ตร.เผยเงินหมุนเวียนในบัญชี "มูลนิธิองค์กรทำดี" เกือบ 1,000 ล้าน警方透露,“善行基金会”的银行账户中流通了近10亿泰铢。
ตำรวจสอบสวนกลางเผยพบเงินหมุนเวียนในบัญชีของมูลนิธิองค์กรทำดีเกือบ 1,000 ล้านบาท ยืนยันหากใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ถือว่าฉ้อโกง หรือหากโยกย้ายเงินก็ถือเป็นการฟอกเงิน ต้องดำเนินคดีทั้งหมด เร่งรวบรวมพยานหลักฐานก่อนพิจารณาออกหมายเรียก-หมายจับผู้เกี่ยวข้อง

วันนี้ (2 พ.ย.2569) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาสัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้ากรณี น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ ออยศรี เจ้าของเพจออยศรีและผองเผือก และผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษากฎหมายออยศรีและผองเผือก จำกัด ได้แจ้งความและส่งมอบพยานหลักฐานต่อพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในคดีที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิองค์กรทำดี ของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใกล้ชิดและสามี
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้รับเรื่องและดำเนินการสืบสวนสอบสวนในทุกประเด็น ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องเงินรับบริจาค หรือการดำเนินงานของมูลนิธิ ว่ามีความถูกต้องตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
จากการตรวจสอบพบว่า ยอดเงินหมุนเวียนในบัญชีต่างๆ ตั้งแต่ช่วงปี 2562 เป็นต้นมา พบว่ามียอดเงินค่อนข้างสูง มีเงินหมุนเวียนหลักร้อยล้านบาทและเกือบถึง 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้บริจาคที่เป็นคนมีชื่อเสียงในสังคม ซึ่งพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ หรือเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือหากมีการยักยอกโยกย้ายแปลงสภาพเงิน จะพิจารณาว่ามีความผิดฐานฟอกเงินหรือไม่
สำหรับการตรวจสอบเส้นทางทางการเงินและการนำทรัพย์สินไปเปลี่ยนแปลงโยกย้ายหรือส่งต่อให้กับบุคคลอื่นนั้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาความผิดตามข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายทั้งผู้ร้องเรียนและมูลนิธิฯ แต่ทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามพยานหลักฐานและข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีมีกระแสข่าวว่า อาจมีการให้รับจบเพียงคนเดียว มีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ โดยผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า คดีนี้รับเรื่องไว้หมดแล้ว ไม่ว่าผู้กระทำความผิดเป็นใคร ก็ต้องดำเนินคดีทั้งหมด
ส่วนกรณีที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าบริจาคเงิน 1,000 บาท แต่เล่นงานกลุ่มมูลค่าความเสียหายที่มากถึงหลักล้านบาทนั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า หากมีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์จากยอดบริจาค เช่น มีผู้บริจาคเงินเข้ามาจริง ไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วยจำนวนเงิน 5 บาท, 10 บาท, 1,000 บาท หรือจำนวนมากกว่านั้น แล้วปรากฏว่ามีการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง
อย่างไรก็ตาม ตำรวจต้องตรวจสอบเงื่อนไขของมูลนิธิฯ อย่างละเอียดว่ามีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้เงินและการเบิกจ่ายอย่างไร หากนำเงินบริจาคไปใช้ผิดเงื่อนไข หรือนำทรัพย์สินไปโยกย้าย ถ่ายเท เปลี่ยนแปลง ไปให้บุคคลอื่นดำเนินการต่อ ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือหากมีการประชุมกรรมการมูลนิธิฯ ก็ต้องดูว่ามีการทำผิดกฎของมูลนิธิหรือไม่ และดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดของมูลนิธิต่างๆ
สำหรับขั้นตอนต่อไป พนักงานสอบสวนจะเร่งประชุมและตรวจสอบสำนวนคดีในทุกมิติ รวมถึงประเด็นความเสียหายและมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อให้มีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ หรือในวันที่ 12 พ.ย. พร้อมพิจารณาออกหมายเรียกหรือหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หากพบว่ามีการกระทำความผิดตามกฎหมาย
ร้องสอบมูลนิธิเป็นหนึ่ง ตั้งข้อสงสัยตั้งมูลนิธิไม่ชอบโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว
"บุ๋ม ปนัดดา" ปัดเอี่ยวรุกที่ราชพัสดุ "ก๊อต-อธิป" โพสต์ยืนยันไม่ได้หลบหนี
แยกบัญชีส่วนตัว-มูลนิธิให้ชัด! มธ.ชี้มูลนิธิยังสำคัญต่อกลุ่มเปราะบาง
今天(2026年11月2日),中央调查局局长纳塔萨克·乔瓦纳赛中将透露了Oysri and Friends Facebook页面所有者兼Oysri and Friends律师事务所有限公司执行官Boonyanuch Saengsri女士(又名Oysri)的案件进展。Oysri女士向中央调查局调查人员提交了投诉和证据,该案件与Panadda Wongphudee女士(又名Boom)的“行善”基金会以及涉及其亲信和丈夫的问题有关。
纳塔萨克中将表示,中央调查局已受理此案,正在调查包括个人事务、捐款和基金会运作在内的各个方面,以确定他们是否遵守了法律规定的程序和条件。
调查显示,自2019年以来,多个账户的资金流动幅度巨大,总额达数亿泰铢,近10亿泰铢。这些资金主要来自知名捐赠者。调查人员将彻底审查这些资金是否被滥用、构成欺诈、违反《计算机犯罪法》,以及是否存在挪用公款或洗钱行为。
关于对金融交易以及资产转移或转让给他人一事的调查,官员们目前正在收集证据,以根据现有证据确定犯罪事实。他们强调,将公平对待所有各方,包括投诉人和基金会,但一切必须严格依据证据和法律进行。
记者询问有关可能只追究一人责任的传言是否属实。中央调查局局长表示,该案已全面立案,无论真凶是谁,所有涉案人员都将受到法律制裁。
针对1000泰铢的捐款可能导致数百万泰铢损失的说法,纳塔萨克警上将表示,如果捐款被滥用,例如,无论捐款金额是5泰铢、10泰铢、1000泰铢或更多,如果发现捐款被用于非预期用途,则构成欺诈。
然而,警方必须仔细审查该基金会关于资金使用和拨付的条款和条件。如果捐款被滥用,或资产被转移、更改或转让给其他人以继续运营,则必须采取法律行动。同样,如果在董事会会议期间出现任何违反基金会规章制度的行为,也必须采取相应的法律行动。
至于下一步工作,调查人员将加快会议进程,全面审查案件档案,包括损失情况和损失金额,以便在本周内或11月12日之前得出明确结论。如果发现任何违法行为,他们还将考虑向其他涉案人员发出传票或逮捕令。
针对 Foundation One 的投诉称,该基金会在设立和将资金转移到个人账户方面存在违规行为。
“Boom Panadda”否认参与侵占国有土地;“Got-Athip”发帖证实他并未在逃。
务必将个人账户和基金会账户明确区分开来!泰国国立法政大学指出,基金会对于弱势群体仍然至关重要。