่า รัฐบาลต้องตอบให้ชัดว่ารัฐบาลจะมีมาตรการกลไกป้องกันอย่างไรที่จะไม่ทำให้ความคล่องตัวกลายเป็นช่องโหว่ของการตรวจสอบ ยิ่งไปกว่านั้นในวงเงิน 12,000 ล้านบาทจะเห็นได้ว่ามีเงิน 9,600 ล้านบาทที่รัฐบาลได้จำแนกไว้เป็นรายจ่ายลงทุน
โดยที่สภายังไม่เห็นโครงการไม่เห็นครุภัณฑ์หรือไม่เห็นสิ่งก่อสร้างไม่เห็นหน่วยรับงบใด ๆ คำถามคือเรากำลังนับเงินก้อนนี้เป็นการลงทุนจากอะไร เราไม่ควรจะทำให้ตัวเลขรายจ่ายลงทุนดูดี ด้วยการเรียกเงินก้อนหนึ่งว่า ลงทุน แต่สภาแห่งนี้ไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ประเทศกำลังจะเอาเงินภาษีประชาชนไปทำอะไรในอนาคต
น.ส.วทันยา กล่าวว่า เงิน 12,000 ล้านบาทยังถูกตั้งแยกออกจากเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินเท่ากับรัฐบาลมีเงินทั้งสิ้น 112,000 ล้านบาท ที่เป็นรายจ่ายที่สามารถยืดหยุ่นทำอะไรก็ได้ในภายภาคหน้า สิ่งที่สภาต้องระวังคือเรากำลังเห็นรูปแบบการตั้งงบ ที่มีชื่อตามสถานการณ์ แต่รายละเอียดการใช้เงินจริงกลับถูกกำหนดในภายหลัง เช่น ค่าใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ในปีก่อนก็ได้ทยอยตัดลดงบจนสุดท้ายกลายเป็นเหลือ 0 เพียงแต่ปีนี้เปลี่ยนชื่อเรื่องใหม่กลายเป็นเรื่องของพลังงาน
น.ส.วทันยา กล่าวว่า จึงไม่ใช่ว่า เงิน 12,000 ล้านบาทมากหรือน้อยแต่มันคือรัฐสภากำลังอนุมัติโครงการหรืออนุมัติเช็คเปล่าไปให้รัฐบาลกำหนดเองในภายหลังนี่คือเช็คเปล่าที่มาจากคำพูดเปล่าที่ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบหรือเช็คได้ ตนไม่ได้คัดค้านที่จะเปลี่ยนผ่านพลังงาน และพร้อมที่จะสนับสนุนงบประมาณเพื่อลดต้นทุนพลังงาน เพื่อความมั่นคงและเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ แต่มองว่าเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งเมื่อเงินจำนวนมากยิ่งรัฐบาลขอใช้หลายช่องทางพร้อมกันมาตรฐานความโปร่งใสจะต้องสูงขึ้นไม่ใช่ยิ่งใช้ยิ่งต่ำลง
น.ส.วทันยา กล่าวว่า หากรัฐบาลยืนยันว่าเงิน 12,000 ล้านไม่ซ้ำกับเงินกู้ 200,000 ล้านบาทก็ขอให้รัฐบาลเปิดเผยชื่อโครงการหน่วยงานที่จะรับงบรวมถึง KPI หลักการอนุมัติให้ชัดเจนและเปรียบเทียบกับเงินกู้ 200,000 ล้านบาท เพื่อให้รัฐสภาแห่งนี้ได้เห็นถึงความโปร่งใสหากรัฐบาลไม่สามารถที่จะให้รายละเอียดเหล่านี้ได้ ตนมองว่าสภาก็ไม่ควรอนุมัติเช็คกล่าวเหล่านี้ไปให้ ครม.และนายกฯ ใช้ในอนาคต
สุดท้ายไม่ว่าจะวงเงิน 200,000 ล้านบาทที่เรียกว่าเงินกู้หรือเงิน 12,000 ล้านบาทที่เรียกว่างบประมาณก็มาจากเจ้าของเงินคนเดียวกันนั่นคือประชาชนและประชาชนมีสิทธิที่จะถามว่าทำไมต้องเสียเงิน 2 รอบพร้อมกันแถมเงินที่เสียรอบ 2 ก็กลายเป็นบิลที่ไม่เห็นใบเสร็จสามารถตรวจสอบได้
"ศิริกัญญา" ขู่คว่ำร่าง พ.ร.บ.งบฯ 70 ชี้ซ้ำซ้อนกู้เงิน 4 แสนล้านบาท
ส่อง 3 แนวทาง 14 ก.ย. กกต. เคาะชะตากรรม 229 คน ปมฮั้ว สว.
“เงินบาท” วันนี้ 32.75-33.30 ตลาดจับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชี้ขาดดอกเบี้ยเฟด
今天(2026 年 9 月 7 日),由议长索蓬·萨拉姆主持的众议院审议了由特设委员会完成的 2027 财年预算草案,总额为 3.78 万亿泰铢,并进行了二读和三读,特别是关于中央预算的第 6 条。
委员会成员瓦塔尼亚·布纳格女士讨论了政府在中央预算中拨出的120亿泰铢预算,该预算旨在推动能源结构转型并推广清洁能源。她指出,这笔拨款可能与政府为实现同一目标而准备的贷款存在重叠。
瓦塔尼亚女士指出,在座各位都认同清洁能源对于国家减少对化石燃料的依赖至关重要。然而,这不仅仅关乎清洁能源,更关乎预算分配,否则“清洁能源”一词可能会沦为“腐败能源”。
“瓦坦亚”提议从中央预算中削减 120 亿泰铢以振兴经济,理由是能源转型。
瓦塔尼亚女士还提出了三点:1. 预算拨款存在重叠,无论是在任务还是时间安排上。紧急借款2000亿泰铢和中央预算拨款120亿泰铢的目标相同:为清洁能源项目提供资金。问题是,一旦2000亿泰铢到位,政府额外拨出的120亿泰铢将用于哪些用途,才能满足第一笔贷款无法实现的需求?
此外,时间框架也有重叠:紧急法令允许政府借款至 2027 年 9 月 30 日,而这恰好是财政年度的最后一天,并且可以使用中央预算中的 120 亿泰铢。
这不是不同时期或不同任务的不同数额的资金;而是同一年用于同一目的的两笔不同的资金。
2. 政府依据紧急法令申请4000亿泰铢贷款的理由,与动用中央预算中的120亿泰铢自相矛盾。政府在颁布紧急法令时,援引财政纪律和紧急需求,声称无法动用常规财政预算。然而,不到一个月后,2027财年预算草案却显示,中央预算中隐藏着120亿泰铢,用途与上述贷款相同。
瓦塔尼亚女士指出,这自相矛盾,令人质疑:如果年度预算能够按时制定,那么政府就必须解释贷款的原因。但如果政府声称无法按时制定预算,那么问题就来了:这120亿泰铢是如何出现在2027年年度预算中的?因为最终,这笔税款债务将由公众承担,他们将不得不从预算中偿还这部分税款。
第三,这两笔款项用途相同,但审计标准不同。根据紧急法令拨付的资金须经审查委员会监管,该委员会必须向议会报告其运作情况。然而,这120亿泰铢属于中央预算,由总理和内阁授权。如果这120亿泰铢通过中央预算,就相当于给总理开了一张空白支票,允许他未来随心所欲地设计和实施任何项目。
瓦塔尼亚女士表示,如果政府声称此举是为了提高运营效率,她认为政府必须明确解释将采取哪些机制来防止这种效率成为审查的漏洞。此外,在120亿泰铢的预算中,可以看到96亿泰铢被指定为资本支出。
由于议会既没有看到项目本身,也没有看到设备、施工情况或任何资金接收方,那么问题来了:这笔钱究竟是用于什么投资?我们不应该为了粉饰投资支出数据而随意更改名称,把一笔钱称为“投资”,尤其是在议会根本不了解国家未来将如何使用纳税人的钱的情况下。
瓦塔尼亚女士指出,这120亿泰铢是独立于紧急储备基金之外的,这意味着政府共有1120亿泰铢的灵活支出资金,未来可用于任何用途。议会需要警惕的是预算编制模式,即基金名称反映了当前形势,但实际支出细节却在之后才确定。例如,去年逐步削减直至最终降至零的经济刺激支出,今年被重新命名,转而专注于能源领域。
瓦塔尼亚女士指出,问题的关键不在于120亿泰铢是多还是少,而在于国会是否批准了该项目,或者说,是否给了政府一张空白支票,任由其日后决定预算。这是一张空洞的支票,公众无法核实或审查。她并不反对能源转型,也愿意支持降低能源成本、保障国家安全和提升竞争力的预算。然而,她认为,当政府同时通过多个渠道申请如此巨额的资金时,透明度的标准必须更高,而不是更低。
瓦塔尼亚女士表示,如果政府坚持认为这120亿泰铢的资金与2000亿泰铢的贷款没有重叠,那么政府就应该公开项目名称、资金接收机构、关键绩效指标(KPI)以及审批流程,并将其与2000亿泰铢的贷款进行对比,以便议会能够了解其透明度。如果政府无法提供这些细节,她认为议会不应批准内阁和总理今后使用这些审查手段。
归根结底,无论是2000亿泰铢的贷款,还是120亿泰铢的预算,都源自同一个来源:人民。人民有权质疑为何要支付两次费用,尤其是在第二次付款后却没有可核实的收据的情况下。
“Sirikanya”威胁要拒绝2027年预算案,理由是该预算案与4000亿泰铢的贷款重复。
关于参议院勾结丑闻中 229 名涉案人员的命运,选举委员会将于 9 月 14 日做出决定,以下三种情况可能出现。
泰铢今日兑美元汇率在32.75至33.30之间波动。市场正密切关注美国通胀数据,这将是美联储利率决策的关键因素。