กรมควบคุมโรค เผยพบสารหนูเกินค่า 94 คนภาคเหนือ-อีสาน จากปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน疾病控制部门透露,由于跨境有毒物质暴露,泰国北部和东北部有 94 人被发现砷含量超过可接受限值。
กรมควบคุมโรคเผยตัวเลข "สารหนู" ลาม 7 จังหวัดเหนือ-อีสาน พบประชาชนสะสมในร่างกายเกินเกณฑ์ 94 ราย จี้รัฐบาลคุมเข้มต้นตอมลพิษข้ามแดน

วันที่ 3 พ.ย.69 กรมควบคุมโรค เปิดเผยรายงานผลการตรวจปัสสาวะของประชาชน กรณีกรมควบคุมมลพิษ พบการปนเปื้อนปนเปื้อนสารหนูในน้ำผิวดินและตะกอนดินเกินค่ามาตรฐาน ในแม่น้ำกกและลำน้ำสาขา, แม่น้ำสาย, แม่น้ำรวก, แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ไหลผ่าน 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, เลย, หนองคาย, บึงกาฬ และนครพนม เพื่อระบุพื้นที่เสี่ยงและกำหนดขอบเขตผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงวางแผนการเฝ้าระวังสุขภาพ
พื้นที่ดำเนินการและจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการตรวจสารหนูในปัสสาวะในปีงบประมาณ 2569
กรมควบคุมโรค รายงานถึงผลการตรวจสารหนูในปัสสาวะประชาชน (ปี 2568 – 2569) ภาพรวมปี 2569 มีประชาชนเข้ารับการตรวจคัดกรองรวม 10,711 คน และเก็บตัวอย่างปัสสาวะ 1,269 คน พบผู้มีระดับสารหนูรวมเกินค่าอ้างอิง 94 คน ดังนี้
จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2568 ตรวจ 40 ราย ไม่เกินเกณฑ์ ส่วนปี 2569 ตรวจ 101 ราย พบสารหนูรวมและสารหนูอนินทรีย์ (เป็นพิษ) เกินค่าอ้างอิง 7 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 6 เท่า
จังหวัดเชียงราย ปี 2568 ตรวจ 322 คน ค่าสารหนูเกินเกณฑ์ 7 คน อนินทรีย์เกิน 1 คน ส่วนปี 2569 ตรวจ 549 ราย พบสารหนูรวมและสารหนูอนินทรีย์ เกินค่าอ้างอิง 31 คน
จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลุ่มแม่น้ำสาละวิน ปี 2569 ตรวจ 99 คน พบสารหนูรวมเกิน 17 คนและสารหนูอนินทรีย์(เป็นพิษ)เกิน 2 คน
แม่น้ำสาละวิน ที่ไหลผ่านพรมแดนไทย-เมียนมา ด้านจ.แม่ฮ่องสอน
ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย, หนองคาย, บึงกาฬ และนครพนม ในลุ่มน้ำโขง ข้อมูลปี 2569 ตรวจพบผู้มีสารหนูรวมและสารหนูอนินทรีย์เกินค่าอ้างอิง ได้แก่ จังหวัดเลย ตรวจ 76 คน พบเกิน 6 คน จังหวัดหนองคาย ตรวจ 177 คน พบเกิน 17 คน จังหวัดบึงกาฬน ตรวจ 108 คน พบเกิน 6 คน และจังหวัดนครพนม ตรวจ 159 คนพบเกิน 10 คน
นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษามลพิษทางน้ำข้ามแดน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เคยเตือนรัฐบาลว่า มีการตรวจพบสารหนูในร่างกายคนด้วยการตรวจปัสสาวะ เกินค่าปลอดภัยไป 7 คนในจังหวัดเชียงราย หนึ่งปีผ่านไป ล่าสุดตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน และไม่ใช่แค่ภาคเหนือ ปัญหานี้ขยายวงไปถึงในภาคอีสานเรียบร้อยแล้ว และจากการตรวจคนกลุ่มเดิมจากปีที่แล้วพบชัดเจนว่า คนกลุ่มเดิมที่ใช้ชีวิตกับน้ำพิษ มีการสะสมสารหนูในร่างกายเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว โดยที่เชียงใหม่ค่าสารหนูในร่างกายของคนกลุ่มเดิมสูงขึ้นกว่า 3 เท่าในปีเดียวด้วย
นายภัทรพงษ์ ยังระบุว่าต้องขอบคุณกรมควบคุมโรค ที่ดำเนินการตรงกับที่ตัวเองเสนอไว้ในปีที่แล้ว ที่ขอให้ ตรวจสารหนูอย่างละเอียดว่า เป็นสารหนูอนินทรีย์ (สารหนูพิษ) เท่าไหร่จากสารหนูทั้งหมด และปรับเกณฑ์การกรองคนเพื่อเข้าตรวจปัสสาวะตามพฤติกรรมอื่น ๆ ของทั้ง 7 รายที่พบในปีที่แล้วเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงมากขึ้นแล้ว
แต่สิ่งที่ยังขาด คือเจาะเลือดตรวจร่างกายโดยละเอียดเพิ่ม เพื่อตรวจความสมบูรณ์เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด รวมถึงการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยโรคที่ต้องเฝ้าระวังจากน้ำปนเปื้อนสารโลหะหนัก พร้อมนำพื้นที่เหล่านี้เข้าเป็นเขตพื้นที่เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคจากสิ่งแวดล้อมด้วย
ผมเตือนเรื่องนี้มาเกือบสองปี กรมควบคุมโรคทำในส่วนที่กรมทำได้ แต่สิ่งที่เกินอำนาจกรม คือการแก้ที่ต้นตอ รัฐบาลกลับไม่ทำ จนวันนี้กรมควบคุมโรคเองต้องเขียนในรายงานว่าการปนเปื้อน "ยังคงขยายพื้นที่" และ "ยังไม่ปรากฏว่ามีมาตรการควบคุมที่ต้นตออย่างเข้มงวดเพียงพอ
เหมืองแร่ทองคำ บริเวณดอยก่อวัน เมียนมา ตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
ด้าน ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม ม.แม่ฟ้าหลวง ได้เสนอให้รัฐบาล เร่งรัดการเจรจากับเมียนมาอย่างเร่งด้วย โดยต้องเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและสิ่งแวดล้อมของทั้งไทยและเมียนมาลงพื้นที่พบปะกับประชาชนจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายที่กำลังได้รับผลกระทบจากแม่น้ำปนเปื้อนข้ามพรมแดน
สิ่งที่น่ากังวลต่อไป คือ ห่วงโซ่อาหาร รัฐบาลจะต้องเร่งจัดทำฐานข้อมูลผลกระทบสารโลหะหนักในแม่น้ำ ดินเพาะปลูก ผลผลิตการเกษตร สัตว์น้ำ น้ำประปา และสุขภาพประชาชน เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงให้เมียนมาและจีน เข้าใจถึงผลกระทบข้ามพรมแดนทางด้านสิงแวดแวดล้อม ห่วงโซ่อหาร และสุขภาพ ที่เกี่ยวข้องกับเหมืองแร่
สำหรับแนวทางการติดตามโรค กรมควบคุมโรค ได้รายงานโดย กำหนดให้หน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ ติดตามสอบสวนโรค โดยติดตามเก็บปัสสาวะซ้ำของผู้ที่มีค่าสูง พร้อมเก็บตัวอย่างครอบครัวและบ้านใกล้เคียง 10 หลังคาเรือนเป็นกลุ่มควบคุม
1.การปนเปื้อนสารหนูในแหล่งน้ำยังคงขยายพื้นที่ต่อเนื่อง จากแม่น้ำกกและลำน้ำสาขา ไปยังแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง และล่าสุดแม่น้ำสาละวิน โดยยังไม่ปรากฏว่ามีมาตรการควบคุมที่ต้นตอ (แหล่งกำเนิดมลพิษ) อย่างเข้มงวดเพียงพอ
2 เมื่อเปรียบเทียบผลการตรวจในปี 2568 และ 2569 พบแนวโน้มผลการตรวจพบระดับสารหนูรวมและสารหนูอนินทรีย์เกินค่าอ้างอิงเพิ่มสูงขึ้นสะท้อนแนวโน้มการสัมผัสสะสมที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลา และผลตรวจในกลุ่มตัวอย่างเดิมที่ตรวจซ้ำหลังจากระยะเวลาผ่านไป 1 ปี พบว่าระดับสารหนูรวมในปัสสาวะในปี 2569 สูงกว่าปี 2568 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และตรวจพบสารหนูอนินทรีย์ 100% ในรายที่มีสารหนูรวมเกินค่าอ้างอิงในหลายจังหวัดสะท้อนแนวโน้มการสัมผัสสะสมที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลา และมีแนวโน้มการสัมผัสสารหนูอนินทรีย์เพิ่มสูงขึ้น
3 ควรเพิ่มมาตรการป้องกันที่แหล่งกำเนิด ผลักดันให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินมาตรการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างจริงจัง เพราะการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนเป็นการป้องกันที่ปลายเหตุ
4 ควรติดตามผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวในรายที่มีสารหนูเกินมาตรฐานผ่านระบบบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมของโรงพยาบาลในพื้นที่ และควรพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขในระดับจังหวัดให้มีทักษะความชำนาญเพียงพอ ในการดำเนินงานด้านการเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
5 ควรวางแผนเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนต่อเนื่อง อย่างน้อย 5 ปีตามแนวทางของ WHO พร้อมกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายรายปีที่ชัดเจน เพื่อประเมินประสิทธิผลของมาตรการอย่างเป็นระบบ โดย ภาครัฐจะต้องมีการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนอย่างเพียงพอ
รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
2026年11月3日,疾病控制厅发布了一份报告,内容是污染控制厅在发现湄公河及其支流——赛河、鲁阿克河、湄公河和萨尔温江的地表水和沉积物中砷含量超标后,对公众进行的尿液检测。主要原因是邻国的采矿活动,受影响的七个府为:清迈府、清莱府、湄宏顺府、黎府、廊开府、汶干府和那空帕侬府。本次研究旨在确定高风险区域,评估受影响范围,并制定健康监测计划。
2026 财年开展业务的范围和接受尿砷检测的目标群体数量。
疾病控制部门公布了2025-2026年人群尿砷检测结果。2026年,共有10711人接受了筛查,并采集了1269份尿液样本。其中94人的总砷含量超过参考限值,具体如下:
2025年,清迈府检测了40例样本,结果均在可接受范围内。2026年,检测样本增至101例,其中7人总砷和无机砷(有毒)含量超过参考限值,较上年增加约六倍。
2025年,清莱府共检测了322人,其中7人砷含量超标,1人无机砷含量超标。2026年,检测人数增至549人,其中31人总砷和无机砷含量均超过参考限值。
2026 年,在湄宏顺府萨尔温江流域,99 名受检者中,17 人被发现砷含量超标,2 人被发现无机(有毒)砷含量超标。
萨尔温江流经泰缅边境,靠近湄宏顺府。
在东北地区,特别是湄公河流域,2026 年的数据显示,以下省份——黎府、廊开府、汶干府和那空帕侬府——的居民体内总砷和无机砷含量超过了参考限值:黎府(检测 76 人,发现 6 人超标)、廊开府(检测 177 人,发现 17 人超标)、汶干府(检测 108 人,发现 6 人超标)和那空帕侬府(检测 159 人,发现 10 人超标)。
清迈人民党议员、跨境水污染问题研究小组委员会主席帕塔拉蓬·里拉帕特先生在脸书上发帖称,他此前曾就清莱府七人尿检砷含量超标一事向政府发出警告。一年后,超标人数明显增加,问题也从北部蔓延至东北部。对去年接受检测的同一批人进行的检测显示,他们体内的砷含量显著升高,其中清迈地区受污染水体污染人群的砷含量在一年内增加了三倍多。
帕塔拉蓬先生还表示,他要感谢疾病控制部门去年按照他的建议采取行动,即进行详细的砷测试,以确定收集到的总砷中无机砷(有毒砷)的比例,并根据去年发现的7名个体的其他行为特征调整尿液检测筛查标准,以便覆盖更多高危人群。
然而,目前仍缺乏更详细的血液检测,以检查包括白细胞、红细胞和血小板在内的全血细胞计数。此外,公共卫生部应发布关于重金属污染水源引发疾病需进行监测的声明,并将这些区域划定为环境疾病监测、预防和控制区。
我对此警告了将近两年。疾病控制部门已经尽力了,但解决根本原因超出了他们的权限。政府什么都没做,而今天,疾病控制部门自己也不得不在报告中写道,污染“仍在蔓延”,并且“仍然没有证据表明源头采取了足够严格的控制措施”。
位于缅甸 Doi Kawwan 地区的金矿,与泰国清莱府 Mae Fah Luang 县隔河相望。
湄发銮大学社会创新学院讲师苏布萨库尔·基努孔博士建议政府尽快加快与缅甸的谈判。他提议邀请泰国和缅甸的外交部长和环境部长访问清迈府和清莱府,与受河流跨境污染影响的民众会面。
下一个需要关注的问题是食物链。政府必须紧急建立一个数据库,记录重金属对河流、耕地、农产品、水生生物、自来水和公众健康的影响。这些证据将用于向缅甸和中国展示采矿活动对跨境环境、食物链和健康的影响。
关于疾病监测指南,疾病控制部门报告称,已指示地方公共卫生部门对感染率高的个人进行疾病调查,方法是收集其重复尿液样本,同时从其家庭中的 10 个家庭和附近地区收集样本作为对照组。
1. 从科克河及其支流到赛河、鲁阿克河、湄公河,以及最近的萨尔温江,水源中的砷污染持续扩大。源头(污染源)的控制措施似乎不足。
2. 对比2025年和2026年的检测结果,发现总砷和无机砷含量超过参考值的检出率呈上升趋势,反映出长期累积暴露趋势。一年后对同一样本组进行重复检测,结果显示2026年尿液中总砷含量显著高于2025年。此外,在多个省份,总砷含量超过参考值的病例中,无机砷检出率均为100%,反映出累积暴露趋势以及无机砷暴露风险的增加。
3. 应加强源头预防措施。应敦促有关部门在污染源实施严格的控制措施,因为公共卫生监测只是一种被动应对的方式。
4. 应通过地方医院的环境卫生服务系统监测砷含量超标人群的长期健康影响。此外,应加强省级公共卫生人员的能力建设,确保他们具备在风险地区开展公共卫生监测所需的技能和专业知识,并需要持续的预算支持。
5. 应根据世界卫生组织的指导方针,制定至少为期5年的持续公共卫生监测计划,并设定明确的年度指标和目标,以便系统地评估各项措施的有效性。政府必须为开展公共卫生监测提供充足的预算支持。
报道人:Kowit Boontham,泰国公共电视台记者,北部地区新闻中心。