← 返回新闻首页
泰国社会主流

สรุปดราม่า แก้มกี้ VS พนักงาน ทอท. ปมทิ้งขวดน้ำเด็กบานปลาย สู่วิวาทะเดือด

เฟซบุ๊ก อรรถรส สรุปดราม่า จุดตรวจค้นสนามบิน "แก้มกี้ Vs พนักงาน ทอท." ปมทิ้งขวดน้ำเด็กบานปลาย สู่วิวาทะเดือดถึงขั้นต้องหิ้วปีก

brighttvBright TV News查看原文 ↗
剧情简介:Gamgki 与泰国机场管理局 (AOT) 一名员工因儿童水瓶事件发生争执,最终演变成激烈争吵。

Home » โซเชียล » สรุปดราม่า แก้มกี้ VS พนักงาน ทอท. ปมทิ้งขวดน้ำเด็กบานปลาย สู่วิวาทะเดือด

เฟซบุ๊ก อรรถรส สรุปดราม่า จุดตรวจค้นสนามบิน “แก้มกี้ Vs พนักงาน ทอท.” ปมทิ้งขวดน้ำเด็กบานปลาย สู่วิวาทะเดือดถึงขั้นต้องหิ้วปีก

30 ตุลาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก อรรถรส สรุปดราม่า จุดตรวจค้นสนามบิน “แก้มกี้ Vs พนักงาน ทอท.” ปมทิ้งขวดน้ำเด็กบานปลาย สู่วิวาทะเดือดถึงขั้นต้องหิ้วปีก

🔵 จุดเริ่มต้นดราม่าที่หน้าจุดตรวจค้น

เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 23 ต.ค. 2569 เวลา 15.16 น. บริเวณจุดตรวจค้นผู้โดยสารภายในประเทศ อาคารเทียบเครื่องบิน B ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

แก้มกี้ (อินฟลูเอนเซอร์) เดินทางพร้อมสามีและลูกเล็ก 2 คน โดยพกน้ำดื่มขวดใหม่ที่เพิ่งซื้อในราคาหลักร้อยมา 2 ขวด และกระบอกน้ำเด็กอีก 1 กระบอก

ในตอนแรกเจ้าหน้าที่หญิงคู่กรณีไม่อนุญาตให้นำของเหลวเข้าเลยสักขวด แต่ต่อมามีเจ้าหน้าที่อีกคนเข้ามาช่วยดูและประเมินให้

ข้อสรุปคือ อนุโลมให้นำน้ำดื่มผ่านได้ 1 ขวด และกระบอกน้ำเด็ก 1 กระบอก ส่วนขวดที่เหลือไม่อนุญาตให้นำเข้า แจงว่าเป็นตามกฎความปลอดภัยของ กพท.

​🔵 ชนวดเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องราวกัน คือ จังหวะทิ้งขวดน้ำ

แก้มกี้ยืนยันว่ายินยอมทำตามกฎและเข้าใจเรื่องการรักษาความปลอดภัย แต่ด้วยความเสียดายน้ำขวดที่เพิ่งซื้อมา จึงขออนุญาตเปิดเพื่อยืนดื่มให้หมดก่อนที่จะนำไปทิ้ง

แต่พนักงานหญิงคู่กรณีไม่รับฟังการเจรจา ไม่รอให้ดื่ม และดึงขวดน้ำดังกล่าวไปโยนทิ้งลงถังขยะทันที ซึ่งแก้มกี้มองว่าเป็นการข้ามขั้นตอนและไม่ให้เกียรติผู้โดยสาร

แก้มกี้พยายามถามว่า ถังขยะใบนั้นมีการแยกขวดไหม สกปรกหรือเปล่า เผื่อจะหยิบขวดเดิมของตัวเองขึ้นมาเปิดดื่มได้

แต่พนักงานกลับตอบว่า “ก็ถังขยะค่ะ” ด้วยกิริยาและน้ำเสียงที่แก้มกี้ระบุว่าเป็นการตะคอกและไม่สุภาพอย่างมาก

แก้มกี้รู้สึกอึดอัดใจกับท่าทีของพนักงาน จึงหันไปพูดกับสามี ว่า “ช่างเหอะ ครอบครัวเขาน่าจะมีปัญหา”

พนักงานหญิงได้ยินประโยคนี้ จึงเกิดความโมโห และสวนกลับทันทีว่า “มีสิทธิ์อะไรมาด่าพ่อแม่ฉัน”

จากนั้นพนักงานได้แสดงอารมณ์ และพุ่งตัวเดินบุกเข้ามาหาครอบครัวแก้มกี้ในลักษณะเหมือนจะเข้ามาคุกคาม

สถานการณ์ตึงเครียดมาก จนทำให้เพื่อนร่วมงานและ รปภ. บริเวณนั้นต้องรีบเข้ามาช่วยกันขวาง ล็อกตัว และหิ้วปีกพนักงานคนดังกล่าวออกไปสงบสติอารมณ์

​🔵 ทางด้านทอท. ชี้แจง พร้อมปล่อยคลิปวงจรปิด

ต่อมา ทอท. และบริษัทรักษาความปลอดภัย (บรท.) ต้นสังกัด ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า พนักงานได้ทำตามกฎและอธิบายอย่างสุภาพแล้ว

ในแถลงการณ์อ้างว่า ผู้โดยสารต้องการน้ำขวดที่ทิ้งไปแล้วคืน และขอให้พนักงานทำความสะอาดให้

แต่พนักงานทำให้ไม่ได้เพราะคนเยอะ ผู้โดยสารจึงไม่พอใจและเริ่มด่าทอครอบครัวพนักงานก่อน

ทสภ. ชี้แจงว่า สาเหตุความตึงเครียดเกิดจากการที่ผู้โดยสารใช้ถ้อยคำว่า “สงสัยมีปัญหาครอบครัว” จนเกิดการโต้ตอบกัน

อย่างไรก็ตาม ทสภ. ยอมรับว่ากิริยาท่าทางที่พนักงานแสดงออกนั้น “ไม่เหมาะสม” และไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการให้บริการ ที่ต้องควบคุมอารมณ์และสุภาพแม้ในสถานการณ์ตึงเครียด

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2569 บรท. ได้สั่ง “พักงาน” พนักงานรายดังกล่าวชั่วคราวเพื่อรอผลสอบสวน พร้อมกล่าวขออภัยผู้โดยสารต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ในโพสต์ ทางสนามบินได้เผยแพร่คลิปวงจรปิด แต่กลับกลายเป็นประเด็นร้อน เพราะคลิปถูกตัดและตั้งใจซูมโฟกัสไปที่ฝั่งแก้มกี้เป็นหลัก ทำให้สังคมไม่เห็นสีหน้า ท่าทางสะบัดมือ หรือความก้าวร้าวของฝั่งพนักงานในช่วงที่เกิดเรื่อง

​🔵 ต่อมา แก้มกี้แจ้งความ ขอดูคลิปวงจรปิดตัวเต็ม

หลังจากคลิปวงจรปิดถูกปล่อยออกไป แก้มกี้รู้สึกว่าคลิปที่ถูกซูมและตัดมาเฉพาะหน้าเธอนั้น ทำให้สังคมเข้าใจผิดและส่งผลให้เธอเสียเปรียบอย่างมาก

เธอจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับตำรวจ และเดินเรื่องไปที่บริษัท AOT เพื่อขอกล้องวงจรปิดมุมกว้างฉบับเต็ม แบบเห็นเหตุการณ์ทั้งสองฝั่งอย่างชัดเจน

แก้มกี้ยืนยันว่าหากได้คลิปตัวเต็มมา จะนำมาชี้แจงให้เห็นภาพรวมทั้งหมดตั้งแต่ต้นแบบไม่ตกหล่น พร้อมขอร้องให้ทุกคนอย่าเพิ่งด่วนตัดสินจากคลิปที่ถูกซูมเพียงฝ่ายเดียว

​🔵 กระแสโซเชียล เสียงแตกเป็น 2 ฝั่งชัดเจน

ชาวเน็ตฝั่งตำหนิผู้โดยสาร

มองว่าการพกน้ำเกิน 100 ml เป็นการผิดกฎการบินตั้งแต่แรก ผู้โดยสารควรยอมรับโดยดี

อีกทั้งจุดตรวจค้นไม่ใช่พื้นที่สำหรับยืนดื่มน้ำ เพราะจะทำให้แถวตรวจสัมภาระติดขัด

นอกจากนี้ การใช้ถ้อยคำลามปามถึง “ครอบครัว” ถือเป็นการจุดชนวนที่ล้ำเส้นเกินไป และตั้งคำถามว่าอินฟลูเอนเซอร์คาดหวังอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นหรือไม่

ชาวเน็ตฝั่งตำหนิพนักงานและสนามบิน

มองว่าคนทำงานบริการต้องมีวุฒิภาวะ การพุ่งตัวเข้าคุกคามผู้โดยสารจนเพื่อนต้องหิ้วปีก เป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้และอันตราย

นอกจากนี้ยังวิจารณ์แถลงการณ์และการกระทำของ ทอท. อย่างหนัก ว่าการจงใจปล่อยคลิปซูมแค่หน้าผู้โดยสาร ดูไม่เป็นกลาง และเหมือนเป็นการแก้ตัวเพื่อปกป้องพนักงานของตัวเอง

รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่าพนักงานอาจไม่แม่นกฎเรื่องการอนุโลมน้ำสำหรับชงนมทารกด้วยซ้ำ

ขอบคุณภาพและข้อมูลเพจ อรรถรส

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻