สลิปน้ำชา 7 ล้าน มหันตภัยเฟคนิวส์700万张茶单丑闻:一场假新闻灾难
วิเคราะห์ สถานการณ์สร้างเฟคนิวส์ หรือ ข่าวเท็จ กล่าวหานายกรัฐมนตรี รับค่าน้ำชา 7 ล้านบาท ทำไมหลายฝ่ายมีปฏิกิริยาเร็วมากในการตามหาตัวตนเจ้าของเพจ Godd Dam และ เรื่องนี้เป็นเกมการเมืองหรือไม่ พร้อมจับตาการเอาจริงเอาจังกับการจัดการเรื่องนี้

การปูดข่าวพร้อมอ้างสลิปโอนเงินธนาคารไปยังบัญชีนายกฯ นายอนุทิน พูดเป็นตุเป็นตะว่าเป็นหลักฐานเด็ดสำหรับค่าน้ำชา ก่อให้เกิดปมร้อนบนหน้าโซเชียลทันทีทันควัน และขยายเร็ว ดังใจปรารถนาของคนโพสต์
เร็วพอๆ กับปฏิกิริยาของฝ่ายการเมืองซีกรัฐบาล ที่ระบุชัดว่าเป็น 'เฟคนิวส์' หรือข่าวเท็จ จงใจจ้องทำลายเครดิตนายกฯ และพร้อมไล่ตรวจ IP เอาผิดคนปั่นข่าว ไล่เลี่ยกับทางแบงก์กสิกรไทย ตำรวจไซเบอร์ และกระทรวงดีอี ที่ทยอยออกโรงแจกแจงอ้างเป็นข่าวปลอม พร้อมใช้สลิปตัดต่อ
ไม่นานหลังจากนั้น มีรายละเอียดเจ้าของเพจ GODD DAM รู้ทั้งชื่อ ที่อยู่ทะเบียนบ้าน ที่อยู่ปัจจุบัน การศึกษา แนวคิดทางการเมือง กระทั่งรู้ว่า เคยเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหญ่ ปรากฎพรั่งพรูออกมา ตามด้วยเตรียมออกหมายจับ รวดเร็วจนแกนนำฝ่ายค้านออกโรงเหน็บ อยากเห็นการทำงานแบบนี้ของตำรวจและเจ้าหน้าที่ในเคสอื่นบ้าง
แม้จะชัดเจนว่านี่เป็นกรณี'ข่าวปล่อย' สร้างเรื่องเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีความผิดทั้งหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไม่มีข้อมูลความจริง แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้น สะท้อนความจริงประการหนึ่งว่า แม้แต่ระดับนายกรัฐมนตรี ยังตกเป็นเป้า 'เหยื่อ' ข่าวเฟคนิวส์ ที่แพร่สะพัดทันทีได้ นับประสาอะไรกับคนทั่วไปที่จะไม่โดน
ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวหลอก รอบทิศทาง โดยจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป
ข่าวนี้อย่างไรเสีย ปฏิเสธไม่ได้ว่าถูกโยงเกี่ยวข้องกับ 'การเมือง' ในข่วงเวลาใกล้ถึงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งนายอนุทิน เป็นหนึ่งใน 18 รัฐมนตรีที่ถูกฝ่ายค้านยื่นซักฟอก และถือเป็น 'เป้าใหญ่' สุด ในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำลังโดนมรสุมซัดสาดใส่อย่างต่อเนื่องจนบางครั้งถึงขั้นออกอาการ
แม้เรื่อง 'ค่าน้ำชา 7 ล้าน' ข้อสรุปเบื้องต้นจะเป็นเพียง 'ข่าวปล่อย' แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า จะเกิดคำถามต่อไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างกระทรวงดีอี ศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์แห่งชาติ และตำรวจไซเบอร์ ถึงประสิทธิภาพและความเข้มข้นต่อเรื่อง 'ข่าวปลอม'
ที่อาจมีผลทั้งเรื่องความมั่นคง เรื่องเศรษฐกิจ ความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เรื่องสวัสดิภาพและสิทธิส่วนบุคคล และอื่นๆ
ศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์ เดิมทีขึ้นกับกระทรวงดีอี แต่ปัจจุบัน เมื่อยกระดับเป็นศูนย์ต่อต้าน 'ข่าวปลอม' แห่งชาติ ในทางปฏิบัติ มีหลายหน่วยงานและหลายกระทรวงร่วมเป็นกรรมการ บูรณาการการทำหน้าที่ รวมทั้งตำรวจและมหาดไทย ที่นายกฯ อนุทินดูแลรับผิดชอบโดยตรง และ กระทรวงดีอี ที่นายไชยชนก ชิดชอบ ทายาทบ้านใหญ่บุรีรัมย์เป็นรัฐมนตรี
ทั้ง 2 คนต่างเป็น'เป้าหลัก'ศึกซักฟอกมาตั้งแต่แรก ก่อนฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปราย ตามม.151 ด้วยซ้ำ เท่ากับจะเพิ่มดีกรีร้อนแรงให้กับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้อีกทางหนึ่ง
แต่กระนั้น เรื่อง'เฟคนิวส์'ค่าน้ำชา 7 ล้านบาท' ในอีกด้าน ก็มีเกี่ยวโยงไปถึงพรรคประชาชนเช่นกัน หลังมีข่าวว่า มีสส.บางคนในพรรค ได้มีการแชร์ต่อโพสต์ดังกล่าว
ทั้งนี้จากคำพูดของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ ที่มีนัยได้พยายามปราม ไม่ให้แชร์ต่อ เพราะสส.ควรเป็นด่านสำคัญช่วยคัดกรอง ข่าวจริงหรือไม่จริง
เรื่องการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง แม้จะเป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถสมัครได้ แต่สำหรับพรรคการเมือง กรณีส่งผู้สมัครสส.หรือผู้บริหารตลอดจนนักการเมืองท้องถิ่นที่สังกัดพรรค ก็ต้องเลือกเฟ้นผู้สมัครจากสมาชิกพรรคเช่นกัน
การพิจารณาเลือกเฟ้น และสร้างกลไกในการตรวจสอบคัดกรองจึงต้องให้ความสำคัญเช่นกัน หาไม่แล้ว กรณีผู้สมัคร หรือแม้แต่ได้เป็นสส.และนักการเมืองท้องถิ่นแล้ว ก็จะเกิดเรื่องร้องเรียนพฤติการณ์ตามมาให้เห็นเนืองๆ อย่างในช่วงที่ผ่านมา จึงเป็นความรับผิดชอบที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้เรื่องสลิปค่าน้ำชา 7 ล้าน จะไม่ใช่กรณีแรกที่เกิดขึ้น แต่เมื่อสะเทือนถึงระดับผู้นำรัฐบาลโดยตรง การเดินหน้าเอาจริงเอาจังต่อผู้ฝ่าฝืนหรือมีเอี่ยว ต้องเข้มข้นไม่ปวกเปียก เพราะเป็นเรื่องเลวร้าย ไม่มีผลดีต่อใคร สำหรับ 'เฟคนิวส์'
เจอตัวแล้วผู้ใช้นามแฝง Godd Dam ปล่อยสลิปปลอม 7 ล้าน จ่ายค่าน้ำชา "อนุทิน"
ตำรวจแจ้งความเพจ Godd Dam เผยแพร่ข้อความบิดเบือนหมิ่นสถาบันฯ
ตร.ไซเบอร์ตรวจสอบปมอ้างสลิปเงินโอน 7 ล้านโยงบัญชี "อนุทิน"
消息泄露后,据称有银行转账凭证被转入总理的账户,阿努廷先生将其描述为支付“茶水费”的关键证据,这立即在社交媒体上引发了激烈的辩论,并迅速传播开来,正如发布者所预期的那样。
政府方面迅速做出反应,立即发布指令,称其为“假新闻”,是蓄意损害总理信誉的阴谋,并表示将追踪IP地址,起诉散布虚假信息者。随后,开泰银行、网络警察和数字经济与社会部也相继发表声明,否认该新闻为虚假信息,并指出使用了篡改过的转账凭证。
不久之后,关于“GODD DAM”页面所有者的详细信息被曝光,包括姓名、注册地址、现住址、教育背景、政治倾向,甚至包括其曾加入某个主要政党的经历。随后,警方立即着手准备逮捕令,这一过程如此迅速,以至于反对派领导人讽刺地表示,希望在其他案件中也能看到警方和官员如此行事。
虽然很明显这是一起“假新闻”事件——即在计算机系统中制造虚假信息,构成诽谤并违反《计算机犯罪法》,且没有任何事实依据——但该事件反映了一个不容否认的事实:即使是首相也可能成为假新闻迅速传播的目标,更不用说普通民众了。
在一个谣言、错误信息和虚假新闻充斥四面八方的时代,每个谣言、错误信息和虚假新闻都有着不同的目的。
毫无疑问,这条新闻与即将到来的政府不信任投票中的“政治”因素密切相关。阿努廷是18位受到反对派审查的部长之一,在政府面临一系列动荡、有时甚至显露出疲态之际,他被认为是“最大的目标”。
尽管关于“700万泰铢贿赂”的传闻的初步结论是这只是一个“传闻”,但不可否认的是,它引发了人们对相关机构(如数字经济和社会部、国家反虚假新闻中心和网络警察)在打击“虚假新闻”方面所采取措施的有效性和力度的质疑。
这可能会对安全、经济、内部和平与秩序、个人福利和权利等产生影响。
原隶属于数字经济与社会部(DE)的反虚假新闻中心现已升级为国家反虚假新闻中心。实际上,该中心由多个机构和部委组成委员会,整合了各自的职能。这些机构包括由总理阿努廷·查恩维拉库尔直接领导的警察部和内政部,以及由出身武里南府名门望族的柴贾诺克·奇乔布部长领导的数字经济与社会部。
从一开始,甚至在反对党根据第 151 条提交动议之前,这两位候选人就一直是此次不信任辩论的主要目标。这只会加剧此次不信任辩论的激烈程度。
然而,有报道称,人民党的一些议员转发了有关700万泰铢贿赂的“假新闻”,这则新闻也与人民党有关。
这是根据该党领袖纳塔蓬·鲁昂帕尼亚武特先生和该党议员帕卡蒙·努纳南女士的声明得出的结论,这些声明含蓄地暗示警告不要进一步传播,因为议员们应该在过滤新闻以确定其真实性方面发挥关键作用。
关于加入政党,虽然公民有权申请加入,但政党在提名国会议员、党内干部或地方政治人物候选人时,也必须从其党员中选拔候选人。
因此,遴选过程和审查机制的建立也必须得到重视。否则,就会像过去那样,频繁出现针对候选人,甚至已当选国会议员和地方政治人物的不当行为投诉。这是我们义不容辞的责任。
虽然700万泰铢的贿赂丑闻并非首例,但当它直接影响到政府领导人时,对违反规则或涉案人员采取严厉措施至关重要,绝不能软弱无力。这是一个对任何人都没有好处的严重事件,尤其是在“假新闻”泛滥的情况下。
用户别名“Godd Dam”发布了一张伪造的付款单,声称支付给 Anutin 的 700 万泰铢是“茶水钱”,该用户已被找到。
警方已对名为“Godd Dam”的 Facebook 页面提起诉讼,指控其发布歪曲信息和侮辱君主制。
网络警察正在调查一起涉及与阿努廷账户有关的700万泰铢转账单的案件。