นักวิชาการกางตัวเลขบ้านค่าไฟ 2,000 ขึ้นไปร่วม "โซลาร์ประชาชน" คุ้มสุด学者们发现,电费账单在 2000 泰铢或以上的家庭认为参与“人民太阳能”计划最有价值。
นักวิชาการด้านพลังงาน ชี้เงินอุดหนุน 50,000 บาท ความคุ้มค่าโครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" ช่วยร่นเวลาคืนทุนเหลือเพียง 5 ปี เหมาะสำหรับบ้านใช้ไฟกลางวันเกิน 2,000-3,000 บาทขึ้นไป แนะรัฐปรับเงื่อนไขรับซื้อไฟคืน เร่งวางแผนรับมือขยะอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต

วันนี้ (27 ต.ค.2569) ศ.พรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน ได้เปิดเผยถึงผลการวิเคราะห์ความคุ้มค่าของโครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" ซึ่งภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนเงินอุดหนุนจำนวน 50,000 บาท/ครัวเรือน พร้อมกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าสู่ระบบในราคา 2.20 บาท/หน่วย
โดยประเมินว่าเงื่อนไขดังกล่าว นับเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนตัดสินใจเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเงินอุดหนุนดังกล่าวสามารถช่วยลดภาระการลงทุนเริ่มต้น และร่นระยะเวลาคืนทุนของผู้ติดตั้งลงได้อย่างชัดเจน จากเดิมที่ต้องใช้เวลาราว 7–8 ปี ให้เหลือเพียงประมาณ 5 ปีเท่านั้น
ในแง่ของผลตอบแทนและความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ ศ.พรายพล ได้ยกตัวอย่างการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาด 5 กิโลวัตต์ ซึ่งตามปกติจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 18 หน่วย/วัน
หากครัวเรือนนั้น ๆ มีพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวันอยู่ที่ 15 หน่วย จะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้วันละประมาณ 60 บาท และเมื่อนำไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้อีก 3 หน่วยไปขายคืนให้แก่ระบบตามอัตรารับซื้อ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างรายได้รวมกันคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 2,000 บาท/เดือน
อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าจากการเข้าร่วมโครงการ จะเกิดขึ้นได้สูงสุดเฉพาะกับครัวเรือนที่มีพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าที่เหมาะสม กล่าวคือ ต้องเป็นบ้านที่มีผู้อยู่อาศัยและใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันเป็นหลัก โดยมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยตั้งแต่ 500 หน่วย/เดือนขึ้นไป หรือมีภาระค่าไฟฟ้าต่อเดือนตั้งแต่ 2,000-3,000 บาทขึ้นไป จึงจะเห็นผลลัพธ์ของการลดค่าครองชีพได้อย่างชัดเจนที่สุด
แม้โครงการจะมีความคุ้มค่าในระดับหนึ่ง แต่ ศ.พรายพล ชี้ว่ายังมีข้อจำกัดที่ภาครัฐควรนำไปพิจารณาทบทวน โดยเฉพาะเงินอุดหนุน 50,000 บาทที่อาจสูงเกินความจำเป็นในปัจจุบัน
ขณะที่อัตรารับซื้อไฟฟ้าคืน 2.20 บาท/หน่วย และการจำกัดปริมาณการรับซื้อสูงสุดไว้ที่ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ ถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้ผู้ลงทุนอาจต้องเสียประโยชน์จากกระแสไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้แต่ถูกปล่อยทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่สามารถนำมาเปลี่ยนเป็นรายได้เพื่อช่วยให้คืนทุนได้เร็วกว่าเดิม
นอกจากนี้ เป้าหมายของรัฐที่ตั้งไว้ 1,000,000 ครัวเรือน อาจบรรลุผลได้ยากในทางปฏิบัติ เนื่องจากมีข้อจำกัดทางกายภาพของที่อยู่อาศัยแต่ละแห่ง เช่น โครงสร้างหลังคาไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนัก ทิศทางการรับแสงแดดไม่เหมาะสม หรือมีอาคารสูงบดบังแสงอาทิตย์ ทำให้ระบบผลิตไฟฟ้าได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และส่งผลกระทบต่อความคุ้มค่าในการลงทุน
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องวางแผนควบคู่ไปกับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ คือ ปัญหาการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในระยะยาว เนื่องจากหากมีผู้ติดตั้งเต็มเป้าหมาย คาดว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า จะมีซากแผงโซลาร์เซลล์เสื่อมสภาพไม่ต่ำกว่า 10 ล้านแผง
ภาครัฐควรใช้โอกาสนี้จัดทำระบบบริหารจัดการขยะอย่างเป็นรูปธรรม ออกระเบียบบังคับให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายต้องรับผิดชอบรับซื้อซากแผงและแบตเตอรี่กลับไปกำจัดหรือรีไซเคิลอย่างถูกต้อง พร้อมเจียดงบประมาณจัดทำฐานข้อมูลกลางเพื่อควบคุมมาตรฐานอุปกรณ์ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ
ปภ.เตือน 6 จังหวัดภาคกลาง-กทม. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง 27 ต.ค.-5 พ.ย.
เปิดตัว “โซลาร์ภาคประชาชน” 1 ล้านครัวเรือน PEA–MEAหนุนใช้พลังงานสะอาด
"บุ๋ม ปนัดดา" เปิดใจไม่เกี่ยวที่ดินนครนายกของสามี โชว์สัญญาซื้อขาย 2.5 ล้าน
ความคุ้มค่าโซลาร์เซลล์
今天(2026 年 10 月 27 日),独立能源专家 Prayapol Kumsap 教授公布了“全民太阳能”项目的成本效益分析结果。该项目由政府支持,政府将为每户家庭提供 50,000 泰铢的补贴,并以每单位 2.20 泰铢的价格回购用户向电网输送的多余电力。
据估计,这些条件是促使人们转向清洁能源的重要因素,因为补贴可以帮助减轻初始投资负担,并显著缩短安装商的投资回收期,从大约 7-8 年缩短到大约 5 年。
就投资回报和经济可行性而言,普拉亚波尔教授举例说,安装一个 5 千瓦的太阳能电池系统,该系统通常每天平均产生约 18 个单位的电力。
如果一个家庭平均每天用电量为15度,那么他们每天大约可以节省60泰铢。通过将多余的3度电按购电价卖回电网,他们不仅可以减少开支,还能获得每月超过2000泰铢的收入。
然而,只有拥有合理用电习惯的家庭才能从该计划中获得最大收益。这意味着,为了获得最显著的成本降低,房屋必须主要有人居住,且用电时间主要集中在白天,平均每月用电量达到500度或以上,或每月电费达到2000-3000泰铢或以上。
虽然该项目在一定程度上具有成本效益,但普拉亚波尔教授指出,政府应该重新考虑一些限制因素,特别是 5 万泰铢的补贴,目前可能过高。
虽然每单位 2.20 泰铢的回购价格和 5 千瓦的最大购买量相对较低,但投资者可能会损失剩余的未使用电力,这些电力无法产生收入,从而无法帮助他们更快地收回投资。
此外,由于住宅的物理限制,政府设定的100万户家庭的目标可能难以实现。例如,屋顶结构可能不足以支撑重量,阳光照射方向可能不合适,或者高层建筑可能遮挡阳光,导致发电效率低下,影响投资回报。
与经济可行性一同需要考虑的另一个关键问题是电子垃圾的长期管理。如果达到预期的安装率,预计未来20年内至少会有1000万块废弃的太阳能电池板。
政府应借此机会建立一套切实可行的废物管理体系,制定相关法规,要求制造商和分销商承担回购废弃太阳能电池板和蓄电池的责任,以便进行妥善处置或回收利用。此外,还应拨出专项预算,建立一个中央数据库,从一开始就对设备标准进行管控。
泰国防灾减灾厅(DDPM)警告泰国中部六个府和曼谷,10月27日至11月5日期间需警惕高潮。
“全民太阳能发电”计划已启动,惠及 100 万户家庭;PEA 和 MEA 支持使用清洁能源。
“Boom Panadda”否认与她丈夫在Nakhon Nayok的土地有任何关系,并出示了一份价值250万泰铢的销售合同。
太阳能电池的成本效益