รู้จัก LCV "ภาวะเส้นเลือดอักเสบที่ผิวหนัง" สังเกตจุดแดงนูน-จ้ำเลือดตามขา了解一下 LCV(“角质层血管炎”),注意观察腿部是否有凸起的红点和瘀点。
กรมการแพทย์ แนะสังเกตจุดแดงนูนหรือจ้ำเลือดบริเวณหน้าแข้งและข้อเท้า โดยเฉพาะผื่นที่กดแล้วสีไม่จาง อาจเป็นสัญญาณของภาวะหลอดเลือดขนาดเล็กที่ผิวหนังอักเสบ (LCV) ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม

จากกรณีข่าวผื่นขึ้นขาหลังกลับมาจากต่างประเทศรักษา 2 ปี ไม่ทราบสาเหตุ กรมการแพทย์ ให้ความรู้เกี่ยวกับ ภาวะ Leukocytoclastic Vasculitis (LCV) หรือโรคเส้นเลือดฝอยที่ผิวหนังอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะที่มีการอักเสบของหลอดเลือดขนาดเล็กที่อยู่ใต้ผิวหนัง อาจทำให้เกิดจุดแดงหรือจ้ำเลือดเป็นปื้น โดยเฉพาะบริเวณหน้าแข้งและข้อเท้า ผื่นอาจมีลักษณะนูน และเมื่อใช้นิ้วกดแล้วสีแดงไม่จางลง
ภาวะดังกล่าวเกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดขนาดเล็กใต้ผิวหนัง เมื่อหลอดเลือดอักเสบ ผนังหลอดเลือดจะอ่อนแอลง ทำให้มีเลือดซึมออกมาใต้ผิวหนังจนเห็นเป็นจุดแดงหรือจ้ำเลือด (รอยช้ำ)
นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ผู้ที่มีจุดแดงนูนหรือจ้ำสีม่วงบริเวณขา โดยเฉพาะผื่นที่กดแล้วสีไม่จาง ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ผิวหนัง และไม่ควรซื้อยามาใช้รักษาด้วยตนเอง เนื่องจากผื่นลักษณะนี้อาจเกี่ยวข้องกับโรคหรือความผิดปกติอื่นภายในร่างกายได้
เบื้องต้นควรพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินเป็นเวลานาน และยกขาสูงขณะพักเพื่อลดแรงดันในหลอดเลือด หากมีไข้ ปวดข้อ ผื่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและรับการรักษาอย่างเหมาะสม
นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า ภาวะเส้นเลือดอักเสบที่ผิวหนังอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ การแพ้ยา ยาบางชนิดกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ เช่น ยาปฏิชีวนะ (กลุ่มเพนิซิลลิน, ซัลฟา) ยาแก้ปวดแก้อักเสบ (NSAIDs) หรือยาขับปัสสาวะ การติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา เช่น การติดเชื้อสเตรปโตคอคคัสที่คอ ไวรัสตับอักเสบบีและซี และโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เช่น โรคลูปัสและโรครูมาตอยด์
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจไม่สามารถระบุสาเหตุได้อย่างชัดเจน การประเมินหาสาเหตุจึงมีความสำคัญ เพื่อให้สามารถวางแผนการรักษาได้ตรงกับภาวะที่พบ และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
การวินิจฉัยภาวะดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยแพทย์อาจพิจารณาตัดชิ้นเนื้อผิวหนังส่งตรวจทางพยาธิวิทยา รวมถึงตรวจเลือดและปัสสาวะเพิ่มเติม เพื่อประเมินว่ามีการอักเสบที่อวัยวะภายใน เช่น ไต ร่วมด้วยหรือไม่
ทั้งนี้ แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค หากเกิดจากยาหรือการติดเชื้อ แพทย์จะพิจารณาจัดการกับสาเหตุนั้นโดยเหมาะสมส่วนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรังอาจจำเป็นต้องได้รับยาเพื่อลดการอักเสบภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
GISTDA ยันเส้นทาง Swift ไม่ผ่านไทย คาดกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก 4 พ.ย.นี้
ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ขยายอายุผู้ประกันตน ม.33 ถึง 65 ปี
นายกฯ สั่งจัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศ คุมเข้มจดทะเบียน-เรี่ยไรเงินบริจาค
ภาวะเส้นเลือดอักเสบที่ผิวหนัง
LeukocytoclasticVasculitis
近期有报道称,一些患者从国外返回后腿部出现皮疹,两年来一直找不到病因。为此,医疗服务部门提供有关白细胞破碎性血管炎(LCV)的信息,即皮肤毛细血管炎症。这种疾病会导致皮下小血管发炎,可能引起红点或瘀点(红色小斑块),尤其好发于小腿和脚踝。皮疹可能呈凸起状,用手指按压后红色不会褪色。
这种病症是由皮肤下小血管发炎引起的。当血管发炎时,血管壁变薄,血液渗出到皮肤下,表现为红点或瘀伤。
医疗服务部部长维拉武特·伊姆-萨姆兰博士指出,腿部出现凸起的红色斑点或紫色斑块,尤其是按压后不会褪色的皮疹,应咨询皮肤科医生,切勿自行用药。因为此类皮疹可能与其他疾病或体内异常有关。
首先,要保证充足的休息,避免长时间站立或行走,休息时抬高双腿以减轻血管压力。如果出现发烧、关节疼痛、皮疹迅速扩散或其他任何异常症状,应立即就医进行评估和适当治疗。
皮肤病研究所所长维拉瓦特·乌克拉南博士表示,皮肤血管炎可由多种因素引起,包括药物过敏;某些药物会引发异常的免疫反应,例如抗生素(青霉素、磺胺类药物)、镇痛药(非甾体抗炎药)或利尿剂;细菌、病毒或真菌感染,例如链球菌咽喉炎、乙型和丙型肝炎;以及自身免疫性疾病,例如狼疮和类风湿性关节炎。
然而,有些患者可能无法确定确切病因。因此,评估病因至关重要,以便制定与诊断结果相符的治疗方案,并降低潜在并发症的风险。
诊断这种疾病需要详细的病史询问和体格检查。医生可能会考虑进行皮肤活检以进行病理检查,并进行额外的血液和尿液检查,以评估是否存在肾脏等内脏器官的炎症。
治疗方案取决于病因和病情严重程度。如果是药物或感染引起的,医生会考虑针对病因进行适当治疗。症状严重或慢性的患者可能需要在专科医生的指导下服用药物以减轻炎症。
GISTDA 确认,Swift 卫星的运行轨迹不会经过泰国,预计将于 11 月 4 日重返地球大气层。
内阁批准了社会保障法草案,将第 33 条规定的参保人年龄扩大到 65 岁。
总理已下令对全国范围内的基金会进行重组,加强对基金会注册和筹款活动的管控。
皮肤血管炎
白细胞破碎性血管炎