9 เดือนปี 69 "โรงแรม-ที่พัก" เลิกกิจการพุ่ง 42%2026 年前九个月,酒店和住宿业倒闭数量激增 42%。
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเตือนธุรกิจโรงแรม-ที่พักยังเปราะบาง หลังยอดจดทะเบียนเลิกกิจการ 9 เดือนเพิ่ม 42% ผู้ประกอบการเผชิญการแข่งขันสูง ต้นทุนเพิ่มและภาวะขาดทุนสะสม

วันนี้ (27 ต.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วง 9 เดือนของปี 2569 ธุรกิจโรงแรมและที่พักจดทะเบียนตั้งใหม่ 779 แห่ง ซึ่งมีจำนวนลดลง และมีการจดทะเบียนเลิกกิจการ 148 แห่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 42 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ท่ามกลางนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ เมื่อเทียบกับก่อนโควิด สวนทางกับจำนวนที่พักที่เพิ่มขึ้น ทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น ผู้ประกอบการแบกภาวะขาดทุนสะสม ทำให้บางรายไปต่อไม่ไหว
ศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า โรงแรมบางแห่งตัดสินใจปิดกิจการถาวร ขณะที่บางแห่งเลือกปิดให้บริการชั่วคราว ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว เพื่อลดต้นทุน ขณะเดียวกันพฤติกรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน เปลี่ยนจากการเดินทางเป็นกรุ๊ปทัวร์ มาเป็นกลุ่มเล็กลง
โรงแรมและที่พักประมาณ 15,000 แห่งทั่วประเทศ มีการจ้างงานกว่า 430,000 คน โดยร้อยละ 98 เป็นโรงแรมขนาดเล็ก ซึ่งเผชิญปัญหาสภาพคล่อง ขณะที่ค่าแรงคิดเป็นร้อยละ 25-30 ของต้นทุนทั้งหมด ทำให้บางแห่งต้องลดจำนวนพนักงาน หรือใช้มาตรการหยุดงานโดยไม่รับค่าจ้าง
นรี สุเนต์ตา นายกสมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็กประเทศไทย ระบุว่า แม้เข้าสู่ช่วงปลายเดือน ต.ค. ซึ่งตามปกติเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยว แต่โฮสเทลหลายแห่งยังเงียบเหงา โดยอัตราการเข้าพักในเมืองหลักลดลงร้อยละ 30-40 นอกจากนี้ยังเผชิญการแข่งขันจากผู้ประกอบการต่างชาติ ซึ่งอาจมีความได้เปรียบด้านต้นทุน
อีกปัจจัยกดดันคือ ต้นทุนการเดินทาง โดยเฉพาะราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนชะลอการเดินทางมาไทย หรือเลือกประเทศที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า เช่น เวียดนาม จึงเสนอให้ภาครัฐช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อ เร่งผลักดัน พ.ร.บ.สถานที่พักแรม ทบทวนการเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ และลดต้นทุนการเดินทาง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของไทย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ธุรกิจโรงแรมและที่พักในปี 2570 ยังเผชิญความท้าทายจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่กระทบการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและเพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุน โดยคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยอยู่ที่ประมาณ 31-33 ล้านคน และต้องจับตาตลาดระยะไกลทั้งยุโรป อเมริกาและตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ ไม่เฉพาะธุรกิจโรงแรม ซึ่งมีข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังพบว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีธุรกิจจดทะเบียนเลิกกิจการทั่วประเทศกว่า 13,000 ราย
ลดราคาน้ำมัน B20 - E20 เหลือ 33.50 บาท/ลิตร มีผล 28 ต.ค.นี้
ส่งออกไทยรับอานิสงส์ AI นำเข้าพุ่ง 50.4% ฉุดดุลการค้า
เปิดตัว "โซลาร์ภาคประชาชน" 1 ล้านครัวเรือน PEA–MEA หนุนใช้พลังงานสะอาด
据记者今日(2026年10月27日)报道,2026年前九个月,新增酒店及住宿场所779家,较2025年同期有所下降;与此同时,倒闭企业148家,较2025年同期增长42%。这是在国际旅游业尚未完全恢复到新冠疫情前水平,而住宿需求却不断增长,导致竞争加剧的情况下出现的。许多企业持续亏损,部分企业甚至难以为继。
清迈旅游商业协会主席苏帕米特·基查皮帕特透露,一些酒店已决定永久关闭,而另一些酒店则选择在淡季暂时歇业以降低成本。与此同时,外国游客,尤其是中国游客的出行方式也从大型旅行团转向小型团队游。
全国约有15,000家酒店和住宿场所,雇佣了超过430,000名员工,其中98%是面临资金周转困难的小型酒店。劳动力成本占总支出的25%至30%,迫使一些酒店裁员或实行无薪休假。
泰国青年旅舍及小型住宿协会主席纳丽·苏内塔表示,虽然已是十月底,通常标志着旅游旺季的开始,但许多青年旅舍依然冷清。主要城市的入住率下降了30%至40%。此外,他们还面临着来自外国运营商的竞争,这些运营商可能具有成本优势。
另一个促成因素是旅行成本,尤其是不断上涨的机票价格,这导致一些游客推迟了前往泰国的行程,或者选择越南等成本更低的国家。因此,建议政府采取措施增加流动性,扩大信贷渠道,加快《住宿法》的颁布,审查外国游客的收费标准,并降低旅行成本,以增强泰国的竞争力。
开泰研究中心预测,到2027年,地缘政治紧张局势将继续给泰国酒店及住宿业带来挑战,影响旅游业复苏并加剧成本压力。该中心预测,届时将有约3100万至3300万外国游客到访泰国,并强调需要密切关注欧洲、美洲和中东等长途客源市场。
此外,受影响的不仅仅是酒店业。商业发展部的数据还显示,2026年前九个月,全国有超过13000家企业登记停止运营。
自10月28日起,B20和E20燃料的价格将降至每升33.50泰铢。
人工智能促进泰国出口,进口激增 50.4%,影响贸易平衡。
“全民太阳能发电”计划已启动,惠及 100 万户家庭;PEA 和 MEA 支持使用清洁能源。