สรุปข่าว บุ๋ม-ปนัดดา จากประเด็นที่ดินสามี สู่ปัญหาภายในครอบครัว新闻摘要:Boom Panadda 的故事,从她丈夫的土地问题到家庭内部问题。
สรุปมหากาพย์ ข่าวบุ๋ม ปนัดดา ม้วนเดียวจบ จากประเด็นที่ดินสามีรุกล้ำป่า สู่ดราม่าปัญหาภายในครอบครัว จนถึงขั้นขอหย่าสามี

Home » โซเชียล » สรุปข่าว บุ๋ม-ปนัดดา จากประเด็นที่ดินสามี สู่ปัญหาภายในครอบครัว
สรุปมหากาพย์ ข่าวบุ๋ม ปนัดดา ม้วนเดียวจบ จากประเด็นที่ดินสามีรุกล้ำป่า สู่ดราม่าปัญหาภายในครอบครัว จนถึงขั้นขอหย่าสามี
สรุปประเด็นร้อน หลัง บุ๋ม ปนัดดา ออกแถลงการณ์เปิดใจทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าตนเองถูกหักหลังอย่างหนัก เงินเก็บของลูกจำนวน 7 ล้านบาทหายไปทั้งหมด นอกจากนี้ยังเปิดเผยประเด็นชู้สาวที่เกี่ยวข้องกับบุคคล 2 คน คือเด็กอายุ 18 ปี และน้องคนสนิท สร้างความตกใจให้กับผู้ติดตามและสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก เรื่องเริ่มจากเพจดังเปิดประเด็น ที่ดินสามีพิธีกรดังรุกล้ำป่า เพจดังโพสต์ข้อมูลว่า รีสอร์ตและสนามวิ่งเทรลของสามีพิธีกรชื่อดังรายหนึ่ง บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนประมาณ 100 ไร่ ในจังหวัดนครนายก ต่อมาเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ และระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกที่ดินของกระทรวงกลาโหม และความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ บุ๋ม ปนัดดา จึงออกมาชี้แจงต่อสาธารณะ เพราะก่อนหน้านี้มีปัญหาเรื่องเงินทอง และมีเจ้าหนี้บางรายเข้าใจผิดว่าเธอเป็นหุ้นส่วนในกิจการดังกล่าวด้วย
บุ๋มยืนยันว่าไม่เคยรู้เรื่องที่ดินแปลงนี้มาก่อน และไม่เคยไปที่นั่นเลย ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ยืนยันได้ เพราะสามีไม่เคยให้เธอไป แต่ให้คนอื่นไปแทน เธอรู้เพียงว่าสามีทำธุรกิจวิ่งเทรล เพราะเห็นเหรียญรางวัลส่งมาที่บ้าน จนเมื่อเกิดเรื่องขึ้น เธอค้นตู้เซฟของสามีและพบเอกสารสัญญาซื้อขายที่ดินลงวันที่ 5 ตุลาคม 2567 ราคา 2.5 ล้านบาท ซึ่งด้านทนายความอธิบายว่า ที่ดินประเภทนี้ซื้อขายไม่ได้ตามกฎหมาย สัญญาดังกล่าวอาจทำขึ้นเพื่อเลี่ยงกฎหมาย และภรรยาที่จดทะเบียนสมรสก็ไม่จำเป็นต้องรับรู้การซื้อขายทุกรายการ บุ๋มยังย้ำว่าเงินของมูลนิธิไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะเงินบริจาคเพิ่งเข้ามาช่วงน้ำท่วมแม่สายปลายปี 2567 ก่อนหน้านั้นเธอใช้เงินของตัวเองมาตลอด
ในเรื่องการเงิน บุ๋มเล่าว่าเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 เธอกู้เงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เกือบ 5 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายส่วนตัวและทำมูลนิธิ จากนั้นในเดือนตุลาคม 2567 สามีมาขอเงินเกือบ 3 ล้านบาทไปทำธุรกิจ ซึ่งเธอเพิ่งรู้ว่านำไปซื้อที่ดินแปลงที่เป็นปัญหา เรื่องที่ทำให้เธอแทบล้มทั้งยืนคือเงินสด 7 ล้านบาทในตู้เซฟหายไป เงินก้อนนี้เป็นเงินขวัญถุงที่สบู่เบนเนทมอบให้รับขวัญน้องอเล็กซ์และน้องอาร์เธอร์ เมื่อถามสามีว่าเงินอยู่ที่ไหน สามีตอบเพียงว่า “ใช้หมดแล้ว” โดยไม่บอกว่านำไปใช้ทำอะไร ขณะเดียวกัน เจ้าหนี้ของสามีจากภูเก็ตและที่อื่น ๆ รวมถึงค่าถมที่ ก็เริ่มโทรมาทวงเงินกับเธอไม่หยุด ฟางเส้นสุดท้ายคือวันที่ 12 ตุลาคม สามีโทรมาขอเงินอีก 10 ล้านบาท แต่เธอปฏิเสธ เพราะยังต้องผ่อนบ้านใหม่และจ่ายค่าตกแต่งอีกกว่าสิบล้านบาท บุ๋มบอกว่าเครียดมาก และรู้สึกเหมือนเป็นเพียงตู้ ATM ที่ต้องแบกรับทุกอย่าง ส่วนที่เธอไม่รู้ความเคลื่อนไหวของสามี เป็นเพราะทั้งคู่แยกห้องนอนกันแล้วหลังจากเธอจับได้เรื่องมือที่สาม
บุ๋มเล่าว่า ความร้าวฉานเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงที่เธอใกล้คลอดน้องอาร์เธอร์ในปี 2567 แม้เธออยากรักษาครอบครัวไว้ แต่สามีกลับมีพฤติกรรมชู้สาว ผู้หญิงคนแรกคือลูกสาวของพี่เลี้ยงในบ้าน อายุราว 17-18 ปี ซึ่งเธอระบุว่าสามีแอบพาไปเลี้ยงเบียร์และตกลงจะส่งเสียเลี้ยงดู เรื่องนี้ทำให้เธอตัดสินใจแยกกันใช้ชีวิต แต่ยังอยู่บ้านเดียวกันเพื่อทำหน้าที่พ่อแม่ให้ลูก ระหว่างนั้นสามีไม่ให้เกียรติเธอ มักพูดจาเหน็บแนมและเปรียบเทียบเธอกับช่างแต่งหน้า และเธอยังเคยพบถุงยางอนามัยในกระเป๋าเดินทางของสามีหลังกลับจากภูเก็ต
เรื่องที่สร้างความเจ็บปวดให้บุ๋มมากที่สุดคือผู้หญิงคนที่สอง ซึ่งเป็นน้องคนสนิทที่ทำงานร่วมกันมาเกือบ 10 ปี เธอไว้ใจน้องคนนี้มากจนคนภายนอกคิดว่าเป็นลูกบุญธรรม บุ๋มเพิ่งรู้จากพี่เลี้ยงว่าน้องคนนี้แอบเข้าออกบ้านมานานแล้ว มักมาช่วงเช้าหรือบ่าย และรีบกลับก่อนที่เธอจะเลิกงาน นอกจากนี้ น้องคนนี้ยังเป็นคนที่สามีพาไปสนามวิ่งเทรล และสามีเป็นคนช่วยผ่อนรถให้ด้วย วันที่ 19 กันยายน บุ๋มส่งไลน์ไปต่อว่าน้องคนนี้ว่า “แม่รักหนูมาก ทำไมทำกับแม่แบบนี้ ทำร้ายแม่ขนาดนี้ได้ยังไง เรื่องผู้ชายยังไม่เจ็บเท่าน้องทำเลย” แต่ในเย็นวันเดียวกัน ขณะที่เธอไปงานศพ น้องคนนี้ก็ยังมาที่บ้าน วันต่อมาเธอพยายามเข้าไปพูดคุยด้วย แต่อีกฝ่ายเดินหนีและไม่คุยกับเธออีกเลย
บุ๋มเล่าต่อว่า เมื่อเธอจับได้เรื่องน้องคนสนิท สามีโทรมาต่อว่าเธอเป็นชั่วโมง อ้างว่าถ้าไม่มีเขา มูลนิธิก็เดินต่อไม่ได้ และเธอได้ดีเพราะเขา เธอยังอ้างว่าสามีแอบอัดคลิปเสียงไว้ข่มขู่ และบอกเพื่อน ๆ ว่าหากเธอเปิดเผยเรื่องนี้ เขาจะปล่อยคลิปเพื่อให้สังคมเข้าใจผิดว่าเธอเป็นฝ่ายมีชู้ นอกจากนี้ สามียังพยายามแอบถ่ายหน้าจอโทรศัพท์ของเธอเวลามีข้อความแจ้งเตือนขึ้นมา เพื่อหาเรื่องจับผิด อย่างไรก็ตาม บุ๋มยืนยันว่าไม่กลัว เพราะสื่อมวลชนรู้ดีว่าเรื่องความรักของเธอเปิดเผยมาตลอด เลิกกับใครหรือคบกับใครก็บอกหมด ไม่เคยปิดบัง
เหตุการณ์ตึงเครียดเกิดขึ้นในเช้าวันที่ 13 ตุลาคม หนึ่งวันหลังจากสามีขอเงิน 10 ล้านบาทไม่สำเร็จ บุ๋มเล่าว่าสามีแอบพาลูกชายทั้งสองคนออกจากบ้าน สลับทะเบียนรถ และไม่รับสายใครเลย เธอจึงขอให้หนุ่ม กรรชัย ช่วยตามหา จนพบว่าสามีพาลูกไปอยู่ที่ร้านคาร์แคร์ย่านคลองสาม ซึ่งเธอเพิ่งรู้ตอนนั้นว่าสามีแอบเปิดกิจการไว้ สามีไล่ตำรวจโดยบอกว่า “ไม่ต้องมายุ่ง เรื่องของครอบครัว” แล้วเดินทางไปภูเก็ต ต่อมาในวันที่ 20 ตุลาคม สามีเข้ามาในบ้านและตรงไปที่ห้องตู้เซฟ ซึ่งเธอคาดว่ามาหาเอกสารที่ดิน เธอกลัวมากจนต้องอุ้มลูกวิ่งหนีออกจากบ้านด้วยเท้าเปล่า ทั้งที่ยังใส่กางเกงขาสั้น และไปหลบอยู่ที่โรงแรม
อีกเรื่องที่สร้างความหวาดกลัวคือ บุ๋มเล่าว่าตลอด 6 ปี สามีไม่เคยสนใจน้องอันดามันเลย แต่จู่ ๆ ก็โทรไปคาดคั้นถามพี่เลี้ยงว่าน้องอันดามันเรียนที่ไหนและพักหอพักใด หนึ่งสัปดาห์ต่อมา มีชายแปลกหน้าซึ่งอ้างว่ามาจากจังหวัดสุพรรณบุรี ขับรถชนรถของน้องอันดามันถึงหน้าบ้าน แล้วตะคอกข่มขู่ให้ลงจากรถ จนบุ๋มต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจด้วยตัวเอง ปัจจุบันน้องอันดามันยังหวาดผวาอย่างมาก บุ๋มเชื่อว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
บุ๋มประกาศผ่านสื่อถึงสามีว่า “หย่ากันเถอะ ไปตามทางของพี่” และนัดให้ไปจดทะเบียนหย่าที่สำนักงานเขตบางพลัด เวลา 09.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เธอขอดูแลน้องอเล็กซ์และน้องอาร์เธอร์เองทั้งหมด เพราะไม่อาจปล่อยให้ลูกเติบโตท่ามกลางเจ้าหนี้ ส่วนบ้านใหม่ที่สามีขอให้ใส่ชื่อลูก เธอบอกว่าถ้าอยากได้ก็ให้เอาไป แต่ต้องผ่อนเอง นอกจากนี้ บุ๋มประกาศพักการจัดรายการ “เคลียร์ชัดๆ” เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อแสดงความรับผิดชอบและพักเยียวยาจิตใจ เพราะไม่มีความสุขที่ต้องสัมภาษณ์ข่าวของคนอื่นในขณะที่ตัวเองก็บอบช้ำ เธอยังเตรียมเดินทางไปภูเก็ตเพื่อปลดป้ายมูลนิธิออกจากธุรกิจของสามีที่นำชื่อไปแอบอ้าง และระบุว่าหากเจ้าหนี้รายใดหรือหญิงสาววัย 18 ปีต้องการฟ้องร้องหรือเรียกร้องสิ่งใด เธอยินดีจัดหาทนายความให้ทั้งหมด
首页 » 社交媒体 » 新闻摘要:Boom Panadda的故事,从丈夫的土地纠纷到家庭问题
本文概述了围绕 Boom Panadda 的整个事件,从涉及她丈夫森林土地的土地侵占问题,到家庭内部矛盾,最终到她提出离婚的请求。
女演员Boom Panadda发表声明,透露自己遭到严重背叛,孩子700万泰铢的积蓄不翼而飞。她还爆出自己与两名男子有染,其中一人是18岁的少年,另一人是她的密友,此事震惊了她的粉丝和网络社区。事件起因于一个热门Facebook页面曝光了一位知名电视主持人丈夫侵占土地的问题。该页面发布消息称,这位主持人的丈夫在泰国那空那育府拥有的度假村和越野跑道侵占了约100莱(约30公顷)的受保护森林土地。随后,官方展开调查,认定该区域侵犯了国防部的土地所有权,并违反了《森林法》。Boom Panadda随后发表公开声明澄清事实,因为她之前也曾面临财务困境,一些债权人误以为她是该企业的合伙人。
Boom坚称她事先对这块地毫不知情,也从未去过那里。当地居民可以证实这一点,因为她的丈夫从未允许她去,而是派其他人去。她只知道丈夫经营越野跑生意,因为她看到过寄到家里的奖牌。事发后,她搜查了丈夫的保险箱,发现了一份日期为2024年10月5日、金额为250万泰铢的土地购买协议。她的律师解释说,这种类型的土地在法律上是不能买卖的,这份合同很可能是为了规避法律而伪造的。此外,合法妻子没有义务了解每一笔交易。Boom还强调,基金会的资金并未参与其中,因为捐款只在2024年底湄赛洪灾期间才收到;在此之前,她一直都是用自己的钱。
关于财务方面,Boom回忆说,2024年6月,她从暹罗商业银行(SCB)贷款近500万泰铢用于个人开支和支持她的基金会。同年10月,她的丈夫又向她索要近300万泰铢用于一项商业投资,后来她发现这笔钱被用来购买了那块有争议的土地。更令她崩溃的是,保险箱里700万泰铢的现金不翼而飞。这笔钱是Bennet肥皂公司送给他们两个儿子Alex和Arthur的礼物。当她问丈夫钱的去向时,他只是简单地回答“全没了”,却没有透露钱的用途。与此同时,她丈夫在普吉岛和其他地方的债权人,包括负责土地平整的债权人,开始不停地给她打电话。压垮她的最后一根稻草是10月12日,她的丈夫打电话来索要1000万泰铢,她拒绝了,因为他们还有超过1000万泰铢的抵押贷款和装修费用要还。 Boom说她压力极大,感觉自己像个提款机,独自承担所有重担。她解释说,自从发现丈夫出轨后,他们就分房睡,所以她不知道丈夫的下落。
Boom回忆说,婚姻破裂始于2024年她即将生下儿子Arthur的时候。尽管她想挽救这个家庭,但她的丈夫却背叛了她。第一个出轨的女人是他们保姆的女儿,大约17、18岁。Boom说,她的丈夫偷偷带她出去喝酒,并同意提供经济支持。这导致她决定分居,但为了履行父母的责任,他们仍然住在同一屋檐下。在那段时间里,她的丈夫对她极不尊重,经常说些讽刺挖苦的话,还把她比作化妆师。她甚至有一次从普吉岛回来后,在丈夫的行李箱里发现了避孕套。
最让Boom伤心的是第二个女人,一个和她共事近十年的亲密同事。Boom非常信任她,以至于外人都以为她是自己的养女。Boom最近从她的护理员那里得知,这个女人长期以来一直在偷偷地出入她们家,通常是在早上或下午,而且总是在Boom下班前匆匆离开。更糟糕的是,这个女人还是Boom丈夫带去越野跑的那个人,甚至还帮她付车贷。9月19日,Boom发了一条LINE消息责骂她:“妈妈很爱你。你为什么要这样对我?你怎么能这么伤我的心?你对男人做的事比那件事还让我难过。” 但就在当天晚上,Boom参加葬礼的时候,这个女人还是来到了家里。第二天,Boom试图和她谈谈,但那个女人却转身离开,拒绝再和她说话。
Boom继续说道,当她发现丈夫与他的好友有染后,丈夫打电话对她进行了长达数小时的辱骂,声称没有他,基金会就无法继续运作,而她却从中获利。她还指控丈夫秘密录下了他们的对话,以此勒索她,并告诉朋友,如果她揭露这段婚外情,他就会公布录音,误导公众,让他们以为她有外遇。此外,每当她的手机出现通知时,丈夫都会偷偷拍摄屏幕,试图找出她的错误。然而,Boom坚称自己并不害怕,因为媒体都知道她一直以来都对自己的感情生活坦诚相待,无论是分手还是交往,她都会如实告知,从不隐瞒任何事情。
10月13日清晨,紧张的局面爆发了。就在前一天,她丈夫索要1000万泰铢的请求被驳回。Boom回忆说,丈夫偷偷带走了两个儿子,更换了车牌,并且不再接听电话。她请求Num Kanchai帮忙寻找儿子,最终在Khlong Sam地区的一家洗车店找到了他们。后来她才知道,这家洗车店是她丈夫偷偷开的。丈夫赶走了警察,说:“别管,这是我们家的事。”然后去了普吉岛。10月20日,丈夫再次进入家中,径直去了保险室,估计是去取土地文件。Boom惊恐万分,光着脚,穿着短裤,带着儿子们逃出了家门,躲进了一家酒店。
据Boom回忆,另一件可怕的事情是,六年来,她的丈夫从未对他们的女儿Andaman表现出任何关心。突然,他打电话给保姆,不停地追问Andaman的学习情况以及她住在哪个宿舍。一周后,一个自称来自素攀武里府的陌生人,开车撞上了Andaman的车,就停在她们家门口,然后对着她大喊大叫,威胁她下车。Boom不得不亲自去报警。Andaman至今仍心有余悸,Boom认为这起事件绝非偶然。
Boom通过媒体向丈夫宣布:“我们离婚吧,你各走各的路。”并预约了第二天上午9点在邦帕区办事处办理离婚登记。她表示,她会亲自照顾Alex和Arthur,因为她不能让孩子们在债主的包围下长大。对于丈夫想把新房子登记在孩子们名下,她说房子可以给他们,但房贷必须由他们自己承担。此外,Boom宣布暂停一个月的“澄清事实”节目,以便承担责任并疗愈情绪,因为她觉得自己还在情绪低落的时候采访别人让她很痛苦。她还准备前往普吉岛,移除丈夫公司未经许可使用她名字的基金会标志。她表示,如果任何债权人或那位18岁的女子想要提起诉讼或提出任何索赔,她愿意提供法律援助。