ไร้ผู้นำแต่รวมพลังได้ทั้ง "เซอร์เบีย" เบื้องหลัง นศ.ชนะเลือกตั้งปิดฉากรัฐบาล 14 ปี群龙无首却团结一致:塞尔维亚学生在选举中获胜,结束了长达 14 年的政府,背后的故事。
จากโศกนาฏกรรมคร่า 16 ชีวิตสู่การประท้วงต่อต้านคอร์รัปชันทั่วประเทศ ขบวนการ นศ.เซอร์เบีย เปลี่ยนความไม่พอใจของประชาชนกลายเป็นชัยชนะในสนามเลือกตั้ง จนรัฐบาลที่ครองอำนาจมา 14 ปีต้องยอมรับความพ่ายแพ้ นำไปสู่ฉากการเฉลิมฉลองทั่วประเทศ

BBC วิเคราะห์ว่า ชัยชนะของขบวนการนักศึกษาต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งไม่มีผู้นำทางการเมืองที่ชัดเจน ในการเลือกตั้งรัฐสภาเซอร์เบีย ไม่ใช่แค่ความพ่ายแพ้ของพรรคที่ครองอำนาจมายาวนานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า ความไม่พอใจที่สะสมอยู่ในสังคมสามารถเปลี่ยนจากการชุมนุมประท้วงบนท้องถนนไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองผ่านการเลือกตั้งได้
เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2569 ผลนับคะแนนเบื้องต้นของคณะกรรมการการเลือกตั้งเซอร์เบีย หลังนับคะแนนไปแล้วร้อยละ 97 ของหน่วยเลือกตั้ง ระบุว่ากลุ่ม Student List ซึ่งเป็นบัญชีผู้สมัครที่เกิดจากขบวนการนักศึกษา ได้รับคะแนน 2,250,000 คะแนน หรือ ร้อยละ 52.7 ขณะที่พรรค Serbian Progressive Party (SNS) ของอดีตประธานาธิบดีอเล็กซานดาร์ วูชิช ได้ 1,670,000 คะแนน หรือ ร้อยละ 39.2
วูชิชยอมรับอย่างชัดเจนว่าพรรคของเขาแพ้การเลือกตั้ง ขณะที่ประชาชนออกมาฉลองตามเมืองสำคัญ ทั้งกรุงเบลเกรด เมืองโนวีซาด และเมืองอื่น ๆ ผู้สนับสนุนเต้นรำ ตะโกนคำว่า "ชัยชนะ" บีบแตรรถ และจุดดอกไม้ไฟ ภาพเหล่านี้สะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่มองว่าผลเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยน หลังการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลดำเนินมานานเกือบ 2 ปี
แต่การจะเข้าใจว่าเหตุใดขบวนการที่ไม่มีผู้นำทางการเมืองชัดเจนจึงเอาชนะพรรคที่ครองอำนาจมายาวนานได้ จำเป็นต้องย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นของการประท้วง รวมถึงวิธีที่นักศึกษาขยายข้อเรียกร้องจากการเรียกร้องความรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรม ให้กลายเป็นคำถามใหญ่เกี่ยวกับการบริหารประเทศและความชอบธรรมของรัฐบาล
อดีตประธานาธิบดีเซอร์เบีย อเล็กซานดาร์ วูชิช
โศกนาฏกรรม 16 ชีวิต จุดเริ่มต้นของความไม่พอใจ
วันที่ 1 พ.ย.2567 หลังคาคอนกรีตบริเวณทางเข้าสถานีรถไฟเมืองโนวีซาดพังถล่มลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 16 คน เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้ประชาชนอย่างมาก และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมเรียกร้องความยุติธรรม ประชาชนส่วนหนึ่งตั้งคำถามว่า โศกนาฏกรรมอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาคอร์รัปชัน ความประมาทเลินเล่อ และการกำกับดูแลโครงการสาธารณะที่บกพร่องหรือไม่
นักวิจารณ์เชื่อมโยงปัญหาที่เกิดขึ้นกับการปรับปรุงสถานีรถไฟ ซึ่งมีข้อบกพร่องร้ายแรง และรัฐบาลของวูชิช แต่ตัววูชิชและพรรค SNS ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชันมาโดยตลอด
เหตุการณ์นี้จึงไม่ได้ทำให้สังคมตั้งคำถามเพียงว่าใครต้องรับผิดชอบต่อผู้เสียชีวิต แต่ยังทำให้ประชาชนสงสัยว่า หน่วยงานรัฐทำงานอย่างโปร่งใสหรือไม่ เมื่อเกิดความผิดพลาดมีใครต้องรับผิด และประชาชนสามารถตรวจสอบผู้มีอำนาจได้จริงเพียงใด
เฮเลนา อิวานอฟ จากสถาบันวิจัย Henry Jackson Society มองว่า การพังถล่มของหลังคาสถานีเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ประชาชนหมดความอดทน หลังจากนั้น การประท้วงของนักศึกษาที่เริ่มขึ้นในมหาวิทยาลัยและตามถนนในเมืองต่าง ๆ ก็ค่อย ๆ ขยายวงกว้างจนกลายเป็นการเคลื่อนไหวระดับประเทศ มีทั้งเกษตรกร นักแสดง ผู้พิพากษา และประชาชนจากหลากหลายอาชีพเข้าร่วม
จุดเปลี่ยนสำคัญคือ การเคลื่อนไหวไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเรียกร้องความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ครั้งนั้นอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่การตั้งคำถามต่อระบบการเมืองโดยรวม ประชาชนส่วนหนึ่งเห็นว่า การรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพของหน่วยงานรัฐ การบังคับใช้กฎหมาย และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับสื่อ
จากการประท้วงของนักศึกษา สู่ขบวนการระดับประเทศ
ในช่วงแรก นักศึกษามุ่งประท้วงในมหาวิทยาลัยและเดินขบวนเรียกร้องความยุติธรรม แต่เมื่อเวลาผ่านไป ขบวนการสามารถดึงคนที่ไม่พอใจรัฐบาลในเรื่องอื่น ๆ ให้เข้าร่วมมากขึ้น จนการเคลื่อนไหวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะนักศึกษาหรือคนรุ่นใหม่อีกต่อไป
ขบวนการนักศึกษายังเลือกใช้วิธีจัดการเคลื่อนไหวผ่านที่ประชุมของนักศึกษาในแต่ละคณะ แทนการรวมอำนาจไว้ที่ผู้นำเพียงคนเดียว ทำให้การตัดสินใจมีลักษณะกระจายอำนาจ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนกำหนดทิศทางของขบวนการ
วูชิชประกาศเลือกตั้งก่อนกำหนดในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ขบวนการกลุ่มนักศึกษาจึงต้องเปลี่ยนแรงสนับสนุนจากการประท้วงให้เป็นการทำงานทางการเมืองอย่างจริงจัง ทั้งการคัดเลือกผู้สมัคร การหาเสียง และการเตรียมผู้สังเกตการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง เพื่อช่วยตรวจสอบความผิดปกติ
เฮเลนา อิวานอฟมองว่า จุดแข็งของนักศึกษาคือความสามารถในการเปลี่ยนความโกรธและความเศร้าจากโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นองค์กรที่พร้อมลงสนามเลือกตั้ง ขณะที่กอร์ดานา เดลิช จากโครงการบอลข่านของ German Marshall Fund of the United States มองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีลักษณะคล้ายการลงประชามติว่า ประชาชนต้องการให้ประเทศเดินหน้าต่อภายใต้ระบบเดิม หรือเลือกเปลี่ยนทิศทางทางการเมือง
ไร้ผู้นำแต่รวมพลังได้ทั้ง "เซอร์เบีย" เบื้องหลัง นศ.ชนะเลือกตั้งปิดฉากรัฐบาล 14 ปี
ทำไมรัฐบาลที่ครองอำนาจมานานจึงแพ้
วูชิชและพรรค SNS ครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 2555 เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาแล้ว 2 วาระ จึงไม่สามารถลงสมัครเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 3 ได้ การเลือกตั้งรัฐสภาครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่เขาหวังจะพาพรรคกลับมาจัดตั้งรัฐบาล และกลับไปรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง
วูชิชยังมีฐานสนับสนุนจำนวนมาก โดยผู้สนับสนุนมองว่าเขาเป็นผู้นำที่เข้มแข็งและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ รัฐบาลยังสามารถนำผลงานด้านเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายเพิ่มเงินบำนาญ เงินเดือนข้าราชการ รวมถึงการลงทุนในระบบสาธารณสุข มาใช้สร้างความเชื่อมั่นได้
อย่างไรก็ตาม ผลงานทางเศรษฐกิจอาจไม่เพียงพอที่จะรักษาความนิยม เมื่อประชาชนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบของรัฐ โศกนาฏกรรมที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 16 คนกลายเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ข้อสงสัยเรื่องการบริหารประเทศและการตรวจสอบหน่วยงานรัฐมีน้ำหนักมากขึ้นในสายตาผู้ประท้วง
อีกประเด็นที่ขบวนการนักศึกษาหยิบยกขึ้นมาคือ ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองกับหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะข้อเรียกร้องให้ยุติการแต่งตั้งบุคคลที่ภักดีต่อพรรคให้เป็นผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ และลดอิทธิพลทางการเมืองที่มีต่อสื่อสาธารณะ
ชัยชนะของกลุ่ม Student List จึงไม่ได้หมายความว่าประชาชนทุกคนเห็นตรงกันในทุกนโยบาย แต่สะท้อนว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากพร้อมสนับสนุนทางเลือกใหม่ เพื่อท้าทายโครงสร้างอำนาจที่ดำรงอยู่มายาวนาน
นศ.ไม่ได้ลงสมัครเอง แต่เลือกคนจากหลายอาชีพเข้าสู่รัฐสภา
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้กลุ่ม Student List จะเกิดจากขบวนการนักศึกษา แต่ผู้สมัครทั้ง 250 คนที่ลงแข่งขันในรัฐสภาไม่ได้เป็นนักศึกษาโดยตรง นักศึกษาเลือกบุคคลจากหลายสาขาอาชีพเข้ามาเป็นผู้สมัคร ทั้งแพทย์ นักแสดง นักวิชาการ นักกีฬา และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ
อิลิยา ซอดาโนวิช ศาสตราจารย์ด้านโรคหัวใจจากมหาวิทยาลัยในเมืองโนวีซาด เป็นหนึ่งในผู้สมัครลำดับต้น ๆ ของบัญชีรายชื่อ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าเขาจะได้เป็นผู้นำเซอร์เบียคนต่อไปหรือไม่
ตามการประเมินผลสุดท้ายของกลุ่มสำรวจอิสระ CeSID และ Ipsos คาดว่าจะมีผู้สมัครจากกลุ่ม Student List จำนวน 141 คนได้ที่นั่งในรัฐสภา ในจำนวนนี้มีบุคคลที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เช่น เดยัน โบโดรกา อดีตนักบาสเกตบอลชื่อดัง ตีโฮเมียร์ สตานิช นักแสดง นิโคลา มิกิช นักร้องโอเปรา และเดยัน โชสกิช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางเซอร์เบีย รวมถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยอีกหลายคน
การเลือกผู้สมัครจากหลายอาชีพช่วยให้ขบวนการนำคนที่มีความเชี่ยวชาญนอกแวดวงการเมืองเข้ามาทำงานได้ แต่ก็มีความท้าทายตามมา เพราะบุคคลเหล่านี้อาจยังไม่คุ้นเคยกับการเจรจาต่อรองในรัฐสภา การบริหารราชการ และการรวบรวมเสียงสนับสนุนเพื่อผลักดันกฎหมาย
ซาร์โก โคราช อดีตรองนายกรัฐมนตรีและนักวิจารณ์พรรคชาตินิยมในเซอร์เบีย มองว่า ผู้สมัครที่มาจากพื้นฐานต่างกันและอาจมีแนวคิดทางการเมืองไม่เหมือนกัน จะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถทำงานร่วมกันและจัดตั้งรัฐบาลที่บริหารประเทศได้จริงหรือไม่
วาระมุ่งปราบคอร์รัปชัน ปฏิรูปสื่อ และลดอิทธิพลพรรคการเมือง
ภารกิจของผู้ที่ได้รับเลือกตั้งคือการผลักดันวาระของขบวนการ ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มความโปร่งใสและปรับปรุงการทำงานของหน่วยงานรัฐ ขบวนการย้ำว่า ผู้แทนที่เข้าสู่ระบบการเมืองต้องทำงานอย่างรับผิดชอบ และไม่ลืมว่าประชาชนเลือกพวกเขาเข้ามาเพื่ออะไร
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชันหรือการใช้อิทธิพลทางการเมือง ต้องได้รับการตรวจสอบตามกฎหมาย รัฐบาลเดิมและพรรค SNS ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชันและการพยายามควบคุมสื่อมาโดยตลอด ดังนั้น รัฐบาลใหม่จึงต้องพิสูจน์ว่าการตรวจสอบจะดำเนินไปอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ใช้กลไกของรัฐตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม
ก่อนวันลงคะแนน การเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด รายงานระบุว่า ณ เวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเลือกตั้งที่ 25 ต.ค.2569 มีผู้ใช้สิทธิแล้วร้อยละ 64.9 ของผู้มีสิทธิทั้งหมด ก่อนที่หน่วยเลือกตั้งจะปิดในอีก 2 ชั่วโมงต่อมา ตัวเลขดังกล่าวทำให้ฝ่ายนักศึกษามีความหวัง เพราะนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า หากผู้ใช้สิทธิสุดท้ายสูงถึงร้อยละ 65 ขึ้นไป ก็อาจเป็นประโยชน์ต่อกลุ่ม Student List
มีรายงานว่าประชาชนต่อแถวยาวเพื่อใช้สิทธิ ทั้งในเมืองใหญ่และเมืองเล็ก รวมถึงหน่วยเลือกตั้งในต่างประเทศที่มีชุมชนชาวเซอร์เบีย เช่น ในสโลวีเนีย เยอรมนี ลอสแอนเจลิสและชิคาโกในสหรัฐฯ ตลอดจนกรุงปารีสในฝรั่งเศส ซึ่งประชาชนบางส่วนต้องรอท่ามกลางฝนตกหนัก
ขณะที่องค์กรเฝ้าระวังอิสระ CRTA รายงานพบความผิดปกติหลายกรณีและเหตุรุนแรงที่เพิ่มขึ้นบริเวณหน่วยเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว AFP รายงานว่า ตำรวจยังไม่ได้ยืนยันว่ามีเหตุความรุนแรงเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งใหญ่เกิดขึ้น
ฝ่ายกลุ่มนักศึกษาเตรียมผู้สังเกตการณ์อย่างน้อย 2 คน/หน่วยเลือกตั้ง จากทั้งหมด 8,210 หน่วย เพื่อช่วยตรวจสอบความโปร่งใส ขณะเดียวกัน จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ระบุไว้ 6,450,000 คน เมื่อเทียบกับประชากรราว 6,530,000 คน ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความถูกต้องของทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย
วูชิชยังมีอิทธิพลทางการเมือง แม้พรรคจะแพ้เลือกตั้ง
ความพ่ายแพ้ของพรรค SNS ไม่ได้หมายความว่าอิทธิพลของวูชิชจะหมดไปทันที เขายังมีผู้สนับสนุนส่วนหนึ่งที่มองว่าเขาเป็นผู้นำเข้มแข็งและมีผลงานด้านเศรษฐกิจ นอกจากนี้ เครือข่ายทางการเมืองและบุคลากรที่ทำงานอยู่ในระบบราชการภายใต้รัฐบาลเดิม ก็เป็นปัจจัยที่รัฐบาลใหม่ต้องรับมือ
ก่อนหน้านี้ วูชิชเคยกล่าวถึงผู้ประท้วงในแง่บวกว่าเป็นผู้มีเจตนาดี แต่ในช่วงก่อนเลือกตั้งกลับกล่าวหาว่าพวกเขาพยายามโค่นล้มเซอร์เบีย
หลังยอมรับความพ่ายแพ้ วูชิชยังกล่าวหาว่าขบวนการนักศึกษาได้รับการสนับสนุนจากประเทศในยุโรปโดยไม่ระบุชื่อ และ "รัฐบางรัฐ" ของสหรัฐฯ นอกจากนี้ เขายังกล่าวกับผู้สนับสนุนว่า ขบวนการนักศึกษาทำให้ประเทศเสียหายตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และจะถูกเอาชนะได้เร็วกว่าที่คาด
หลังผลเลือกตั้งออกมา ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวชื่นชมบทบาทของอดีตประธานาธิบดีวูชิช ในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเซอร์เบียกับรัสเซีย พร้อมหวังว่ากลุ่มการเมืองใหม่ในกรุงเบลเกรดจะเข้าใจว่าความร่วมมือกับมอสโกเป็นประโยชน์ต่อเซอร์เบีย และย้ำว่าความร่วมมือจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความตั้งใจจากทั้ง 2 ฝ่าย
ในอีกด้านหนึ่ง ปีเตอร์ มักยาร์ นายกรัฐมนตรีฮังการี แสดงความยินดีต่อชัยชนะของกลุ่ม Student List และกล่าวถึงการพูดคุยกับผู้นำขบวนการว่า ชัยชนะของพรรคเขาในการเลือกตั้งเดือน เม.ย. ช่วยสร้างกำลังใจให้ฝ่ายนักศึกษา ก่อนหน้านี้ พรรคของมักยาร์เพิ่งยุติการครองอำนาจ 16 ปีของวิกตอร์ ออร์บาน ขณะที่พรรค SNS ของวูชิชครองอำนาจในเซอร์เบียมาตั้งแต่ปี 2555 หรือราว 14 ปี
ส่วนมาร์ตา คอส กรรมาธิการยุโรปด้านการขยายสมาชิกภาพ ระบุว่า เซอร์เบียอาจกำลังเริ่มต้นบทใหม่ และประตูสู่สหภาพยุโรปยังเปิดอยู่ พร้อมแสดงความพร้อมที่จะเดินหน้าไปด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าเซอร์เบียจะเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศทันที รัฐบาลใหม่ยังต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าเข้าใกล้สหภาพยุโรปอย่างไร จะรักษาความสัมพันธ์กับรัสเซียไว้ในระดับใด และจะสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และแรงกดดันจากพันธมิตรต่างประเทศอย่างไร
ชนะเลือกตั้งเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การตั้งรัฐบาลคือบททดสอบที่แท้จริง
แม้ผลเลือกตั้งจะชี้ว่าขบวนการนักศึกษาสามารถเอาชนะพรรคที่ครองอำนาจมานานได้ แต่ยังมีคำถามสำคัญว่าใครจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลใหม่จะมีเสถียรภาพมากน้อยเพียงใด เพราะนักศึกษาไม่ได้ลงสมัครด้วยตัวเอง แต่เลือกบุคคลจากหลายอาชีพเข้ามาเป็นผู้แทนในรัฐสภา
ผู้สมัครเหล่านี้ต้องเปลี่ยนข้อเรียกร้องจากการประท้วงให้กลายเป็นนโยบาย กฎหมาย และการปฏิรูปที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะการปราบคอร์รัปชัน การปฏิรูปสื่อ การตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ และการลดการใช้ความภักดีต่อพรรคเป็นเกณฑ์แต่งตั้งผู้บริหารหน่วยงานสาธารณะ
แม้การเลือกผู้สมัครจากหลากหลายอาชีพจะช่วยให้ขบวนการมีภาพเป็นทางเลือกใหม่ แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าทุกคนจะเห็นตรงกัน การจัดตั้งรัฐบาลจึงต้องอาศัยการเจรจา การประนีประนอม การจัดลำดับความสำคัญของนโยบาย และการสร้างข้อตกลงที่ทำให้ผู้แทนสามารถทำงานร่วมกันได้
แต่การเปลี่ยนแปลงที่จะอยู่ได้นานต้องเกิดจากการทำงานของรัฐบาลใหม่ ประชาชนต้องเห็นว่าหน่วยงานรัฐทำงานโดยไม่ถูกครอบงำด้วยผลประโยชน์ทางการเมือง ผู้กระทำผิดได้รับการตรวจสอบตามกฎหมาย และเมื่อหน่วยงานรัฐทำผิดพลาดก็ต้องมีผู้รับผิดชอบ
กรณีเซอร์เบียจึงแสดงให้เห็นว่า โศกนาฏกรรมอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง แต่การทำให้การประท้วงมีพลังทางการเมืองต้องอาศัยการจัดตั้งองค์กร การขยายแนวร่วม การลงสนามเลือกตั้ง และการติดตามตรวจสอบคะแนนเสียงอย่างเป็นระบบ
รัฐบาลเดิมอาจพ่ายแพ้ในวันเลือกตั้ง แต่การพิสูจน์ว่าประชาชนจะได้ประเทศที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบมากขึ้นหรือไม่ ต้องใช้เวลา และสำหรับขบวนการนักศึกษาเซอร์เบีย
ภารกิจที่ยากที่สุดอาจไม่ใช่การเอาชนะวูชิช แต่เป็นการรักษาความไว้วางใจของประชาชน หลังเปลี่ยนพลังจากท้องถนนให้กลายเป็นอำนาจในรัฐสภาแล้ว
วิป 3 ฝ่ายเคาะวันซักฟอก 7-11 ธ.ค. ฝ่ายค้านได้ 51 ชม. รัฐบาล 17 ชม.
ตั้ง คกก.กลั่นกรองแจ้งความเอาผิด ม.112 เพจ Godd Dam
"เอกนัฏ" รื้อโครงสร้างน้ำมัน ถอดต้นทุนทิพย์ลดต้นทุน 1.08 หมื่นล้าน/ปี
ประท้วงต่อต้านคอร์รัปชัน
BBC 分析认为,缺乏明确政治领袖的学生反腐败运动在塞尔维亚议会选举中取得胜利,不仅是长期执政党的失败,也反映了社会长期积累的不满情绪如何通过选举从街头抗议转化为政治变革。
2026年10月26日,塞尔维亚选举委员会公布的初步结果显示,在统计了97%的选票后,由学生运动组成的候选人名单“学生名单”获得了225万张选票,得票率为52.7%;而前总统亚历山大·武契奇领导的塞尔维亚进步党(SNS)获得了167万张选票,得票率为39.2%。
武契奇公开承认其所在政党在选举中败北,而贝尔格莱德、诺维萨德等主要城市民众则欢庆胜利。支持者们载歌载舞,高呼“胜利”,鸣笛庆祝,燃放烟花。这些景象反映了公众将此次选举结果视为近两年反政府抗议活动后的一个转折点。
但要了解为什么一个没有明确政治领袖的运动能够击败一个长期执政的政党,就必须回顾抗议活动的起源,包括学生们如何将他们的诉求从要求对这场悲剧负责扩展到对政府治理和合法性的更广泛质疑。
塞尔维亚前总统亚历山大·武契奇
这场夺去16条生命的悲剧,是民众不满情绪的开端。
2024年11月1日,诺维萨德火车站入口处的混凝土屋顶坍塌,造成16人死亡。这一事件震惊了公众,并引发了要求伸张正义的抗议活动。一些市民质疑,这场悲剧是否与公共项目的腐败、疏忽和监管不力有关。
批评人士将这些问题与火车站的翻新工程(被认为存在严重缺陷)以及武契奇政府联系起来,但武契奇及其塞尔维亚进步党一直否认腐败指控。
这一事件不仅引发了人们对谁应对这些死亡负责的质疑,也引发了公众对政府机构透明度的怀疑,质疑在出现错误时谁会承担责任,以及公民如何有效地监督当权者。
亨利·杰克逊协会的海伦娜·伊万诺夫认为,火车站屋顶坍塌事件将人们的忍耐推向了极限。此后,始于大学校园和城市街头的学生抗议活动逐渐发展成为一场全国性运动,农民、演员、法官以及各行各业的人士都加入了进来。
一个关键的转折点是,这场运动不再局限于要求追究事件责任,而是扩展到质疑整个政治体制。一些公民认为,这场悲剧的责任与政府机构的素质、执法部门的运作以及政府与媒体之间的关系直接相关。
从学生抗议发展成为全国性运动。
起初,学生们主要在校园内举行抗议活动和游行示威,要求伸张正义。然而,随着时间的推移,这场运动吸引了更多对政府其他方面不满的人们,因此,这场运动不再局限于学生或年轻人。
学生运动选择通过各学院的学生会议来组织活动,而不是将权力集中在单一领导人手中。这使得决策方式更加分散,也让参与者能够参与决定运动的方向。
武契奇去年九月宣布提前举行大选,迫使学生运动将支持重心从抗议活动转向严肃的政治工作。这包括遴选候选人、开展竞选活动以及培训投票观察员以监督选举是否存在违规行为。
海伦娜·伊万诺夫认为,学生们的力量在于他们能够将悲剧带来的愤怒和悲痛转化为一个准备参加选举的组织。与此同时,来自美国巴尔干项目德国马歇尔基金会的戈尔达娜·德利希则将这次选举视为一次全民公投:人民是希望国家继续沿用现有体制,还是选择改变政治方向?
群龙无首却团结一致:塞尔维亚学生在选举中获胜,结束了长达 14 年的政府,背后的故事。
为什么长期执政的政府会失败?
武契奇及其领导的斯洛伐克进步党自2012年以来一直执政。他已担任两届总统,因此无资格竞选第三届。此次议会选举对他而言是一次带领其政党重返执政地位,并有可能再次出任总理的机会。
武契奇也拥有广泛的支持基础,支持者视他为捍卫国家利益的强有力领导人。政府还可以利用过去十年取得的经济成就,包括基础设施建设、提高养老金和公务员薪资的政策以及对医疗保健系统的投资,来提振民众信心。
然而,当公众质疑政府的透明度和问责制时,经济表现可能不足以维持支持率。这场造成16人死亡的悲剧,加剧了抗议者对政府行政管理和政府机构监管的怀疑。
学生运动提出的另一个问题是政党与政府机构之间的关系,特别是他们要求停止任命忠于党的个人担任国有企业的管理职位,并减少政治对公共媒体的影响。
学生名单党的胜利并不意味着所有公民都同意每一项政策,但这反映出大量合格选民准备支持一种新的替代方案,以挑战长期存在的权力结构。
学生们自己没有参选,而是从各行各业中选派人进入议会。
有趣的是,尽管学生名单党起源于学生运动,但参选的250名议员候选人中,没有一位是直接的学生。学生们从各行各业挑选候选人,包括医生、演员、学者、运动员和经济专家。
来自诺维萨德一所大学的心脏病学教授伊利亚·索尔达诺维奇是候选人名单上的热门人选之一,但他是否会成为塞尔维亚的下一任领导人仍不明朗。
根据独立民调机构CeSID和Ipsos的最终评估,学生名单的141名候选人预计将在议会中获得席位。其中包括一些知名人士,例如前篮球明星德扬·博德罗加、演员蒂霍米尔·斯坦尼奇、歌剧演唱家尼古拉·米奇和前塞尔维亚中央银行行长德扬·乔什基奇,以及几位大学教授。
从不同专业背景中选拔候选人有助于将政治领域以外的专业知识引入职场,但也带来了一些挑战。这些人可能缺乏议会谈判、公共管理以及如何争取支持以推动立法等方面的经验。
塞尔维亚民族主义政党的前副总理兼批评者扎尔科·科拉奇认为,来自不同背景、可能持有不同政治意识形态的候选人必须证明他们能够合作,组建一个能够有效治理国家的政府。
该议程的重点是打击腐败、改革媒体和削弱政党的影响力。
当选者的使命是推进运动的议程,旨在提高政府机构的透明度并改善其运作。该运动强调,进入政治体系的代表必须尽职尽责,不忘人民选举他们的初衷。
然而,对腐败或滥用职权的指控必须依法调查。前政府和叙利亚进步党一直否认腐败指控以及试图控制媒体的行为。因此,新政府必须证明调查将公正进行,不会利用国家机器对反对派进行报复。
选举前夕气氛紧张。据报道,截至2026年10月25日选举日当地时间下午6点,在投票站两小时后关闭前,已有64.9%的合格选民投出了选票。这一数字让学生选民看到了希望,因为一些分析人士认为,最终投票率达到65%或更高可能有利于学生名单党。
据报道,在包括斯洛文尼亚、德国、美国洛杉矶和芝加哥以及法国巴黎等有塞尔维亚社区的海外投票站在内的各大城市和小城市,都出现了排长队的投票情况,在巴黎,一些人甚至不得不在大雨中等待。
尽管独立监督机构 CRTA 报告称,投票站附近出现了多起违规行为和暴力事件增多,但法新社报道称,警方尚未证实发生任何与选举有关的重大暴力事件。
学生团体正在8210个投票站中,每个投票站至少安排两名观察员,以确保选举的透明度。与此同时,官方公布的合格选民人数为645万,而该国人口约为653万,这引发了人们对选民登记册准确性的质疑。
尽管武契奇所在的政党输掉了选举,但他仍然拥有政治影响力。
塞尔维亚进步党(SNS)的败选并不意味着武契奇的影响力立即消失。他仍然拥有一部分支持者,他们视他为一位经济成就卓著的强力领导人。此外,前政府的政治网络和公务员队伍也是新政府必须应对的因素。
此前,武契奇曾对示威者表示积极评价,称他们怀有善意,但在选举前夕,他指责他们试图推翻塞尔维亚。
承认败选后,武契奇还指责学生运动得到了一些未指明的欧洲国家和“美国某些州”的支持。他进一步告诉支持者,学生运动在过去两年里损害了国家利益,而且会比预期更快地被击败。
选举结果公布后,克里姆林宫发言人德米特里·佩斯科夫赞扬了前总统武契奇在发展塞尔维亚与俄罗斯关系方面发挥的作用。他还表示希望贝尔格莱德的新政治派别能够理解与莫斯科合作对塞尔维亚有利,并强调这种合作需要双方的意愿。
另一方面,匈牙利总理彼得·马扎尔祝贺学生名单党获胜,并表示他所在的政党在四月份的选举中获胜提振了学生的士气。马扎尔的政党此前刚刚结束了维克托·欧尔班长达16年的统治,而武契奇领导的塞尔维亚进步党自2012年以来一直执政,至今已有约14年。
与此同时,欧盟拓展事务专员玛尔塔·科斯表示,塞尔维亚可能正在开启新的篇章,欧盟的大门依然敞开,并表示愿意与塞尔维亚携手前进。
然而,政府更迭并不意味着塞尔维亚的外交政策会立即改变。新政府仍需决定如何进一步拉近与欧盟的关系,与俄罗斯保持何种程度的关系,以及如何在经济利益、安全以及来自外国盟友的压力之间取得平衡。
赢得选举只是开始;组建政府才是真正的考验。
尽管选举结果表明学生运动能够击败长期占据主导地位的政党,但关于谁将成为首相以及新政府的稳定性等关键问题仍然存在,因为学生们自己并没有参选,而是选举了来自各行各业的人士代表他们在议会中任职。
这些候选人必须将他们的抗议诉求转化为具体的政策、法律和改革,尤其要重点打击腐败、改革媒体、审查公职人员,并减少将党派忠诚度作为任命公职人员的标准。
虽然从不同行业中挑选候选人能让这场运动展现出一种新选择的形象,但这并不能保证获得广泛共识。因此,组建政府需要谈判、妥协、确定政策优先顺序,并达成协议,使代表们能够共同合作。
但要实现持久的变革,必须源于新政府的工作。公众必须看到政府机构的运作不受政治利益的左右,违法者依法受到追究,政府机构失误的责任人也必须被追究责任。
因此,塞尔维亚的例子表明,悲剧可能是变革的开始,但要使抗议活动在政治上获得力量,就需要组织起来,扩大联盟,参与选举,以及系统地监督选票。
现任政府可能会输掉选举,但要证明人民将获得一个更加透明和负责任的国家,还需要时间,塞尔维亚学生运动就是这种情况。
最困难的任务或许不是打败武契奇,而是在将街头权力转化为议会权力之后,如何维持公众的信任。
三党党鞭已将不信任投票辩论的日期定为12月7日至11日。反对党将有51个小时的辩论时间,而执政党有17个小时。
已成立一个委员会,负责审查针对 Godd Dam Facebook 页面违反第 112 条的投诉。
“Ekanat”计划重组石油行业,取消成本效益高的措施,每年可降低成本108亿泰铢。
抗议腐败。