พบช่องโหว่บน Tailscale SSH เสี่ยงต่อการถูกยกระดับสิทธิ์เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ - Thailand Computer Emergency Response Team (ThaiCERT)Tailscale SSH 中发现一个漏洞,可能导致服务器访问权限提升。——泰国计算机应急响应小组 (ThaiCERT)
580/69 (IT) ประจำวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569 มีรายงานกา

580/69 (IT) ประจำวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569
มีรายงานการค้นพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยบน Tailscale SSH ซึ่งอาจทำให้ผู้ไม่หวังดีที่สามารถยึดครองอุปกรณ์ในเครือข่ายได้แล้วหนึ่งเครื่อง จะสามารถใช้เป็นฐานในการเชื่อมต่อเพื่อยกระดับสิทธิ์การเข้าถึงระดับสูงสุด (Root) บนเซิร์ฟเวอร์อื่น ๆ ในเครือข่ายเดียวกันได้ โดยรายงานการค้นพบนี้ถูกเผยแพร่โดยนักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Cyberdione Labs ภายใต้ชื่อโครงการ Tailworm ซึ่งระบุว่าช่องโหว่นี้มีความสำคัญต่อผู้ดูแลระบบเครือข่ายองค์กรอย่างยิ่ง เนื่องจากเปิดโอกาสให้เกิดการลุกลามของการโจมตีภายในเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว โดยในปัจจุบันทางผู้พัฒนายังไม่ได้มีการกำหนดหมายเลขช่องโหว่ CVE หรือออกซอฟต์แวร์เวอร์ชันแก้ไขอย่างเป็นทางการ
จากเอกสารรายงานการประเมินความปลอดภัยที่ทำการทดสอบในช่วงวันที่ 22 ถึง 24 ตุลาคม 2569 พบว่าช่องโหว่ดังกล่าวถูกประเมินในระดับความรุนแรงสูง (Severity: High) โดยตรวจพบใน Tailscale เวอร์ชัน 1.104.2 และ headscale เวอร์ชัน 0.29.5 รูปแบบการโจมตีนี้อาศัยเงื่อนไขหลักคือระบบต้องมีการเปิดใช้งานการส่งต่อพอร์ต (Port Forwarding) บน Tailscale SSH และผู้โจมตีต้องสามารถควบคุมอุปกรณ์ที่กฎการเข้าถึงของเครือข่ายอนุญาตให้เชื่อมต่อกับเป้าหมายได้เสียก่อน นักวิจัยพบว่าผู้โจมตีสามารถอาศัยกระบวนการของ Tailscale ในการเชื่อมต่อกับซ็อกเก็ตระบบ (System Socket) เพื่ออ่านไฟล์รหัสผ่านและสั่งการในระดับ Root ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่านหรือกุญแจยืนยันตัวตนเพิ่มเติม เบื้องต้นทางผู้บริหารของ Tailscale ได้ออกมารับทราบถึงรายงานดังกล่าวแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบปัญหาทางเทคนิคร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยภายนอก
เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ผู้ดูแลระบบควรดำเนินการตรวจสอบและปรับปรุงการตั้งค่าความปลอดภัยของ Tailscale ทันที แนวทางปฏิบัติเบื้องต้นคือการปรับกฎการเข้าถึง Tailscale SSH ให้เป็นรูปแบบการจับคู่ระหว่างต้นทางและปลายทางแบบเจาะจงรายอุปกรณ์ (Source-to-destination pairs) พร้อมทั้งลบกฎการให้สิทธิ์แบบกว้างออกไป และควรพิจารณาปิดการใช้งาน SSH Port Forwarding หากไม่จำเป็น นอกจากนี้ ผู้ดูแลระบบควรเพิกถอนสิทธิ์ App Connectors จากอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งาน ลบการตั้งค่าส่งต่อที่ชี้ไปยัง Unix Socket และเปิดใช้งานการหมดอายุของกุญแจอุปกรณ์ (Node-key expiry) ท้ายที่สุดนี้ หากตรวจสอบพบอุปกรณ์ที่ถูกบุกรุก ผู้ดูแลระบบจะต้องลบอุปกรณ์นั้นออกจากระบบควบคุมส่วนกลาง (Control Plane) ทันที เนื่องจากการติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่บนเครื่องเดิมไม่สามารถล้างกุญแจที่ผู้โจมตีอาจคัดลอกออกไปแล้วได้
แหล่งข่าว : https://thehackernews.com/2026/10/unpatched-tailscale-ssh-flaws-could-let.html
580/69(IT)2026 年 10 月 26 日,星期一。
Tailscale SSH 中发现了一个安全漏洞,攻击者一旦控制了网络中的一台设备,便可以此为跳板,提升对同一网络中其他服务器的 root 权限。该漏洞由 Cyberdione Labs 的安全研究人员以“Tailworm”项目名义发布。他们指出,该漏洞对企业网络管理员至关重要,因为它会导致攻击在网络中迅速蔓延。目前,开发人员尚未分配 CVE(通用漏洞预期事件编号)或发布官方软件补丁。
根据2026年10月22日至24日进行的安全评估报告,该漏洞被评为高危漏洞,存在于Tailscale 1.104.2版本和headscale 0.29.5版本中。该攻击依赖于Tailscale SSH启用端口转发,并且攻击者能够控制符合网络访问规则的设备。研究人员发现,攻击者可以利用Tailscale进程连接到系统套接字、读取密码文件并执行root级命令,而无需额外的密码或身份验证密钥。Tailscale管理层已确认收到该报告,目前正在与外部安全专家合作,对该问题进行技术调查。
为降低风险并防止潜在影响,系统管理员应立即审查并改进 Tailscale 的安全设置。最佳实践是将 Tailscale SSH 访问规则修改为特定于设备的源到目标地址对,移除宽泛的授权规则,并考虑在不必要时禁用 SSH 端口转发。此外,管理员应撤销未使用设备上的 App Connectors 权限,移除指向 Unix 套接字的转发设置,并启用节点密钥过期机制。最后,如果检测到受感染的设备,必须立即将其从控制平面中移除,因为在同一台机器上重新安装操作系统并不会清除攻击者可能复制的任何密钥。
来源:https://thehackernews.com/2026/10/unpatched-tailscale-ssh-flaws-could-let.html