"ปิ่นสักก์" มั่นใจ 180 วัน แก้ปัญหา "ปลาหมอคางดำ" เห็นผลรูปธรรมPinsak 相信,解决“黑颏罗非鱼”问题将在 180 天内取得切实成果。
"ปิ่นสักก์" มั่นใจ 180 วัน ลุยแก้ปัญหา "ปลาหมอคางดำ" เห็นผลเป็นรูปธรรม พร้อมจัด 4 โซนสีกำจัด-จำกัดจาก 213 แหล่งน้ำ ตั้งเป้าใช้เป็นโมเดลรับมือและป้องกัน "เอเลี่ยนสปีชีส์" ในอนาคต

วันนี้ (2 พ.ย.2569) นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ หลังจากย้ายข้ามห้วยจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยถือเป็นครั้งแรกในรอบ 36 ปีที่เชิญอดีตอธิบดีกรมประมง และผู้บริหารกรมประมง และผู้บริหารของ ทช.มาร่วมถ่ายภาพร่วมกันแบบในอดีต ซึ่งรวมทั้งนายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตอธิบดีกรมประมงคนที่ 14 ก็มาร่วมยินดีกับนายปิ่นสักก์ อธิบดีคนที่ 27
นายปิ่นสักก์ กล่าวว่า นโยบายขับเคลื่อนงานในโอกาสครบรอบ 100 ปีกรมประมง และก้าวสู่ปีที่ 101 ความตั้งใจมี 101 เป้าหมายสร้างประมงไทยให้ยั่งยืนตามห่วงโซ่คุณค่าของการประมง โดยใน 2 เป้าหมายแรกที่คิดมาแล้ว คือทำให้กรมประมงเข้มแข็ง เพราะถือเป็นหน่วยนิวเคลียสช่วยเหลือการประมงของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน และเป้าหมายสุดท้ายทำให้ประมงมีความยั่งยืน
ไม่ใช่กรมประมงอย่างเดียว แต่เป็นประมงของประเทศไทยที่ทุกภาคีที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่คุณค่าจะต้องทำงานไปด้วยกัน แต่อีก 99 เป้าหมายที่เหลือจะค่อย ๆ ใช้เวลาร่วมกับพี่น้องกรมประมง ทำกระบวนการและเติมเต็มกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และภาคีต่าง ๆ ที่ทำงานร่วมกัน
อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า สำหรับนโยบายเร่งด่วนในการแก้ปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำ ที่กระทบระบบนิเวศและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ กรมประมงจะปรับกระบวนการทำงานให้ชัดเจนขึ้นภายใต้ "1 หลักการ 2 แนวทาง 7 วิธีการ" โดยย้ำหลักการยอมรับร่วมกันว่าปลาหมอคางดำ เป็น "เอเลี่ยนสปีชีส์" ที่ต้องกำจัดและลดปริมาณลงให้เร็วที่สุด เพราะมีโอกาสสร้างความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมของไทยอย่างมหาศาล
ส่วน 2 แนวทางคือ การกำจัดและการจำกัดการแพร่กระจาย โดยอ้างอิงข้อมูลจากการสำรวจแหล่งน้ำกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งพบว่า 50–60% ยังปลอดภัยจากปลาหมอคางดำ แต่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งจัดทำแผนที่แนวเขตเพื่อบังคับใช้มาตรการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ถูกต้องและเหมาะสมตามการแบ่งโซนสี เป็นเขียว เหลือง แดง และฟ้า
พื้นที่สีเขียว ยังไม่พบการระบาด เฝ้าระวังอย่างเข้มงวดด้วยเทคโนโลยีการใช้ eDNA ร่วมกับม.เกษตรศาสตร์ เพื่อตรวจจับการเข้ามารุกรานตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
พื้นที่สีเหลือง เช่น กรณีในเขื่อนลำปาว เริ่มพบการระบาด จะจัดตั้ง "ชุดชะโด" นำเครื่องมือที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมาใช้กำจัดปลาหมอคางดำ พร้อมใช้มาตรการห้ามเคลื่อนย้ายปลาออกนอกพื้นที่อย่างเด็ดขาด
พื้นที่สีแดง พบระบาดหนาแน่น จะร่วมมือกับชาวประมงจัดกิจกรรมลงแขกลงคลอง กำจัดปลาหมอคางดำในธรรมชาติ รวมทั้งปล่อยปลานักล่า และออกมาตรการเยียวยา ฟื้นฟู รวมถึงใช้วิธีทางเศรษฐศาสตร์สร้างรายได้จากการจับปลามาใช้ประโยชน์ เน้นย้ำว่าเป็นการจับเพื่อกำจัด ไม่ใช่เพื่อส่งเสริมให้เป็นปลาเศรษฐกิจในอนาคต
พื้นที่สีฟ้า หรือพื้นที่ทางทะเล จะร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบในวงกว้าง
กรณีข้อห่วงใยเรื่องกรอบเวลาการทำงาน 180 วันจะเป็นแรงกดดันหรือไม่ นายปิ่นสักก์ ระบุว่า ไม่ถือเป็นแรงกดดัน เนื่องจากกรมประมงมีการเก็บข้อมูลและทำงานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จึงมั่นใจว่าระยะเวลาดังกล่าวเพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาให้เห็นผลเป็นรูปธรรม พร้อมตั้งเป้าใช้เป็นต้นแบบในการรับมือและป้องกันสัตว์น้ำต่างถิ่นรุกรานชนิดอื่นในอนาคต
ทั้งนี้ ข้อมูลการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ เดือน พ.ย.2569 พบ 5 จังหวัด 7 แหล่งน้ำ ที่พบการแพร่ระบาดในระดับรุกรานมาก ได้แก่ จ.จันทบุรี คลองธรรมชาติเหนืออ่าวคุ้งกระเบน พบความชุกชุม 161 ตัวต่อพื้นที่ 100 ตร.ม., จ.ชลบุรี คลองบางละมุง และสระน้ำตรงข้ามหาดกินรี พบคามชุกชุม 689 ตัว และ 356 ตัวต่อพื้นที่ 100 ตร.ม.ตามลำดับ, จ.ชุมพร คลองบางมั่น พบความชุกชุม 135 ตัวต่อพื้นที่ 100 ตร.ม., จ.ประจวบคีรีขันธ์ คลองบ่อนอก และคลองบางปู พบความชุกชุม 135 ตัว และ 133 ตัวต่อพื้นที่ 100 ตร.ม.ตามลำดับ, จ.นครศรีธรรมราช คลองซอยสาธารณะ ม.8-9 บ้านตะลุมพอและบ้านบ่อคณฑี พบความชุกชุม 221 ตัวต่อพื้นที่ 100 ตร.ม.
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายปลอดประสพ ได้แนะนำการทำงานในฐานะพ่อและอดีตอธิบดีกรมประมงหรือไม่ นายปิ่นสักก์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันเรื่อย ๆ ตนเคยมาที่นี่ตั้งแต่เป็นเด็ก ซึ่งนายปลอดประสพ และผู้บริหารกรมประมงคนอื่น ๆ ก็อยากเห็นการประมงของไทยเข้มแข็งเหมือนในอดีตที่เคยขึ้นไปยืนอยู่ในอันดับหนึ่งของโลก
ในฐานะที่เติบโตและเรียนรู้จากผู้บริหารกรมประมงในอดีต 30 ปี ผมมองเห็นปัญหาทรัพยากรเสื่อมโทรมที่สะสมมานาน การฟื้นฟูทะเลไทยและสร้างความยั่งยืนให้พี่น้องชาวประมง จึงเป็นหมุดหมายสำคัญสูงสุดที่ตั้งใจจะทำให้สำเร็จได้
กรมประมง แนะกินปริมาณเหมาะสม-เลี่ยงเครื่องใน กิจกรรม "ชวนกินปลา" ปราจีนฯ
อัปเดต "ลูกช้างป่า" กำพร้าแม่ เริ่มเดินสำรวจ-กินอาหาร-ขับถ่ายปกติ
นักวิจัยยูเครนเผย สงครามรัสเซีย คร่าชีวิตโลมาทะเลดำแล้ว 120,000 ตัว
2026年11月2日,宾萨克·苏拉斯瓦迪先生正式就任农业与合作部渔业司司长,此前他曾任海洋与沿海资源部(DMCR)司长。他受到了热烈欢迎。这是36年来渔业司历任司长首次与渔业司和海洋与沿海资源部的官员一起合影留念,这一传统令人怀念。出席合影的还有渔业司第14任司长普洛普拉索普·苏拉斯瓦迪先生,他向就任第27任司长的宾萨克先生表示祝贺。
平萨克先生表示,值此渔业部成立100周年之际,并迈入其101周年之际,该部门制定了101项政策目标,旨在沿着渔业价值链打造可持续的泰国渔业。前两项目标已得到落实,分别是加强渔业部作为支持泰国高效可持续渔业的核心部门,以及实现渔业的可持续发展。
不仅是渔业部,泰国整个渔业部门都必须为此共同努力,让价值链上的所有利益相关者都参与进来。然而,其余99个目标将随着时间的推移逐步实现,这需要与渔业部的同事们通力合作,完善相关流程,并与利益相关者和各合作伙伴携手努力。
渔业厅厅长表示,针对黑颏罗非鱼入侵这一影响生态系统和水产养殖户的紧急政策,渔业厅将根据“1项原则、2项指导方针、7种方法”的框架简化工作流程。他强调,必须达成共识,黑颏罗非鱼是一种“外来物种”,必须尽快根除并减少其数量,因为它对泰国环境构成重大威胁。
第二部分重点关注如何消除和限制黑颏罗非鱼的扩散,其依据是对全国200多个水源的调查数据。调查发现,目前仍有50%至60%的水源未受黑颏罗非鱼的侵害,但相关部门正在制定区域划分图,以确保根据内阁决议,对相关措施进行适当有效的执行,并将这些区域划分为绿、黄、红、蓝四个区域。
这些绿色区域目前尚未出现任何疫情爆发。我们正与泰国农业大学合作,利用环境DNA技术对这些区域进行密切监测,以便及早发现虫害。
在黄区,例如已发现黑鲢鱼爆发的林宝坝,将部署一支配备现代化高效工具的“黑鲢鱼防治队”,以消灭黑颏罗非鱼。同时,还将采取严格措施,禁止鱼类离开该区域。
在黑颏罗非鱼泛滥严重的红色区域,我们将与渔民合作,组织社区运河清理活动,以根除野生黑颏罗非鱼。这包括放生捕食性鱼类,并实施康复和恢复措施。我们还将探索通过捕捞黑颏罗非鱼创收的经济方法,并强调捕捞的目的是为了根除黑颏罗非鱼,而不是将其作为未来的经济鱼类进行推广。
蓝色区域(或海洋区域)将与海洋和沿海资源部 (DMCR) 密切合作,监测情况,以防止造成大范围影响。
针对180天期限是否会造成压力的担忧,平萨克先生表示,这不会构成压力,因为渔业部一直在持续收集数据并着手处理该问题。因此,他相信这段时间足以解决问题并取得切实成果。目标是将此作为未来应对和预防其他外来入侵水生生物的典范。
2026年11月对黑颏罗非鱼疫情的监测数据显示,五个府和七个水源严重受到该鱼种侵扰。具体而言,尖竹汶府(Chanthaburi Province)黑颏罗非鱼密度高达每100平方米161条;春武里府(Chonburi Province)邦拉蒙运河(Bang Lamung Canal)和金纳里海滩(Kinaree Beach)对面池塘的黑颏罗非鱼密度分别为每100平方米689条和356条;春蓬府(Chumphon Province)黑颏罗非鱼密度高达每100平方米135条;巴蜀府(Prachuap Khiri Khan Province)黑颏罗非鱼密度分别为每100平方米135条和133条;以及那空是贪玛叻府(Nakhon Si Thammarat Province)。此外,在Moo 8-9、Ban Talumpho和Ban Bo Khonthi的公共运河中,还发现了每100平方米221只昆虫的密度。
当记者问及普洛普拉索先生是否曾以父亲和前渔业厅厅长的身份就其工作经验向他提供建议时,平萨克先生表示他们经常交流。他从小就来到这里,普洛普拉索先生和渔业厅的其他官员都希望看到泰国渔业重现昔日辉煌,再次成为世界第一。
我在渔业部工作了30年,从历任领导那里汲取经验,深知资源退化是一个长期存在的问题。因此,恢复泰国海洋生态环境,为渔业社区创造可持续发展的前景,是我工作的重中之重。
渔业部在巴真府开展“吃鱼”运动,建议适量食用鱼类,避免食用内脏。
关于那头孤儿“野生小象”的最新消息:它已经开始正常地探索、进食和排便。
乌克兰研究人员透露,俄俄战争已导致 12 万头黑海海豚死亡。