จะเกิดภัยไซเบอร์ใหญ่กว่านี้ โครงสร้างพื้นฐานอาจเป็นเป้าหมายต่อไป更大的网络威胁即将到来;基础设施可能成为下一个目标。
เหตุการณ์แฮกเกอร์ เจาะระบบควบคุมตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งของซูเปอร์มาร์เก็ตในยุโรป อย่างน้อย 9 ประเทศ สะท้อนให้เห็นช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ที่ทำให้สามารถโจมตีได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เตือนว่า การโจมตีจากนี้อาจจะใหญ่ขึ้น

ซูเปอร์มาร์เก็ตในยุโรปอย่างน้อย 9 ประเทศ เผชิญเหตุโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าระบบควบคุมตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็ง บางแห่งอุณหภูมิในตู้แช่แข็งพุ่งสูงถึง 50 องศาเซลเซียส จนอาหารได้รับความเสียหายจำนวนมาก ประเทศที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ เบลเยียม เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ไอร์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส และสวีเดน
ดร.ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
ดร.ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไซเบอร์ตรอน จำกัด ให้สัมภาษณ์ "ไทยพีบีเอส" วิเคราะห์ว่า ตู้แช่ในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งใช้เทคโนโลยีของเดนฟอส จากประเทศเดนมาร์ก สามารถเข้าสู่โหมด Defrost หรือ โหมดละลายน้ำแข็ง โดยควบคุมจากซอฟต์แวร์ส่วนกลาง ที่กดปุ่มเซ็ตอุณหภูมิได้ แฮกเกอร์น่าจะแฮกจากส่วนนี้
อุณหภูมิตู้แช่เย็นอาจจะบริหารจัดการจากส่วนกลางได้ เช่น ร้านสะดวกซื้อมีสาขา 30-50 สาขา อาจจะมีศูนย์กลางที่สามารถกดปุ่มเซ็ตอุณหภูมิให้เท่ากันหมด เช่นต้องการที่ -18 องศาเซลเซียส สามารถ Centralize อุปกรณ์ OT (Operational Technology) พวกนี้ หรืออุปกรณ์ที่ควบคุมจากศูนย์กลางสามารถสั่งตู้แช่ หรือ ตู้เย็น ถ้าโดนยึดที่ศูนย์ คนที่ยึดเครื่องสามารถเปลี่ยนตัวเลขได้
เทคนิคการแฮก อาศัยช่องโหว่ของระบบควบคุมอุณหภูมิ ที่ไม่ได้อัพเดทซอฟต์แวร์ ส่วนเป้าประสงค์ของการแฮกมีความเป็นไปได้หลายสาเหตุ เช่น ทำเพื่อจะเรียกแรนซัมแวร์ (Ransomware หรือไวรัสเรียกค่าไถ่) หรือ มีคู่แข่งทางธุรกิจ หรือ แฮกเกอร์จะโชว์พาวเวอร์ หรือเป็นเหตุผลทางการเมืองก็ได้ หรือ อยากจะโจมตีเพราะสร้างความเสียหายได้เร็วและกว้างขวาง
จะเกิดภัยไซเบอร์ใหญ่กว่านี้ โครงสร้างพื้นฐานอาจเป็นเป้าหมายต่อไป
ดร.ปริญญา บอกด้วยว่า จุดที่แฮกเกอร์เปลี่ยนอุณหภูมิแทนที่จะขโมยข้อมูลลูกค้าก็น่าสนใจ เพราะปกติแฮกก็จะดูดข้อมูลลูกค้าไปขาย แต่ครั้งนี้เลือกวิธีเข้ามาเปลี่ยนอุณหภูมิ น่าจะเป็นพวกต้องการจะประท้วงมากกว่า หรือ อาจจะไปเรียกค่าไถ่ทีหลังก็ได้ ก็ต้องติดตามต่อไป
แฮกเกอร์ สามารถนำไปเป็นโปรไฟล์ เพื่อเรียกค่าตัวเพิ่มได้ ว่าเก่ง หรือแฮกได้ เวลาจะถูกจ้างไปทำเรื่องไม่ดี ก็สามารถเรียกค่าตัวได้ เพราะแฮกเกอร์เป็นอาชีพของมิจฉาชีพ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ ยังไม่พบว่ามีกลุ่มไหนอ้างความรับผิดชอบ
สิ่งที่น่ากลัวจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ มองว่า ปัญหาจะใหญ่ขึ้น “จะเกิดภัยไซเบอร์ใหญ่แน่นอน” ที่กระทบกับโครงสร้างพื้นฐาน (Critical Infrastructure) เช่น สายการบิน รถไฟฟ้า ระบบน้ำประปา ไฟฟ้า อาจมีไฟดับเป็นวงกว้าง รถไฟฟ้าเดินรถไม่ได้ เครื่องบิน บินไม่ได้ โรงพยาบาลอาจจะโดน ไซเบอร์ แอทแทรค หรือแม้แต่โรงแรม
ถล่ม Infrastructure เหมือนถล่มโรงไฟฟ้า ไฟฟ้าก็ดับทั้งเมืองแล้ว น่าจะเป็นภัยไซเบอร์ในแนวนี้มากกว่า
ถ้าถามว่า ทำไปเพื่ออะไร น่าจะเป็น Hacktivism หรือการแฮกเพื่ออุดมการณ์บางอย่าง แสดงศักยภาพว่ามีศักยภาพสูง อาจจะเป็นเหตุผลทางการเมืองไม่แฮปปี้กับเจ้านั้นเจ้านี้มีความเป็นไปได้ทั้งนั้น
ไทยเรายังไม่ได้เป็น ทาร์เก็ต หรือ กลุ่มเป้าหมายของแฮกเกอร์ ที่ผ่านมาบริษัทพลังงานใหญ่ๆ ก็ทำได้ดี แนะนำว่า บริษัทพลังงานอย่างพวกไฟฟ้า ประปา ก็ควรจะอยู่ในความไม่ประมาทหรืออะไรที่กระทบกับมวลชนจำนวนมาก เช่น ระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าบนดิน สนามบินอาจจะต้องมีระบบที่มั่นคงแข็งแรง
ที่ผ่านมา ระบบธนาคาร ทำได้ดีไม่ค่อยได้ยินข่าวว่าโดนเจาะนำเงินออกมา ที่น่าห่วงอีกอย่างหนึ่ง คือ โรงพยาบาลยังมีช่องโหว่อยู่มากมีข้อมูลคนไข้ มีข้อมูลหลายอย่าง และโรงพยาบาลส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการซื้อเครื่องมือแพทย์ แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องไอที ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ อย่างเต็มที่นัก
แบงก์ยาก ก็มาแฮกโรงพยาบาล แฮกโรงไฟฟ้า มันจะแฮกอะไรกระทบในวงกว้าง จะได้มีผลงาน แฮกทีคนไปไหนไม่ได้เป็นพันสองพันคน พวกแฮกเกอร์มีจิตวิญญาณในแนวนี้อยู่แล้ว โจรคิดว่าแฮก Critical Infrastructure สนุกกว่าอยู่แล้ว
ส่วนประเด็นที่ว่า ประเทศไทยมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่เตือนภัยไซเบอร์ไหม มีหน่วยงานที่ชื่อว่า สกมช.(สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ) ที่ทำหน้าที่เตือนภัย ช่วยดูอยู่ระดับหนึ่งแต่ไม่ได้ทั้งหมด ทำหน้าที่ในการติดตามและเตือนแต่ไม่ถึงระดับประเทศชาติบ้านเมือง ต้องใช้เวลาระดับหนึ่ง และ ต้องมีสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้ามาด้วย
ในโลกแห่งความเป็นจริงภัยไซเบอร์ ใกล้ตัวมากขึ้นและรุนแรงขึ้น ปัจจุบันในไทยเอกชนตื่นตัวด้านนี้นานแล้วเป็นสถาบันการเงิน และ บริษัทใหญ่ๆ แต่ยังมีส่วนที่น่าเป็นห่วง คือ โรงงานอุตสาหกรรม หรือ ธุรกิจอื่นๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์แนะนำว่า ควรจะลงทุน ในเรื่องความปลอดภัย ตามความเหมาะสม หรือ ตามขนาดของธุรกิจ
แม้ว่า เป้าหมาย ของแฮกเกอร์ จะเป็นธุรกิจรายใหญ่ เพราะการแฮกต้องการให้มีผลกระทบมีอิมแพค ถ้าแฮกระดับชาติได้จะภูมิใจมากแต่ขณะเดียวกันหน่วยงานต่างๆ ควรเตรียมความพร้อม ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท แบ็คอัพข้อมูลไว้ดีกว่า
"ไชยชนก" เสนอ "สมช." ถกรับมือภัยไซเบอร์ พรุ่งนี้
"โจมตีไซเบอร์" ป่วนยุโรปพุ่งเป้า "ระบบตู้แช่เย็น" อุณหภูมิสูง 50 องศาฯ
ตู้แช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ตในสวีเดนอุณหภูมิสูงขึ้น คาดฝีมือแฮกเกอร์
ซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป
至少九个欧洲国家的超市遭遇网络攻击,其制冷和冷冻控制系统受到严重干扰。在某些情况下,冷冻柜温度飙升至50摄氏度,造成大量食品损失。受影响的国家包括比利时、爱沙尼亚、芬兰、爱尔兰、意大利、卢森堡、荷兰、葡萄牙和瑞典。
Prinya Hom-anek 博士,网络安全专家。
网络安全专家、ACIS Professional Center Co., Ltd. 和 Cybertron Co., Ltd. 的首席执行官 Prinya Hom-anek 博士在接受泰国公共电视台 (Thai PBS) 采访时分析指出,许多超市冰箱都采用了丹麦丹佛斯 (Denfos) 的技术。这些冰箱可以通过中央软件控制温度设置按钮进入除霜模式。黑客很可能利用这项技术。
冷藏展示柜的温度可以集中管理。例如,拥有30-50家分店的便利店连锁企业可以设立一个中央控制中心,将所有分店的温度统一设定为零下18摄氏度。这些集中控制的运营技术(OT)设备可以远程管理,从而实现对冰箱和冷柜的控制。如果中央控制中心被劫持,控制设备的人员就可以篡改温度读数。
这种黑客技术利用了温度控制系统中因软件老化而产生的漏洞。黑客攻击的动机多种多样,包括勒索软件攻击、打击商业竞争对手、炫耀实力、政治动机,或者仅仅是想造成迅速而广泛的破坏。
更大的网络威胁即将到来;基础设施可能成为下一个目标。
普林亚博士还指出,黑客没有窃取客户数据而是改变温度这一举动很有意思,因为通常黑客会窃取客户数据出售,但这次他们却选择了改变温度。他们很可能是在进行抗议,或者计划之后索要赎金。我们拭目以待。
黑客可以利用此信息来展示自己的黑客技术,从而提高收费。如果受雇从事非法活动,他们可以索要更高的报酬,因为黑客活动通常被视为犯罪分子的职业。目前,尚无任何组织声称对此事负责。
网络安全专家指出,此次事件最令人担忧的是,问题可能会进一步恶化。“一场大规模网络攻击势必会发生”,这将影响到航空、公共交通系统、供水和电力等关键基础设施。可能出现大范围停电、列车运行中断、航班取消、医院甚至酒店遭受攻击等情况。
攻击基础设施就像攻击发电厂一样,会导致全城停电。这可能是最常见的网络威胁类型。
如果你问其目的是什么,那很可能是黑客行动主义,或者出于某种意识形态原因而进行的黑客攻击。它可能展现高超的技能或能力,或许是出于政治原因,也可能是对某些政党的不满——各种可能性都存在。
泰国目前尚未成为黑客攻击的目标。过去,大型能源公司表现良好。建议电力和水务等能源公司保持警惕,任何影响大量人群的设施,例如地铁、高架列车和机场等公共交通系统,都应配备强大且安全的系统。
过去,银行系统运行良好,我们很少听到黑客攻击或资金被盗的报道。另一个令人担忧的方面是,医院仍然存在诸多安全漏洞。它们掌握着大量的患者数据和其他信息,而且大多数医院优先考虑的是采购医疗设备,而不是充分重视信息技术和网络安全。
当银行陷入困境时,他们会攻击医院或发电厂。他们想要攻击影响范围广、能让他们获得成就感的目标。一次攻击就可能使成千上万人瘫痪。黑客就是有这种心态。犯罪分子认为攻击关键基础设施更有趣。
关于泰国是否有专门负责网络安全警报的机构,泰国确实有一个名为国家网络安全委员会(NCSC)的机构,它在一定程度上处理警报,但并非全面负责。其职能是监测和预警,但并非在国家层面。要覆盖所有层级,需要时间以及国家安全委员会(NSC)的参与。
在现实世界中,网络威胁日益普遍且愈发严重。在泰国,私营部门,尤其是金融机构和大型企业,早已意识到这一点。然而,工业企业和其他类型的企业仍然令人担忧,网络安全专家建议这些企业应根据自身规模和范围投资相应的安全措施。
尽管黑客的目标通常是大型企业,因为黑客攻击旨在造成重大影响——入侵国家级机构会带来极大的荣耀——但各类组织仍应做好准备,切不可掉以轻心。数据备份始终是明智之举。
Chaiyanok提议国家安全委员会明天讨论应对网络威胁的问题。
网络攻击扰乱了欧洲,目标是温度高达 50 摄氏度的制冷系统。
瑞典超市的冷冻柜出现过热现象,怀疑是黑客所为。
欧洲超市