ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และรถไฟฟ้าชานเมืองสีแดง国王和王后陛下为曼谷中央车站和红线郊区铁路举行了落成典礼。
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเปิด "สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์" เส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน "นครวิถี" และเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม "ธานีรัถยา" และ ทอดพระเนตรนิทรรศการวิวัฒน์รถไฟไทย

วันนี้ (29 ต.ค.2569) เวลา 17.22 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด "สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์" เส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน "นครวิถี" และเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม "ธานีรัถยา" กับทอดพระเนตรนิทรรศการ "วิวัฒน์รถไฟไทย" ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย และข้าราชการ เฝ้าฯ รับเสด็จ
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และรถไฟฟ้าชานเมืองสีแดง
การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล จบแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาส พระราชวโรกาสให้ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย และ น.ส.มณฑกาญจน์ ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ การรถไฟแห่งประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย "สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์" เส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน "นครวิถี" และเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม "ธานีรัถยา"
"สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์" อันเป็นนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีความหมายว่า "ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งแห่งกรุงเทพมหานคร" และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะที่ 1 ว่า "นครวิถี" หมายถึง "เส้นทางของเมือง" และพระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะที่ 1 ว่า "ธานีรัถยา" หมายถึง "เส้นทางของเมือง"
จากนั้นเสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายบัตรโดยสารทองคำ เส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน "นครวิถี" แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายบัตรโดยสารทองคำ เส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม "ธานีรัถยา" แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
ต่อจากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายวีระยุทธ โพธิ์ใหญ่ หัวหน้าสำนักงานผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย กราบบังคมทูลเบิกผู้มีอุปการคุณ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก ตามลำดับ เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยในแผ่นศิลา จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์
เวลาต่อมาเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการ "วิวัฒน์รถไฟไทย" ประกอบด้วย 3 หัวข้อ ได้แก่ หัวข้อที่ 1 จุดเริ่มต้นของกิจการรถไฟไทย "จากพระราชดำริ...สู่รากฐานการพัฒนาประเทศ" มีเนื้อหาเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของเส้นทางรถไฟสายแรกในประเทศไทย จากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดนครราชสีมา สร้างขึ้นเมื่อปี 2434 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาจึงได้ขยายเส้นทางไปยังแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย และมีการปรับปรุงพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง
หัวข้อที่ 2 ระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง "นครวิถี" "ธานีรัถยา" "เส้นทางของเมือง" มีเนื้อหาเกี่ยวกับรถไฟชานเมืองสายสีแดง ที่เชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมระหว่างกรุงเทพมหานครกับปริมณฑล ทั้ง 4 ทิศทาง เชื่อมโยงย่านใจกลางเมืองกับพื้นที่ชานเมืองให้เป็นพื้นที่เดียวกัน เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเพิ่มทางเลือกในการเดินทางแก่คนที่อาศัยอยู่ในเมือง ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แก้ไขปัญหาจราจร และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
และหัวข้อที่ 3 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ "ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งแห่งกรุงเทพมหานคร" มีเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์สู่ย่านธุรกิจแห่งใหม่ทางทิศเหนือของกรุงเทพมหานคร และต้นแบบ "เมืองน่าอยู่อัจฉริยะ" โดยมีสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการเดินทาง ซึ่งจะพัฒนาพื้นที่ให้ครอบคลุมทั้งด้านธุรกิจ การค้า การลงทุน การทำงาน การอยู่อาศัย การพักผ่อนหย่อนใจ นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี
เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ปลัดกระทรวงคมนาคม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายขบวนรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน "นครวิถี" จำลอง แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายขบวนรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม "ธานีรัถยา" จำลอง แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ
ทั้งนี้กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างศูนย์กลางระบบราง เพื่อเป็นสถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทดแทนสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรก เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2564 มีพื้นที่โดยรวมทั้งหมด 2,475 ไร่ สามารถขยายสถานีเพื่อรองรับรถไฟหลากหลายระบบ
ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ อันเป็นการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมควบคู่ไปกับการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อให้สถานีแห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่ประชาชนสามารถเชื่อมต่อการเดินทางไปยังทุกจุดหมาย
สำหรับตัวอาคาร "สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์" แบ่งพื้นที่เป็น 4 ชั้น ได้แก่ ชั้นใต้ดิน เป็นลานจอดรถสำหรับบุคคลทั่วไป และผู้พิการ ชั้นที่ 1 เป็นชั้นจำหน่ายบัตรโดยสารรถไฟ มีโถงพักคอยและรับผู้โดยสาร รวมถึงเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้ามหานครสาย "เฉลิมรัชมงคล" และเชื่อมต่อรถประจำทางสาธารณะรูปแบบอื่น ๆ ชั้นที่ 2 ให้บริการรถไฟทางไกล และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ชั้นที่ 3 เป็นพื้นที่เตรียมรองรับรถไฟความเร็วสูง และรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน ปัจจุบัน สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ให้บริการรถไฟทางไกลเชื่อมโยงการเดินทางจากทุกภูมิภาค สายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ สายใต้ สายตะวันออก และสายตะวันตก เข้าสู่ส่วนกลาง รวมถึงรถไฟชานเมืองสายสีแดง ขนส่งประชาชนระหว่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
"พระราชินี" เสด็จฯ ญี่ปุ่น เพื่อทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2027
"ในหลวง" ทอดพระเนตรการทรงฝึกบินเดี่ยวกับเครื่องบิน Gripen เป็นครั้งแรกของ "พระราชินี"
สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
รถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน
รถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม
2026年10月29日下午5点22分,国王陛下和王后陛下前往曼谷乍都乍区曼谷中央车站,为“曼谷中央车站”、轻红色郊区铁路“那空威提线”和深红色郊区铁路“他尼叻塔亚线”举行了正式的开通仪式,并参观了“泰国铁路发展史”展览。泰国总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔先生、副总理兼交通部长皮帕·拉差吉帕卡恩先生、交通部常务秘书皮亚蓬·吉瓦纳库尔派沙尔先生、泰国国家铁路局局长阿南·波提尼姆登先生以及其他政府官员迎接了国王陛下和王后陛下。
国王和王后陛下为曼谷中央车站和红线郊区铁路举行了落成典礼。
国王陛下进入礼殿,点燃香烛,供奉三宝,并从主持僧侣处接受戒律。随后,国王陛下接见了泰国国家铁路局局长和信息技术总监蒙塔卡恩·斯里维拉萨女士,他们向国王陛下和王后陛下赠送了纪念册。
随后,国王陛下前往仪式台,按下电按钮,揭开了“曼谷中央车站复兴”的标志,标志着浅红色郊区铁路“那空维提”线和深红色郊区铁路“他尼叻他亚”线的开通。
“曼谷中央发展站”是国王陛下赐予的名称,意为“曼谷日益繁荣”。国王陛下还慷慨地将浅红色郊区铁路(一期工程)的邦苏至塔林占段命名为“那空维提”,意为“城市之路”;将深红色郊区铁路(一期工程)的邦苏至兰实段命名为“他尼叻他亚”,意为“城市之路”。
随后,国王陛下前往礼仪亭,向僧侣们敬献供品并敬酒。僧侣们献上祝福并诵经祈祷。之后,国王陛下接见了副总理兼交通部长,后者向国王陛下赠送了一张“那空威提”轻红线郊区铁路的金质车票;国王陛下又接见了交通部副部长西里蓬·昂卡萨库基亚特先生,后者向王后陛下赠送了一张“他尼叻他亚”深红线郊区铁路的金质车票。
随后,国王陛下和王后陛下接见了泰国国家铁路局局长维拉育·波亚先生,维拉育先生向国王陛下和王后陛下介绍了捐赠者,并按顺序赠送了纪念品。之后,国王陛下和王后陛下在一块石碑上签名。随后,他们前往佛坛参拜,并向僧侣们告别。
随后,国王陛下参观了“泰国铁路发展史”展览,该展览分为三个部分:第一部分“泰国铁路的起源:从皇家倡议……到国家发展的基石”,介绍了泰国第一条铁路的起源,这条铁路于1891年朱拉隆功国王统治时期建成,连接曼谷和呵叻府。此后,这条铁路延伸至泰国各地,并不断进行改进和发展。
第二部分“红线郊区铁路系统:‘那空威提’、‘他尼叻他亚’、‘城市之路’”介绍了连接曼谷及其周边地区的红线郊区铁路系统,该系统向四个方向延伸。它将市中心与郊区连接起来,构建了一个无缝衔接的生态系统,以适应城市扩张并提高交通效率。此外,它还为城市居民提供了更多出行选择,减少了私家车的使用,缓解了交通拥堵,并提升了公众的生活质量。
第三个议题“曼谷中央车站转型:曼谷的繁荣发展”着重探讨如何将曼谷中央车站周边地区发展成为曼谷北部的新兴商业区和“智慧宜居城市”典范,并以曼谷中央车站为中心交通枢纽。这一发展将涵盖商业、贸易、投资、就业、居住和休闲娱乐等各个方面,从而提升居民的生活质量。
随后,国王陛下接见了交通部常务秘书,后者向王后陛下赠送了一列浅红色郊区列车“那空维提号”的模型;国王陛下又接见了泰国国家铁路局局长,局长向王后陛下赠送了一列深红色郊区列车“他尼叻塔亚号”的模型。时机成熟后,国王陛下和王后陛下登上各自的皇家马车启程离开。
泰国交通部通过泰国国家铁路局承建了一座新的铁路枢纽,建成后将成为东南亚最大的主要火车站,取代曼谷火车站(华南蓬火车站)。该枢纽于2021年8月2日正式启用,总占地面积2475莱(约3900平方米),并预留了扩建空间,以适应不同的铁路系统。
随着周边地区的发展,这涉及到交通网络的建设和商业发展,以便该车站成为一个经济枢纽,人们可以从这里连接到所有目的地。
曼谷中央车站阿皮瓦站大楼共分为四层:地下一层为公众及残疾人专用停车场;一层设有火车售票处、候车厅、乘客接待区,以及曼谷地铁“Chaloem Ratchamongkhon”线和其他公交线路的换乘站;二层服务于长途列车和曼谷红线轻轨;三层规划用于连接高铁和机场快线。目前,曼谷中央车站阿皮瓦站提供连接泰国北部、东北部、南部、东部和西部各地区与曼谷市中心的长途列车服务,以及往返于曼谷及其周边府市的曼谷红线轻轨。
英国女王陛下将访问日本,观看2027年亚洲女子冰球锦标赛。
国王陛下观摩了王后陛下首次驾驶鹰狮战斗机的单人飞行训练。
曼谷中央车站(新兴)
轻红线郊区列车
深红色线郊区列车