สรุปปมข้อพิพาท “THCOM-GULF” ครม. สั่งฟ้อง 1.25 พันล้านบาท กระทบแค่ไหน?“THCOM-GULF”纠纷概要:内阁下令提起诉讼,索赔金额达12.5亿泰铢。此举可能造成哪些影响?
ย้อนปมพิพาท “THCOM-GULF” หลัง ครม. ได้อนุมัติมอบอำนาจให้กระทรวดีอี ดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย โดยเรียกร้องค่าปรับและค่าเสียหายรวมประมาณ 1,250 ล้านบาท

# กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
# กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์
# นักวิเคราะห์หลักทรัพย์
DCA แล้วเจ๊ง? หุ้นไทยยังไหวไหม? และวิธีคัดหุ้นเปลี่ยนชีวิต? | Money Issue EP.74
ย้อนปมพิพาท “THCOM-GULF” หลัง ครม. ได้อนุมัติมอบอำนาจให้กระทรวดีอี ดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย โดยเรียกร้องค่าปรับและค่าเสียหายรวมประมาณ 1,250 ล้านบาท
3 บทเรียน จากนักลงทุนระดับโลก Buffett-Dalio-Graham เปลี่ยนจาก “เดาตลาด” สู่ “สร้างระบบ”
จากกรณีข้อพิพาทหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติมอบอำนาจให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินกระบวนการทางกฎหมายกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM และ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กรณีไม่ปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ โดยเรียกร้องค่าปรับและค่าเสียหายรวมประมาณ 1,250 ล้านบาท
ประเด็นนี้อาจกลายเป็นแรงกดดันต่อหุ้น THCOM และ GULF ในระยะสั้น แต่ด้วยข้อพิพาทที่ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นและอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้ข้อยุติ นักลงทุนจึงต้องจับตาว่าสุดท้ายแล้วคดีนี้จะกระทบต่อผลประกอบการและมูลค่าหุ้นมากน้อยแค่ไหน
สำหรับราคาหุ้นปิดตลาดครึ่งเช้าวันนี้ THCOM ปรับตัวลดลง 0.20 บาท หรือ -1.92% มาอยู่ที่ 10.10 บาท ขณะที่หุ้น GULF ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ +1.62% มาอยู่ที่ 62.75 บาท
ย้อนปมพิพาทรัฐทวงทรัพย์สินฯ เรียก 1.25 พันล้าน
ต้นตอของเรื่องนี้ ต้องย้อนกลับไปที่สัญญาสัมปทานดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ซึ่งเดิมที บริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือชื่อปัจจุบันคือ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (INTUCH) และ บริษัท ชินวัตรแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) หรือชื่อปัจจุบันคือ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) (THCOM) ได้ร่วมกันเป็นคู่สัญญากับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
โดย THCOM ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการดูแลกิจการดาวเทียมภายใต้สัญญาดังกล่าว ก่อนสิ้นสุดลงตามกำหนดระยะเวลา 30 ปี เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564 ซึ่งยืนยันว่าได้ส่งมอบทรัพย์สินคืนให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครบถ้วนตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2564
แต่ตามรายงานข่าวระบุว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เห็นต่างออกไป โดยมองว่ายังมีทรัพย์สินสำคัญที่ไทยคมไม่ได้ส่งมอบคืนรวม 6 รายการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับดาวเทียม 2 ดวงคือ TC-4 และ TC-6 และเคยส่งหนังสือแจ้งเตือนไทยคมมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ล่าสุด ครม. มีมติเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 อนุมัติให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินกระบวนการทางกฎหมายกับทั้งไทยคมและกัลฟ์อย่างเป็นทางการ โดยเรียกร้องค่าปรับและค่าเสียหายรวมประมาณ 1,250 ล้านบาท
ส่วนประเด็นที่ทำให้ชื่อของ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น จากเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ควบรวมกิจการกับบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมาย
เกิดเป็นนิติบุคคลใหม่ซึ่งรับโอนทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบทั้งหมดของอินทัชมาโดยผลของกฎหมาย ทำให้ GULF เข้าสวมสิทธิเป็นคู่สัญญาหรือคู่ความในกรณีพิพาทใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาสัมปทานฉบับนี้แทนที่อินทัชโดยอัตโนมัติ
THCOM-GULF ยันส่งมอบทรัพย์สินครบ
ทั้ง THCOM และ GULF ได้ออกหนังสือชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 7 กันยายน 2569 หลังมีข่าวกระทรวงดิจิทัลฯ เตรียมดำเนินการทางกฎหมาย โดยทั้งสองบริษัทยืนยันว่า THCOM ส่งมอบทรัพย์สินตามสัญญาสัมปทานให้กระทรวงฯ ครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564
THCOM ระบุว่า ทรัพย์สินที่กระทรวงฯ เรียกร้องตามข่าว ไม่อยู่ในขอบเขตที่ต้องส่งมอบตามสัญญา และบริษัทได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวต่อกระทรวงฯ มาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามสัญญาและกฎหมายครบถ้วนแล้ว
หากมีการเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ บริษัทพร้อมใช้สิทธิต่อสู้ตามกฎหมาย โดย ณ วันที่ออกหนังสือ ยังไม่มีภาระผูกพันต้องดำเนินการหรือชำระเงินประมาณ 1,250 ล้านบาท ให้กระทรวงฯ
ด้าน GULF ชี้แจงในทิศทางเดียวกันว่า THCOM ส่งมอบทรัพย์สินครบถ้วนแล้ว และอธิบายเพิ่มเติมว่าเหตุที่ GULF เข้ามาเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ เป็นผลจากการควบบริษัทระหว่าง "บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)" กับ INTUCH ซึ่งควบรวมกันแล้วเกิดเป็นนิติบุคคลใหม่ชื่อ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568
ทำให้ในฐานะนิติบุคคลใหม่รับโอนทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของ INTUCH รวมถึงเข้าสวมสิทธิเป็นคู่สัญญาหรือคู่ความในข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับสัญญาสัมปทานดังกล่าว
ทั้งนี้ GULF ก็ยืนยันเช่นเดียวกับ THCOM ว่า ณ วันที่ออกหนังสือ ยังไม่มีภาระผูกพันในการชำระเงินประมาณ 1,250 ล้านบาท และหากมีการเริ่มกระบวนการอนุญาโตตุลาการ บริษัทจะใช้สิทธิต่อสู้ตามกรอบกฎหมายต่อไป
คดี “THCOM-GULF” เขย่าหุ้นแค่ไหน?
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ข่าวคดีความนี้จะกระทบเชิงลบต่อบรรยากาศการลงทุนเพียงในระยะสั้นเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานหรือสร้างความกังวลระยะยาว
เนื่องจากคดีความจะต้องผ่านกระบวนการอย่างน้อย 3 ศาล คือชั้นอนุญาโตตุลาการ (ราว 2-3 ปี) ศาลปกครองกลาง (อีกราว 2-3 ปี) และศาลปกครองสูงสุด (อีกราว 2-3 ปี) รวมแล้วอาจใช้เวลาถึง 6-9 ปีกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
นอกจากนี้ ได้พูดคุยกับทีมนักลงทุนสัมพันธ์ของไทยคมในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทยืนยันว่ายังมั่นใจว่าได้ปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานอย่างครบถ้วน และจากการตรวจสอบงบการเงิน ไม่พบว่าไทยคมได้ตั้งสำรองหรือเปิดเผยประเด็นคดีความนี้ในงบการเงินหรือหมายเหตุประกอบงบ
จึงเชื่อว่าไทยคมจะยังไม่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายสำรองสำหรับประเด็นนี้ตลอดช่วง 4-5 ปีข้างหน้า อีกทั้งจากการศึกษาคดีความในลักษณะเดียวกันระหว่างหน่วยงานรัฐกับเอกชน พบว่าแรงกดดันต่อราคาหุ้นมักอยู่ในช่วงราว 1-2 เดือนหลังข่าวเผยแพร่ ก่อนที่ราคาหุ้นจะกลับไปเคลื่อนไหวตามปัจจัยพื้นฐาน
โดยปัจจัยที่จะขับเคลื่อนราคาหุ้นไทยคมในระยะถัดไปคือความคืบหน้าการประมูลโครงการ USO เฟส 3 ซึ่งคาดว่าจะเป็นตัวพลิกฟื้นผลประกอบการของบริษัท ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 14.70 บาทต่อหุ้น
ด้านมุมมองของ บล.บัวหลวง มองต่างออกไป โดยระบุว่า ต้นตอของข้อพิพาทคือการตีความนิยาม "ทรัพย์สินที่ต้องโอนคืนรัฐ" ที่แตกต่างกัน โดยฝั่งรัฐมองว่าอุปกรณ์ 6 รายการเป็นส่วนควบสำคัญที่ต้องโอน ขณะที่ไทยคมยืนยันว่าได้ส่งมอบดาวเทียมและสถานีควบคุมหลักครบถ้วนแล้วตั้งแต่ 11 กันยายน 2564
เนื่องจากนิยามยังคลุมเครือ คาดว่าต้องผ่านกระบวนการอนุญาโตตุลาการและชั้นศาลซึ่งใช้เวลานาน 5-7 ปีกว่าจะถึงศาลปกครองสูงสุด จึงไม่น่าต้องตั้งสำรองจนกว่าจะมีคำตัดสิน แต่หากประเมินกรณีแพ้คดีถึงที่สุดประเมินผลกระทบไว้ที่ราว 1.15 บาทต่อหุ้น
สำหรับผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานระยะสั้นแทบไม่มี แต่จะกดดัน sentiment ของหุ้น เพราะก่อนหน้านี้ตลาดเคยมองว่าความเสี่ยงข้อพิพาทกับภาครัฐลดลงต่อเนื่อง การกลับมามีคดีอาจทำให้ตลาดให้น้ำหนักความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์มากขึ้นอีกครั้ง
ประกอบกับหุ้นยังขาดปัจจัยกระตุ้นใหม่ ๆ ขณะที่รอความชัดเจนโครงการ USO เฟส 3 จาก กสทช. จึงยังคงคำแนะนำ "ขาย" ที่ราคาเป้าหมาย 9.50 บาท โดยระบุว่ายังไม่กระทบประมาณการผลประกอบการหรือ valuation ในระยะสั้น เนื่องจากยังไม่มีข้อสรุปทางกฎหมายหรือภาระทางการเงินที่เกิดขึ้นจริง
สำหรับหุ้น GULF ฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ได้ติดต่อสอบถามไปยังกัลฟ์โดยตรงเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันบริษัทระบุว่ายังอยู่ระหว่างพิจารณาและอาจมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลัง จึงยังถือเป็นประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิด
เบื้องต้นมองเป็น sentiment เชิงลบที่อาจกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น เนื่องจากกัลฟ์ถูกระบุชื่อเป็นหนึ่งในคู่กรณีเช่นเดียวกับข้อพิพาทดาวเทียมในอดีต และด้วยโครงสร้างการถือหุ้นที่กัลฟ์ถือหุ้นไทยคมสัดส่วน 41.5% และรับรู้ผลประกอบการของไทยคมในงบการเงินรวม หากสุดท้ายเกิดกรณีเลวร้ายสุดที่ไทยคมต้องรับรู้ค่าเสียหายจากคดีนี้ ก็อาจส่งผลกระทบต่อกำไรของกัลฟ์ผ่านการรวมงบด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเป็นเพียงขั้นที่ ครม. อนุมัติให้ดีอีสามารถฟ้องร้องได้ตามมติเท่านั้น ยังไม่มีคำพิพากษาหรือคำชี้ขาดใด ๆ ว่ากัลฟ์หรือไทยคมกระทำผิดตามข้อกล่าวหาจริงหรือต้องชำระค่าเสียหายแต่อย่างใด
จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 80 บาท โดยมองประเด็นนี้เป็นเพียงแรงกดดันเชิง sentiment ต่อราคาหุ้นในระยะสั้น แต่ในเชิงปัจจัยพื้นฐานยังไม่กระทบต่อธุรกิจหลักทั้งโรงไฟฟ้าและธุรกิจดิจิทัลของกัลฟ์
หากราคาหุ้นปรับฐานจากประเด็นนี้ มองเป็นโอกาสในการทยอยสะสมลงทุนระยะยาว รับการเติบโตของกำไรใน 1-3 ปีข้างหน้า รวมถึงโอกาสจากการเข้าสู่รอบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ ของประเทศตามแผน PDP ที่คาดจะมีความชัดเจนขึ้นในเร็ว ๆ นี้
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney
数字经济和社会部
#海湾开发
# 证券分析师
定投失败了?泰国股市还有潜力吗?选股又如何改变你的人生?| 理财专栏 第74期
在内阁授权数字经济和社会部采取法律行动,要求罚款和赔偿总额约为 12.5 亿泰铢之后,重新审视“THCOM-GULF”争端。
从世界级投资者巴菲特、达利欧和格雷厄姆身上汲取的3个经验:从“猜测市场”转向“构建系统”
该案源于内阁批准数字经济和社会部对 Thaicom Public Company Limited (THCOM) 和 Gulf Development Public Company Limited (GULF) 提起诉讼,指控其未遵守国内卫星特许经营协议,并要求支付总计约 12.5 亿泰铢的罚款和赔偿金。
这个问题可能会给 THCOM 和 GULF 的股价带来短期压力,但由于这场纠纷仍处于早期阶段,可能需要数年时间才能解决,投资者需要密切关注此案最终会对收益和股价产生多大影响。
早盘交易中,THCOM 股票收盘下跌 0.20 泰铢或 -1.92%,报 10.10 泰铢;而 GULF 股票上涨 1.00 泰铢或 +1.62%,报 62.75 泰铢。
重提国家收回资产的争议:索赔 12.5 亿泰铢。
这个问题源于国内通信卫星的特许经营协议。最初,西那瓦计算机通信公共有限公司(现更名为Intouch控股公共有限公司(INTUCH))和西那瓦卫星公共有限公司(现更名为Thaicom公共有限公司(THCOM))是与数字经济和社会部共同签约的当事方。
根据上述合同,THCOM 担任卫星业务的运营商和管理者,该合同于 2021 年 9 月 10 日按计划到期,为期 30 年。据确认,资产已于 2021 年 9 月 11 日全部归还给数字经济和社会部。
然而,据新闻报道,数字经济和社会部持不同观点,认为泰网仍未归还与两颗卫星 TC-4 和 TC-6 相关的六项重大资产,并且在过去几年中至少三次向泰网发出警告信。
最近,在 2026 年 9 月 1 日,内阁批准数字经济和社会部正式对 Thaicom 和 Gulf 提起法律诉讼,要求罚款和赔偿金总计约 12.5 亿泰铢。
海湾发展公共有限公司(GULF)之所以卷入此事,是因为其股东结构发生了变化。2025年4月1日,海湾能源发展公共有限公司依法完成了与Intouch控股公共有限公司的合并。
一个新的法律实体成立,并依法取得Intouch的所有资产、负债、权利、义务和责任。这使得Intouch自动取代Intouch,不再作为本特许经营协议相关争议的合同方或诉讼当事人。
THCOM-GULF确认资产已全部移交。
2026年9月7日,在泰国数字经济与社会部准备采取法律行动的消息传出后,THCOM和GULF均向泰国证券交易所发出澄清函。两家公司确认,THCOM已于2021年9月11日按照特许经营协议将全部资产交付给该部。
THCOM公司表示,新闻报道中提及的该部要求提供的资产超出了合同规定的交付范围,公司已就此问题多次向该部澄清。公司同时重申,已完全遵守合同及所有适用法律。
如果此事进入仲裁程序,公司已做好行使其合法权利的准备。截至本函发出之日,公司并无义务采取任何行动或向该部支付约12.5亿泰铢。
GULF 也以类似的方式澄清,THCOM 已完全交付了资产,并进一步解释说,GULF 参与此案源于“Gulf Energy Development Public Company Limited”与 INTUCH 的合并,该合并导致成立了一个新的法律实体 Gulf Development Public Company Limited,并于 2025 年 4 月 1 日完成。
因此,新实体将承担 INTUCH 的资产、负债、权利、义务和责任,以及承担与所述特许经营协议相关的争议中任何一方的合同或诉讼权利。
与 THCOM 一样,GULF 也确认,截至该信函发出之日,该公司没有义务支付约 12.5 亿泰铢,如果仲裁程序开始,该公司将行使权利在法律框架内进行抗争。
“THCOM-GULF”事件对股市造成了多大的震动?
大京证券的一位证券分析师在一份研究报告中指出,这起诉讼只会对投资环境产生短期负面影响,不会影响基本面因素或造成长期担忧。
由于诉讼必须经过至少三个法院——仲裁(大约 2-3 年)、中央行政法院(再 2-3 年)和最高行政法院(再 2-3 年)——因此,最终判决可能需要 6-9 年才能得出。
此外,我在最近的假期期间与泰网的投资者关系团队进行了沟通,该公司确认其仍有信心全面履行特许经营协议。而且,对其财务报表的审计显示,泰网在其财务报表或附注中并未就此诉讼计提任何准备金或披露任何信息。
因此,预计泰网在未来4-5年内不会就此事计提任何准备金支出。此外,对政府机构与私营企业之间类似诉讼的研究表明,消息公布后,股价通常会承受1-2个月的压力,之后才会恢复到反映基本面因素的水平。
未来一段时间内,Thaicom股价的关键驱动因素是USO三期项目的竞标进展,预计该项目将扭转公司业绩颓势。我们维持“买入”评级,目标价为每股14.70泰铢。
Bualuang Securities 则持不同观点,认为争议的根源在于对“应归还国家资产”定义的不同解读。国家方面认为这六件设备是必须移交的关键部件,而 Thaicom 则坚持认为已于 2021 年 9 月 11 日完整交付了卫星和主控站。
由于定义仍不明确,预计该程序将经历仲裁和诉讼程序,最终可能需要5至7年才能提交至最高行政法院。因此,在做出裁决之前,不太可能需要拨备资金。然而,如果最终败诉,预计每股损失约为1.15泰铢。
短期内对基本面的影响几乎可以忽略不计,但由于市场此前一直认为与政府发生纠纷的风险持续下降,因此此次新的法律诉讼可能会给股市情绪带来压力。这可能导致市场再次更加关注监管风险。
鉴于泰国国家广播电视和电信委员会 (NBTC) 尚未就普遍服务义务 (USO) 第三期项目给出明确答复,该股目前缺乏新的催化剂,我们维持“卖出”评级,目标价为 9.50 泰铢。我们注意到,由于目前尚未就法律问题或实际财务义务作出最终结论,因此这尚未影响我们的短期盈利预测或估值。
关于海湾石油(GULF)的股票,亚洲证券研究公司表示,他们已直接联系海湾石油以获取更多详情。该公司目前表示仍在审查此事,并可能稍后提供进一步澄清。因此,此事仍需密切关注。
最初,这被视为一种负面情绪,可能会在短期内对股价构成压力,因为Gulf已被列为本案的涉案方之一,这与以往的卫星纠纷类似。此外,鉴于Gulf持有Thaicom 41.5%的股份,且Thaicom的业绩已纳入其合并财务报表,如果Thaicom因此案需要确认损失,最坏的情况是,合并财务报表也会影响Gulf的利润。
然而,目前内阁仅批准了此事,允许数字经济和社会部依据该决议提起诉讼。尚未就海湾公司或泰康公司是否构成指控或是否需支付赔偿金作出任何判决或裁定。
因此,我们维持“买入”评级,目标价为80泰铢。我们认为此事仅会对股价造成短期情绪压力,但从根本上讲,它不会影响海湾石油的核心业务,包括发电厂和数字化运营。
如果股价因此出现回调,可以将其视为逐步积累股票进行长期投资的机会,在未来 1-3 年内受益于利润增长,以及在 PDP 计划下进入该国新的基础设施投资周期所带来的机遇,预计该计划很快就会变得更加明朗。
通过 Thairath Money 阅读最新的股票和投资新闻。
https://www.thairath.co.th/money/investment
点击此链接关注Thairath Money的Facebook主页。
https://www.facebook.com/ThairathMoney