ร้องสอบมูลนิธิเป็นหนึ่ง ตั้งข้อสงสัยตั้งมูลนิธิไม่ชอบโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว针对 Foundation One 的投诉称,该基金会在设立和将资金转移到个人账户方面存在违规行为。
ตัวแทนบริษัทที่ปรึกษากฎหมายและภาคีเครือข่าย HETA ตั้งข้อสงสัย มูลนิธิเป็นหนึ่ง ปมจัดตั้งมูลนิธิและเงินบริจาค อ้างพบเส้นทางการเงินโอนจากบัญชีมูลนิธิไปยังบัญชีส่วนตัว “ต้นอ้อ” คนในครอบครัวราว 100 ครั้ง รวมมูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท จี้ชี้แจงต่อสังคม

วันนี้ ( 1 พ.ย.2569) นางสาวบุญยนุช แสงศรี ตัวแทนบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมาย พร้อมด้วยนายภูวกร ศรีเนียน ตัวแทนภาคีเครือข่ายภาคสังคมที่ขับเคลื่อนด้านการตรวจสอบจรรยาบรรณและการทำงานของสื่อ องค์กรการกุศล และมูลนิธิต่าง ๆ หรือ HETA ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารงานของมูลนิธิเป็นหนึ่ง ซึ่งมีนางชลิดา พะละมาตย์ หรือ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” เป็นผู้เกี่ยวข้อง โดยมีประเด็นที่ต้องการให้ตรวจสอบ ทั้งการจัดตั้งมูลนิธิ การรับบริจาค โครงสร้างคณะกรรมการ และกรณีปลอมลายเซ็น
ร้องสอบมูลนิธิเป็นหนึ่ง ตั้งข้อสงสัยตั้งมูลนิธิไม่ชอบโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว
นางสาวบุญยนุชเปิดเผยว่า จากการติดตามพฤติกรรมของนางชลิดามานานกว่า 1 ปี พบข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดตั้งมูลนิธิเป็นหนึ่ง ซึ่งมีการจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือน พ.ย. 2567 ก่อนที่ภายหลังจะมีข่าวเกี่ยวกับข้อกล่าวหากรณีขายวุฒิการศึกษาและปลอมแปลงเอกสาร โดยเฉพาะกรณีปลอมลายเซ็นนางสาววิไลลักษณ์ ไชยชาญ เพื่อนำเอกสารไปยื่นจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิที่อำเภอบางบัวทอง รวมถึงใช้ประกอบการขอเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับบริจาค
นางสาวบุญยนุชระบุว่า เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2568 อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีได้มอบอำนาจให้นิติกรเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนางชลิดาที่สถานีตำรวจภูธรบางบัวทอง ในกรณีปลอมลายเซ็น โดยในชั้นพิจารณาคดี นางชลิดายอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ปลอมลายเซ็นจริง และศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิดในคดีปลอมลายเซ็นและใช้เอกสารปลอม
ด้านนายภูวกรกล่าวว่า อีกประเด็นที่ต้องการให้ตรวจสอบคือการเปิดรับบริจาคของมูลนิธิ โดยตั้งข้อสังเกตว่า นางชลิดาไม่ได้ยื่นขออนุญาตเปิดรับบริจาคต่ออำเภอหรือจังหวัด แต่กลับมีการโพสต์ขอรับบริจาคผ่านช่องทางส่วนตัว ทั้งที่การเปิดรับบริจาคควรมีการชี้แจงรายละเอียดอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้ที่เคยบริจาคเงินให้มูลนิธิหลายรายเข้าแจ้งความนางชลิดาในข้อหาฉ้อโกง จึงต้องการให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับบริจาคดังกล่าว
ขณะที่นางสาวบุญยนุชเปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของมูลนิธิ พบรายการโอนเงินจากบัญชีมูลนิธิไปยังบัญชีส่วนตัวของนางชลิดาและบุคคลในครอบครัว เช่น บุตรชาย บุตรสะใภ้ และสามี ประมาณ 100 ครั้ง คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1 ล้านบาท รวมถึงมีรายการโอนไปยังบุคคลภายนอกที่เคยมีความสัมพันธ์กับนางชลิดาหลายครั้ง
นางสาวบุญยนุชตั้งข้อสังเกตว่า การบริหารเงินของมูลนิธิควรแยกออกจากเงินส่วนตัวตามหลักธรรมาภิบาล จึงต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงที่มาและวัตถุประสงค์ของการโอนเงินแต่ละรายการ เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน
เทศบาลสั่งระงับก่อสร้าง 4 อาคาร พบปมรุกป่าสงวนภูเก็ตเพิ่ม
"บุ๋ม ปนัดดา" ปัดเอี่ยวรุกที่ราชพัสดุ "ก๊อต-อธิป" โพสต์ยืนยันไม่ได้หลบหนี
ออกหมายเรียก 4 คน ปมที่ดินราชพัสดุนครนายก เชิญ "บุ๋ม ปนัดดา" ให้ปากคำฐานะพยาน
今天(2026年11月1日),代表一家法律咨询公司的Boonyanooch Saengsri女士,以及代表HETA(媒体、慈善组织和基金会道德及运营霸权社会行动协会)的Phuwakorn Srinean先生,对Phetchabun基金会的管理提出了质疑。Chalida Palamat女士(又名“Ton-Or Phetchabun”)是该基金会的成员之一。他们希望调查的问题包括基金会的成立、接受捐款、董事会结构以及伪造签名的指控。
针对 Foundation One 的投诉称,该基金会在设立和将资金转移到个人账户方面存在违规行为。
布尼亚努奇女士透露,在对查莉达女士的行为进行一年多的监视后,她对2024年11月成立的碧差汶基金会的设立产生了怀疑。此前,有新闻报道称,查莉达女士涉嫌出售学历证书和伪造文件,特别是伪造了威莱拉克·猜亚查恩女士的签名。据称,伪造的签名被用于在邦布阿通县政府注册该基金会,并开设银行账户接收捐款。
布尼亚努奇女士表示,2025年10月24日,暖武里府前府尹授权一名法律官员向邦布阿通警察局提起诉讼,指控查利达女士伪造签名。庭审期间,查利达女士承认伪造签名,法院认定她犯有伪造罪和使用伪造文件罪。
普瓦空先生表示,他希望调查的另一个问题是该基金会的筹款活动。他指出,查莉达女士并未向区或省级政府申请募捐许可,而是通过其个人渠道发布募捐请求。他认为,筹款活动应当公开透明地披露所有细节。此外,他还发现一些曾向该基金会捐款的人士对查莉达女士提起欺诈指控,因此他希望就这些捐款的实际情况进行澄清。
Boonyanuch女士进一步透露,对该基金会财务交易的调查发现,约有100笔资金从基金会账户转入Chalida女士及其家人(如其儿子、儿媳和丈夫)的个人账户,总额约100万泰铢。此外,还有数笔资金转入基金会以外的、此前与Chalida女士有关系的个人账户。
布尼亚努奇女士指出,根据良好治理原则,基金会的财务管理应与个人资金分开。因此,她要求相关人员澄清每笔资金转移的来源和用途,以便公众能够清楚地了解事实。
市政府已下令停止四栋建筑的施工,原因是发现这些建筑进一步侵占了普吉岛的保护森林。
“Boom Panadda”否认参与侵占国有土地;“Got-Athip”发帖证实他并未在逃。
因那空那育府的一起土地纠纷,向 4 人发出传票;“Boom Panadda”被邀请作为证人出庭作证。