ญาติวีรชนพฤษภา 35 ค้านรัฐแทรกแซงสื่อสาธารณะ ย้ำต้องเป็นอิสระจากอำนาจรัฐ-ทุน1992 年 5 月烈士的亲属反对政府干预公共媒体,强调媒体需要独立于国家和资本权力。
ญาติวีรชนพฤษภา 35 แถลงการณ์หนุนเครือข่ายสื่อและภาคประชาสังคม ค้านรัฐแทรกแซงสื่อสาธารณะ ย้ำสื่อสาธารณะต้องเป็นอิสระจากอำนาจรัฐและทุน แนะไทยพีบีเอสต้องปฏิรูปองค์กรโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนและเครือข่ายสื่อพลเมือง

วันนี้ (29 ต.ค.2569) คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ออกแถลงการณ์ ปกป้องสื่อสาธารณะ หยุดรัฐและทุนคุมสื่อ ปฏิรูปสื่อเพื่อประชาชนตามเจตจำนงวีรชนพฤษภา 35
โดยคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ขอร่วมสนับสนุนเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลงและภาคประชาสังคมเพื่อเสรีภาพสื่อมวลชน คัดค้านความพยายามแทรกแซงและแปรสภาพองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) โดยการนำของ สส.พรรคภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรีที่ร่วมเห็นชอบ พยายามผลักดันร่างกฎหมายเพื่อควบคุมสื่อ โดยเปลี่ยนรูปแบบงบประมาณสนับสนุนจากระบบภาษีสรรพสามิต ในกลไกหักเงินบำรุงองค์การจากภาษีสุราและยาสูบโดยตรง เปลี่ยนแหล่งงบประมาณให้ไทยพีบีเอส (รวมถึง สสส.) รับการจัดสรรเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาลแทน
การเปลี่ยนเป็นการรับงบประมาณจากภาครัฐแทนแบบนี้ ถือเป็นการพยายามควบคุมสื่อที่สามารถวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้อย่างอิสระ ในฐานะสื่อสาธารณะ ให้เป็นสื่อของรัฐแทน คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 เห็นว่า สื่อสาธารณะไม่ใช่สื่อของรัฐ และรัฐบาลมีกรมประชาสัมพันธ์ของตนเองอยู่แล้ว
ปัจจุบัน ฝ่ายบริหารมีเครื่องมือสื่อสารและสถานีโทรทัศน์รวมถึงวิทยุกระจายเสียงของรัฐอยู่ในการกำกับดูแลโดยตรงอย่างเพียงพอในการสื่อสารนโยบายและภารกิจราชการ แต่เจตนารมณ์ในการก่อตั้ง "ไทยพีบีเอส" ไม่เคยมีและต้องไม่มีสถานะเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลหรือฝ่ายการเมืองใด สื่อสาธารณะดำรงอยู่บนหลักการเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน การพยายามใช้อำนาจทางกฎหมายหรือกลไกฝ่ายบริหารเข้าไปครอบงำ ถือเป็นการบิดเบือนนิยามสากลของ "สื่อบริการสาธารณะ" (Public Service Broadcasting) และเป็นการถอยหลังเข้าคลองของระบอบประชาธิปไตย
บทเรียนเลือดพฤษภาคม 2535 จาก "ทีวีเสรี" สู่ "ไทยพีบีเอส" นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากความอนุเคราะห์ของรัฐบาลชุดใด แต่กำเนิดขึ้นจากบาดแผลทางประวัติศาสตร์และเจตนารมณ์อันแรงกล้าของวีรชนในเหตุการณ์ "พฤษภา 2535" ซึ่งในขณะนั้น สื่อโทรทัศน์ทุกช่องถูกรัฐควบคุมและปิดกั้นข่าวความจริง จนเกิดการเรียกร้องสื่อโทรทัศน์ที่เป็นอิสระ นำไปสู่การจัดตั้งสถานีโทรทัศน์เสรี หรือ iTV ในยุคแรก เพื่อเป็นหลักประกันด้านเสรีภาพข้อมูลข่าวสาร แม้ต่อมาไอทีวีจะเผชิญวิกฤตจากการถูกครอบงำโดยกลุ่มทุนและการเมือง แต่บทเรียนอันเจ็บปวดเหล่านั้นได้ตกผลึกเป็นพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 เพื่อสร้างสถาบันสื่อที่มีเกราะป้องกันทั้งจาก "อำนาจรัฐ" และ "อำนาจทุนผูกขาด"
โครงสร้างของไทยพีบีเอสถูกออกแบบตามมาตรฐานสากล เช่นเดียวกับ British Broadcasting Corporation (BBC) ของสหราชอาณาจักร และ Nippon Hoso Kyokai (NHK) ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าหัวใจสำคัญที่สุดคือ ความเป็นอิสระทางบรรณาธิการ และหลักความรับผิดชอบต่อสาธารณะ การใช้แหล่งเงินทุนจากภาษีจัดสรรเฉพาะ ก็เพื่อไม่ให้ฝ่ายการเมืองใช้กลไกงบประมาณมาบีบบังคับหรือตัดทอนการทำหน้าที่ตรวจสอบ เป็นกลไกที่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จึงขอเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทย ให้ยุติการพยายามแก้ไขกฎหมายเพื่อแทรกแซงสื่อสาธารณะ และกองทุนสุขภาพของประชาชน ยุติความพยายามหรือกระบวนการใด ๆ ที่มุ่งจำกัดอำนาจการบริหาร ลดทอนความเป็นอิสระ หรือเปลี่ยนโครงสร้างการกำกับดูแลของไทยพีบีเอสให้อยู่ใต้บังคับบัญชาของฝ่ายรัฐบาล โดยเคารพหลักการถ่วงดุลอำนาจ ตระหนักว่าสื่อสาธารณะคือพื้นที่กลางในการตรวจสอบ สะท้อนเสียงของกลุ่มเปราะบาง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพลเมือง ซึ่งเป็นเสาหลักที่ขาดไม่ได้ในระบอบประชาธิปไตย
คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ขอร่วมปกป้องสิทธิการรับรู้ของประชาชน เสรีภาพของสื่อมวลชนคือเสรีภาพของประชาชน การครอบงำสื่อสาธารณะเท่ากับเป็นการลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงความจริงที่รอบด้านของสังคมไทย เสรีภาพและความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะคือเส้นแบ่งสำคัญระหว่างรัฐประชาธิปไตยกับรัฐอำนาจนิยม
ของเรียกร้องให้ไทยพีบีเอสคงสถานะเป็นสื่อสาธารณะของประชาชนอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันฝ่ายบริหารและนโยบายไทยพีบีเอสต้องมีการปฏิรูปองค์การในฐานะสื่อสาธารณะโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนและเครือข่ายสื่อพลเมือง ให้ทำงานอย่างโปร่งใส ให้สังคมมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เพื่อใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ รับใช้ประชาชนและสังคม โดยไม่เลือกปฏิบัติตามเจตนารมณ์สื่อสาธารณะต่อไป
"นายกฯ" ยังไม่เซ็นรับรองร่าง กม. 4 ฉบับ ยกเลิกภาษีบาปอุดหนุน 4 องค์กร
เครือข่ายปชช. ชุมนุมเรียกร้องนายกฯ "อนุทิน" หยุดเซ็นรับรอง กฎหมาย 4 ฉบับ
สมาคมสภาผู้สูงอายุฯ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ค้านร่างแก้กฎหมายภาษีบาป 4 ฉบับ
คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
今天(2026 年 10 月 29 日),1992 年 5 月烈士亲属委员会发表声明,呼吁保护公共媒体,结束国家和资本对媒体的控制,并根据 1992 年 5 月烈士的遗愿,为人民进行媒体改革。
1992年5月烈士家属委员会谨此支持“媒体变革网络”和“公民社会新闻自由联盟”,反对泰自豪党议员及其总理企图干预和改造泰国公共广播服务公司(Thai PBS)。他们正试图通过立法控制媒体,将资金来源从消费税改为直接从烟酒税中扣除,从而使泰国公共广播服务公司(以及泰国健康促进基金会)的资金来源转而来自政府年度预算。
这种转向接受政府资助的做法被视为试图控制那些可以自由批评政府公共广播工作的媒体,将其转变为国家媒体。1992年5月烈士家属委员会则认为,公共媒体并非国家媒体,而且政府本身就设有公共关系部门。
目前,行政部门拥有充足的沟通工具,包括国有电视台和广播电台,这些机构均在其直接监管之下,用于宣传政策和政府使命。然而,“泰国公共广播公司”(Thai PBS)的成立初衷从来都不是,也绝不应该是成为政府或任何政党的喉舌。公共媒体的存在原则是民有、民治、民享。任何试图利用法律权力或行政机制来控制公共媒体的行为,都歪曲了“公共服务广播”的普遍定义,并且是民主的倒退。
从“自由电视”到“泰国公共广播公司(Thai PBS)”,1992年5月的血腥教训并非源于任何政府的扶持,而是源于历史创伤和1992年5月事件英雄们的坚强意志。当时,所有电视频道都受到国家控制和压制,这促使人们要求建立独立的电视媒体。最终,为了保障信息自由,泰国第一家自由电视台iTV应运而生。尽管iTV后来因受到资本集团和政治势力的控制而面临危机,但这些惨痛的教训最终促成了2008年《泰国公共广播服务法》的颁布,该法案建立了一个免受“国家权力”和“垄断资本权力”双重侵害的媒体机构。
泰国公共广播公司(Thai PBS)的组织架构按照国际标准设计,与英国广播公司(BBC)和日本放送协会(NHK)类似,这两家机构都因其编辑独立性和公共问责制的核心价值观而享誉全球。使用纳税人拨款,可以防止政治派别利用预算机制胁迫或削弱其监督职能,从而真正维护公众利益。
因此,1992年5月烈士家属委员会呼吁总理和泰自豪党停止试图修改法律以干预公共媒体和公共卫生基金。他们必须停止任何旨在限制行政权力、破坏独立性或改变泰国公共广播公司(Thai PBS)监管结构以将其置于政府控制之下的企图或程序,尊重权力制衡原则。他们必须认识到,公共媒体是一个中立的监督空间,反映弱势群体的声音,并促进公民参与——这些都是民主不可或缺的支柱。
1992年5月烈士家属委员会加入捍卫公众知情权的行列。新闻自由是人民的自由。垄断公共媒体等同于剥夺泰国社会获取全面真相的基本权利。公共媒体的自由和独立是民主国家与威权国家之间的一条关键分界线。
我们敦促泰国公共广播公司(Thai PBS)保持其作为真正公共广播机构的地位。同时,泰国公共广播公司的管理和政策必须通过公众和公民媒体网络的参与,进行改革,使其真正成为一家公共广播机构。这包括秉持公共广播的精神,以透明的方式运作,允许社会参与监督,高效利用预算,并无差别地服务于公众和社会。
总理尚未签署四项法案草案,这些法案将取消罪恶税和对四个组织的补贴。
公民们组成网络,集会要求总理阿努廷停止签署四项法律。
老年人理事会协会向总理递交了一封信,反对拟议的四项罪恶税法修正案。
1992年5月烈士亲属委员会
泰国公共广播机构